นิทานดินสอกับยางลบ

20200212

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ยางลบ: “เธอเป็นอะไรรึเปล่า หน้าตาดูจ๋อยๆ”

ดินสอ: “ฉันทำให้เธอต้องเจ็บตัวตลอดเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันทำผิด เธอจะคอยมาช่วยฉันเสมอ และทุกครั้งที่เธอลบสิ่งที่ฉันเขียนผิด เธอก็จะสูญเสียบางส่วนของเธอไป เธอดูตัวเล็กลงทุกวันเลย”

ยางลบ: “ก็จริงนะ แต่ฉันไม่สนหรอก ฉันมีชีวิตอยู่ก็เพื่อสิ่งนี้ อยู่เพื่อคอยช่วยเหลือเมื่อใดก็ตามที่เธอพลาดพลั้ง ฉันรู้ดีว่าวันหนึ่งตัวฉันก็จะหายไป และเธอก็จะเปลี่ยนไปใช้ยางลบก้อนใหม่ แต่ฉันก็ยังยินดีที่จะทำมันอยู่ดี ดังนั้นอย่ากังวลไปเลย ฉันไม่อยากเห็นเธอเศร้าแบบนี้หรอกนะ”

ความสัมพันธ์ระหว่างยางลบกับดินสอ บางทีก็เหมือนความสัมพันธ์ของแม่กับลูก เพื่อนกับเพื่อน และชายหนุ่มกับหญิงสาวนะครับ

—–

ดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

เชื่อมั่นได้แต่ต้องไม่ประมาท

20200213

เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

เราอาจจะเชื่อมั่นในฝีมือการขับรถของเพื่อน แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะไม่ใส่เข็มขัดนิรภัย

เราอาจจะเชื่อมั่นว่าเราออกกำลังกาย กินดี นอนหลับเต็มที่ แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะไม่ซื้อประกันสุขภาพ

เราอาจจะเชื่อมั่นว่าเราเป็นคนดี ไม่เคยคิดร้ายกับใคร แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะเชื่อใจใครจนเกินเหตุ

ความเชื่อมั่นจะทำให้เรา maximize upside

ความไม่ประมาทจะทำให้เราให้ minimize downside

ใช้สองอย่างนี้คู่กันเสมอนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว

20200211

ดังคำกล่าวที่ว่า ความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน

เราทำได้เพียงลงแรงของเราให้เต็มที่ด้วยสติและปัญญาที่เรามี แต่ความสำเร็จล้วนเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน คู่แข่ง จังหวะ และสถานการณ์แวดล้อม

แม้ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแค่ปัจจัยเดียว แต่ความล้มเหลวนั้นต่างออกไป

ในบางครั้ง ความล้มเหลวเพียงเรื่องเดียว ก็ทำให้ทุกอย่างพังครืนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เพียงเพราะเราใจร้อน ก็อาจบาดเจ็บระหว่างทาง

เพียงเพราะเราประมาท ก็อาจทำให้พลาดในนาทีสุดท้าย

และเพียงเพราะเรากลัว ก็อาจทำให้เราไม่เคยได้เริ่ม

“Success is never due to one thing, but failure can be.”
-James Clear

สำรวจโปรเจ็คที่เรากำลังทำหรืออยากจะทำ และคิดให้ดูว่าข้อผิดพลาดข้อใดที่อาจจะเป็นปัจจัยหลักหรือแม้กระทั่งปัจจัยเดียวให้โปรเจ็คนี้ล้มเหลว

เมื่อรู้แล้วก็เฝ้าระวังอย่าให้มันเกิดขึ้นครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เมื่อรู้ตัวว่าสมาธิสั้น ลองทำสิ่งเหล่านี้ดู

20200210c

ตอนนี้เราอยู่ในยุค attention economy

ทุกคน ทุกบริษัทล้วนเรียกร้องความสนใจ หรือ attention ของเรา ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย พอดคาสท์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ใครดึงความสนใจของเราไปได้มากที่สุด ก็จะมีเงินเยอะที่สุด

เราจึงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่สมาธิสั้น เพราะวันๆ เราเจอสิ่งเร้ามากมายเหลือเกิน

ผมเองก็ประสบปัญหาไม่ต่างกัน และก็หาทางต่อสู้กับความสมาธิสั้นนี้มาหลายปี เลยอยากแชร์วิธีการต่างๆ ที่บรรเทาอาการนี้ได้ครับ

– ปิด notifications บนมือถือให้มากที่สุด เหลือที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ผมเองเปิดแค่เพียง reminder ของการนัดหมายและ Slack ซึ่งเป็นโปรแกรมแชทที่ที่ทำงานใช้กัน

– Uninstall/Disable social media app ในมือถือ ถ้าจะเข้าจริงๆ ก็เข้าผ่าน web browser เอา

– บนแล็ปท็อป เมื่อใช้ social media เสร็จแล้วก็ log out เสีย ทุกครั้งที่เรากลับมาเช็คด้วยความเคยชินจะได้มีเบรคให้ยับยั้งชั่งใจ

– เฝ้าระวัง “ชั่วขณะเล็กๆ” ที่เราจะตัดสินใจทำบางอย่าง ระหว่างสิ่งที่มีประโยชน์และสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ชั่วขณะเล็กๆ เหล่านี้เกิดขึ้นวันละเป็นร้อยครั้งและผลกระทบของมันอาจมีมากกว่าที่เราคิด

– หัดกลับมารู้เนื้อรู้ตัว รู้สึกตัวตอนหายใจ รู้สึกตัวตอนเดินไปไหนต่อไหน

Social media และสมาร์ทโฟนนั้นเป็นของที่มีประโยชน์ เป้าหมายของเราคือการเก็บเกี่ยวประโยชน์จากมันให้มากที่สุดโดยที่ให้มันเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเราให้น้อยที่สุด

จงใช้มันแต่อย่าให้มันใช้เราครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เราไม่ได้หงุดหงิดเพราะลูกงอแง

20200210b

เราหงุดหงิดเพราะเราอยากให้ลูกไม่งอแง

เราไม่ได้หงุดหงิดเพราะแฟนกลับบ้านดึก

เราหงุดหงิดเพราะเราอยากให้แฟนกลับบ้านเร็ว

เราไม่ได้หงุดหงิดเพราะรถติด

เราหงุดหงิดเพราะเราอยากให้รถไม่ติด

ถ้าเราวางใจให้ถูก ว่าเป็นเด็กมันก็ต้องงอแง งานเยอะเลยต้องกลับดึก กรุงเทพรถมันก็ต้องติด มันคือเรื่องปกติ มันคือเรื่องธรรมดา เราก็จะหงุดหงิดน้อยลง

หลวงพ่อปราโมทย์เคยเล่าให้ฟังว่า ช่วงที่ท่านบวชใหม่ๆ พอเห็นลูกศิษย์ขี้เกียจ ท่านก็หงุดหงิดเหมือนกัน เพราะท่านอยากให้ลูกศิษย์ได้ดี

แต่พอผ่านไปได้สักพัก ท่านก็คิดได้ว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ทุกคนต่างมีวิบากเป็นของตนเอง

เดี๋ยวนี้ลูกศิษย์จะเป็นอย่างไรหลวงพ่อก็สบายๆ ถ้าตอนนี้เขาอยากหลงก็ปล่อยให้เขาหลงไปก่อน วันไหนเขาทุกข์มากๆ เดี๋ยวเขาก็จะอยากหันหน้าเข้าหาธรรมะเอง

ทุกความหงุดหงิดไม่ได้มาจากคนอื่น แต่เกิดจากความคาดหวังของเรา

หวังมากก็ทุกข์มาก หวังน้อยก็ทุกข์น้อย

หวังก็อยู่ที่เรา ทุกข์ก็อยู่ที่เราทั้งนั้นครับ

 

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer