
เวลาเรา “คาด” การณ์อะไรบางอย่าง เราคิดว่ามันจะเกิด และเราค่อนข้างแน่ใจว่ามันจะเกิด
ขณะที่เวลาเรา “หวัง” กับอะไรบางอย่าง เราอยากให้มันเกิด แต่ก็เผื่อใจไว้ว่ามันอาจจะไม่เกิดก็ได้
พูดอีกแบบก็คือ สิ่งใดที่เรา “คาด” มักจะมีโอกาสเกิดมากกว่าสิ่งที่เรา “หวัง”
% คาด > % หวัง
พอเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาด เราก็จะ “ผิดคาด”
พอเหตุกาณ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง เราก็จะ “ผิดหวัง”
แปลกดี ที่ “ผิดหวัง” ทำให้เรารู้สึกแย่กว่า “ผิดคาด” ทั้งๆ ที่ตอนเราหวังนั้น เราเผื่อใจไว้มากกว่าตอนที่เราคาดเสียอีก
เพราะอะไร?
ผมเดาว่า ตอนเราคาด เราใช้สมอง
แต่ตอนเราหวัง เราใช้หัวใจ
พอใช้สมองและตรรกะกับการคาดการณ์ เมื่อสิ่งนั้นไม่ได้เป็นไปตามคาด เราก็แค่รู้สึกว่าการคำนวณหรือการอนุมานของเรามันผิดพลาด เป็นความตกหล่นของข้อมูล เป็นแค่การผิดพลาดของกระบวนการ
แต่เมื่อเราใช้หัวใจไปกับสิ่งที่เราหวัง แล้วสิ่งนั้นไม่ได้เป็นดังหวัง มันไม่ใช่เรื่องกระบวนการอีกต่อไป มันเป็นเรื่อง personal มันเป็นเรื่องที่กระทบตัวตน มันเป็นสัญญาณที่ตะโกนบอกว่า “ฉันมันไม่ดีพอ”
“ผิดหวัง” จึงเจ็บปวดกว่า “ผิดคาด” เสมอ
และ “ผิดคาด” ก็เจ็บปวดน้อยกว่า “ผิดหวัง” เสมอ
พอเราเข้าใจตรงนี้แล้ว เราก็นำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
เมื่อใดก็ตามที่เจอเรื่องที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราหวังไว้ แทนที่จะพูดกับตัวเองว่า “ผิดหวังว่ะ” ก็เปลี่ยนเป็น “ผิดคาดแฮะ”
เปลี่ยนคำพูดนิดเดียว ความรู้สึกก็เปลี่ยนแล้ว
เมื่อเปลี่ยนจากผิดหวังเป็นผิดคาด เราก็จะถอยออกมาหนึ่งก้าว ไม่เอาตัวตนลงไปผสมกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ และเราน่าจะแก้ปัญหาหรือยอมรับมันได้อย่างมีสติมากขึ้นครับ
—–
รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 เสาร์ที่ 22 กันยายน ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR (รับ 20 ที่ ตอนนี้เหลือ 5 ที่ครับ)