นับอยากถึงสิบ

20190309_countyourwants

สมัยก่อนเวลาโกรธใคร ก่อนจะอ้าปากหรือลงมือทำอะไร เขาบอกว่าให้นับหนึ่งถึงสิบก่อน พอครบสิบแล้วใจจะเย็นลง ไม่ผลีผลาม

มาสมัยนี้ที่เราซื้อเกือบทุกอย่างได้เพียงกดปุ่มมือถือหรือควักบัตรมารูด ผมคิดว่าเราควรเพิ่มการ “นับอยากถึงสิบ” เข้าไปด้วย

เวลาเห็นอะไรครั้งแรก แล้วรู้สึกอยากได้ขึ้นมา อย่าเพิ่งซื้อทันที แต่ให้เดินผ่าน (หรือไถผ่าน) มันไปก่อน

ถ้าชั่วโมงถัดมา หรือวันถัดมา หรือสามวันถัดมาใจยังวนเวียนคิดของชิ้นนั้นอยู่ครบสิบครั้ง ค่อยตัดสินใจซื้อก็ยังไม่สาย

ผมเชื่อว่าวิธีการนี้จะช่วยลดการซื้อของที่เราไม่ได้ต้องการจริงๆ ได้

เพราะการซื้อของหนึ่งชิ้นราคามันไม่ได้มีอยู่แค่เงินที่เราจ่ายออกไป แต่เรายังต้องจ่ายด้วยพื้นที่ที่จะวางของชิ้นนั้น จ่ายด้วยเวลาที่จะต้องใช้และดูแลของชิ้นนั้น และจ่ายด้วยโอกาสที่เสียไปในการเอาเงินไปซื้อของชิ้นอื่นที่อาจมีประโยชน์และสร้างความสุขให้เราได้มากกว่าครับ

นิทานอย่างนั้นหรอกหรือ

20190308_isthatso

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ยังมีอาจารย์เซนผู้เลื่องชื่อแห่งแดนอาทิตย์อุทัยนาม “ไป๋อิ่น” ซึ่งในสายตาของผู้คนในละแวกนั้นเห็นว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งยังเปี่ยมเมตตา

ครั้งหนึ่ง บุตรีของเพื่อนบ้านเกิดตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน ทำให้บิดามารดาของนางโกรธมาก และขู่เข็ญในนางสารภาพว่าบิดาของเด็กในครรภ์คือใคร นางจึงบอกว่าบิดาของเด็กในครรภ์คืออาจารย์เซนไป๋อิ่น

เมื่อทราบความ บิดามารดาของสตรีนางนั้นจึงเกิดบันดาลโทสะ เดินทางมาต่อว่าอาจารย์เซนอย่างหยาบคาย บรรดาชาวบ้านใกล้เคียงที่หมดศรัทธาต่อนักบวชรูปนี้ก็พากันมารุมประณาม ทว่าอาจารย์เซนไป๋อิ่นเพียงกล่าวคำเดียวว่า “อย่างนั้นหรอกหรือ?” และรับปากอุปการะเด็กที่จะเกิดมา

เมื่อทารกถือกำเนิดขึ้นมา อาจารย์เซนก็รับมาอาศัยอยู่ที่อารามเซน ทั้งยังรับผิดชอบดูแลทารกน้อยไม่ขาดตกบกพร่อง

เวลาผ่านไปราว 1 ปี สตรีผู้เป็นมารดาของทารกน้อยอดรนทนไม่ไหว สารภาพต่อบุพการีของตนเองว่าที่แท้แล้วสามีของนางคือชายหนุ่มเพื่อนบ้านผู้หนึ่งที่มีฐานะยากจนมาก ตอนแรกนางกลัวว่าบุพการีจะไม่ยอมรับลูกเขยจึงได้สร้างเรื่องเท็จใหญ่โตจนเดือดร้อนไปถึงอาจารย์เซน

เมื่อความจริงเปิดเผย บิดามารดาของสตรีผู้นั้นต่างตกตะลึง ทั้งหมดรีบเดินทางไปกราบขอขมาอาจารย์เซนด้วยความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ส่วนชาวบ้านที่ทราบความจริงต่างก็เดินทางไปขออภัยที่เคยพูดจาล่วงเกินอาจารย์เซนไป๋อิ่นเอาไว้อย่างมากมาย

เมื่อฟังความจบ อาจารย์เซนยังคงสงบสำรวม จากนั้นกล่าวเพียงประโยคเดียวว่า “อย่างนั้นหรอกหรือ?” และคืนทารกให้แก่สตรีผู้นั้นไป

—–

ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน 

ป.ล.คิดเล่นๆ ว่าถ้าเป็นยุคนี้อาจารย์คงจะใช้คำพูดว่า “อ๋อเหรอ โอเคๆ”

หากเปลี่ยนตัวเองมันยากนัก

20190307_changeenvironment

ลองเปลี่ยนสภาพแวดล้อมดูก่อนมั้ย

แทนที่จะพยายามกินข้าวให้น้อยลง ลองใช้จานใบเล็กลง

แทนที่จะพยายามกินขนมขบเคี้ยวให้น้อยลง ลองเอากล้วยมาไว้ที่โต๊ะทำงาน

แทนที่จะพยายามเล่นเฟซบุ๊คให้น้อยลง ลอง log out หรือ uninstall เฟซบุ๊คออกจากมือถือ

แทนที่จะพยายามเล่นกีตาร์ให้มากขึ้น ลองเอากีตาร์มาแขวนไว้ตรงทางที่เราเดินผ่านบ่อยๆ

แทนที่จะพยายามบังคับตัวเองให้ตื่นไปวิ่งตอนเช้า ลองแต่งชุดพร้อมวิ่งเข้านอน แล้ววางรองเท้าวิ่งไว้ข้างเตียง

แทนที่จะพยายามอ่านหนังสือให้มากขึ้น ลองพกหนังสือติดตัวไปทุกที่และตั้งกฎว่าจะไม่เอามือถือเข้าห้องน้ำ

เรามันยังอ่อนด้อย โดนกิเลสสะกิดนิดเดียวก็เตลิด

เราจึงควรหาตัวช่วยให้มากที่สุด เพื่อผลักดันให้เราได้ทำในสิ่งที่ควรทำ และลดสิ่งที่ไม่ควรทำครับ

—–

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: bit.ly/tgimline

ขอบคุณประกายความคิดจากพอดคาสท์ The James Altucher Show: Gretchen Rubin – How to feel calm and get rid of your mental clutter

สองปีที่อันตรายที่สุดในชีวิตคน

20190305_twoyears

หนึ่งคือปีแรกที่เราเกิดมา

สองคือปีที่เราเกษียณ

แม้อัตราการเสียชีวิตของเด็กแรกเกิดจะลดลงอย่างฮวบฮาบในรอบร้อยปีที่ผ่านมา ก็ยังมีเด็กที่เสียชีวิตก่อนจะอายุครบหนึ่งขวบให้เราได้ยินอยู่เนืองๆ

ส่วนปีที่เราเกษียณ คือปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน

จากคนทำงานสู่คนไร้งาน

จากคนที่เคยถูกบังคับให้สร้างคุณค่า กลายเป็นคนที่ต้องคิดเองว่าจะสร้างคุณค่าได้อย่างไร

ซึ่งถ้าคิดไม่ออกหรือทำไม่ได้ ชีวิตก็มีสิทธิ์จะเหี่ยวเฉาได้อย่างง่ายดาย

เราจึงเห็นคนอายุหกสิบที่ดูแก่หง่อม บางทีแก่กว่าคนคนอายุเจ็ดสิบที่ยังทำงานเสียอีก

เป้าหมายที่เราอยากทำงานเก็บเงินเยอะๆ จะได้มีเงินเลี้ยงพ่อแม่ให้สุขสบาย บางทีก็ต้องระวังไม่ให้มันกลายเป็นดาบสองคม

เพราะถ้าสุขสบายเกินไป อยู่บ้านเฉยๆ ร่างกายก็จะไม่ได้ใช้ สมองก็จะไม่ได้ใช้

และอะไรก็ตามที่ไม่ได้ใช้นั้นย่อมเสื่อมโทรมได้โดยง่าย ไม่ต่างอะไรกับบ้านที่ไม่มีคนอยู่

เราจึงควรแสวงหาและยินดีต้อนรับความไม่สุขสบายเข้ามาในชีวิตอยู่เนืองๆ ให้ร่างกายได้พบความลำบากและให้สมองได้ครุ่นคิด เพื่อคงความหนุ่มสาวไว้ให้ยาวนานเท่าที่ธรรมชาติจะเปิดทางให้ครับ

—–

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: bit.ly/tgimline

Time Management Workshop วันเสาร์นี้เต็มแล้วครับ จะเปิดสอนอีกครั้งประมาณเดือนพ.ค.หรือมิ.ย.ครับ ขอบคุณทุกๆ คนครับ

เรากำลังทอดทิ้งสิ่งสำคัญเพื่อทำสิ่งไม่สำคัญอยู่รึเปล่า?

20190304_pimsen

เรานั่งเล่นมือถือแล้วปล่อยให้ลูกที่โตขึ้นทุกวันเล่นกับตัวเอง

เราขับรถมอเตอร์ไซค์สวนเลน จะได้ประหยัดเวลาและน้ำมันแต่ไม่ประหยัดชีวิต

เราทานข้าวไม่เป็นเวลาจนโรคกระเพาะถามหาเพราะติดพันงานที่สำคัญสำหรับคนอื่น

เรามัวแต่ตอบไลน์จนไม่ได้พูดคุยกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เรา

เรารีบจนเคยตัว รีบจนไม่รู้ว่าจะรีบไปทำไม

รีบจนลืมไปว่ากำลังเอาพิมเสนไปแลกเกลือครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 2 ที่)