เมื่อเกิดปัญหา ความคิดแรกคืออะไร?

20180825_firstthought

“ใครผิด?”
“ฉันไม่ผิด”
“ฉันไม่เกี่ยว”
“กูว่าแล้ว”
“ทำไมซวยอย่างนี้”

หรือ

“ใจเย็นๆ”
“พลาดตรงไหนหว่า?”
“ต้องทำอะไรก่อน?”
“จะช่วยกันแก้ยังไงดี?”
“ทำยังไงไม่ให้เกิดอีก?”

ความคิดแรกจะเป็นตัวกำหนดความคิดต่อไปเป็นโดมิโน

ถ้าความคิดแรกเป็นพลังบวก การกระทำก็จะบวก และผลลัพธ์ก็จะบวก

ถ้าความคิดแรกเป็นลบ ก็จะพากันลบและอาจพากันล้มทั้งกระดาน

ดังนั้น ไม่ว่าเจอปัญหาอะไร ระวังความคิดแรกของเราให้ดีนะครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 เสาร์ที่ 22 กันยายน ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR (รับ 20 ที่ ตอนนี้เหลือ 4 ที่ครับ)

ผิดคาดกับผิดหวัง

20180825_disappointed

เวลาเรา “คาด” การณ์อะไรบางอย่าง เราคิดว่ามันจะเกิด และเราค่อนข้างแน่ใจว่ามันจะเกิด

ขณะที่เวลาเรา “หวัง” กับอะไรบางอย่าง เราอยากให้มันเกิด แต่ก็เผื่อใจไว้ว่ามันอาจจะไม่เกิดก็ได้

พูดอีกแบบก็คือ สิ่งใดที่เรา “คาด” มักจะมีโอกาสเกิดมากกว่าสิ่งที่เรา “หวัง”

% คาด > % หวัง

พอเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาด เราก็จะ “ผิดคาด”

พอเหตุกาณ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง เราก็จะ “ผิดหวัง”

แปลกดี ที่ “ผิดหวัง” ทำให้เรารู้สึกแย่กว่า “ผิดคาด” ทั้งๆ ที่ตอนเราหวังนั้น เราเผื่อใจไว้มากกว่าตอนที่เราคาดเสียอีก

เพราะอะไร?

ผมเดาว่า ตอนเราคาด เราใช้สมอง

แต่ตอนเราหวัง เราใช้หัวใจ

พอใช้สมองและตรรกะกับการคาดการณ์ เมื่อสิ่งนั้นไม่ได้เป็นไปตามคาด เราก็แค่รู้สึกว่าการคำนวณหรือการอนุมานของเรามันผิดพลาด เป็นความตกหล่นของข้อมูล เป็นแค่การผิดพลาดของกระบวนการ

แต่เมื่อเราใช้หัวใจไปกับสิ่งที่เราหวัง แล้วสิ่งนั้นไม่ได้เป็นดังหวัง มันไม่ใช่เรื่องกระบวนการอีกต่อไป มันเป็นเรื่อง personal มันเป็นเรื่องที่กระทบตัวตน มันเป็นสัญญาณที่ตะโกนบอกว่า “ฉันมันไม่ดีพอ”

“ผิดหวัง” จึงเจ็บปวดกว่า “ผิดคาด” เสมอ

และ “ผิดคาด” ก็เจ็บปวดน้อยกว่า “ผิดหวัง” เสมอ

พอเราเข้าใจตรงนี้แล้ว เราก็นำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

เมื่อใดก็ตามที่เจอเรื่องที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราหวังไว้ แทนที่จะพูดกับตัวเองว่า “ผิดหวังว่ะ” ก็เปลี่ยนเป็น “ผิดคาดแฮะ”

เปลี่ยนคำพูดนิดเดียว ความรู้สึกก็เปลี่ยนแล้ว

เมื่อเปลี่ยนจากผิดหวังเป็นผิดคาด เราก็จะถอยออกมาหนึ่งก้าว ไม่เอาตัวตนลงไปผสมกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ และเราน่าจะแก้ปัญหาหรือยอมรับมันได้อย่างมีสติมากขึ้นครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 เสาร์ที่ 22 กันยายน ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR (รับ 20 ที่ ตอนนี้เหลือ 5 ที่ครับ)

นิทานหอยทาก

20180821d

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หอยทากน้อยถามแม่ว่า “ทำไมพวกเราต้องแบกกระดองทั้งแข็งทั้งหนักไว้บนหลังตั้งแต่เกิดด้วยครับแม่”

แม่ตอบว่า “นั่นเพราะว่าร่างกายพวกเราไม่มีกระดูกช่วยพยุงตัว ต้องคลานและคลานได้ช้ามาก เพราะฉะนั้นต้องอาศัยกระดองนี้ช่วยคุ้มกัน”

หอยทากน้อย “พี่หนอนก็ไม่มีกระดูก คลานก็ช้า ทำไมเธอไม่เห็นต้องแบกกระดองที่แสนหนักนี้ล่ะครับ”

“เพราะพี่สาวหนอนจะกลายเป็นผีเสื้อในไม่ช้า ท้องฟ้าจะปกป้องเธอได้”

“แต่ว่าน้องไส้เดือนก็ไม่มีกระดูก คลานก็ช้า บินก็ไม่ได้ ทำไมไม่ต้องแบกกระดองล่ะ”

“เพราะว่าน้องไส้เดือนเขามุดดินได้ ผืนธรณีคุ้มครองเขาได้” แม่ตอบ

หอยทากน้อยตัดพ้อร้องไห้โฮ “พวกเราช่างน่าสงสาร ฟ้าไม่ปกป้อง ผืนดินก็ไม่คุ้มครอง”

แม่ปลอบใจลูกน้อย “พวกเราถึงมีกระดองยังไงล่ะ”

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม 

อย่าเทียบข้างในของเรากับข้างนอกของคนอื่น

20180821b

แม้จะเป็นการยากก็ตาม

เพราะทุกคนพร้อมจะอวดไฮไลท์ของชีวิตประเคนใส่พานฟีด Facebook และ IG มาให้เราเสพ

ชีวิตของคนอื่นจึงดูดีกว่าความเป็นจริงเสมอ

ซึ่งมันก็ทำให้ชีวิตของเราดูแย่กว่าความเป็นจริงไปด้วย เพราะคนเราชอบเปรียบเทียบ และเมื่อเราเอาข้างในของเราไปเปรียบกับข้างนอกของเขา เราก็ย่อมรู้สึกแย่อย่างช่วยไม่ได้

เมื่อใดก็ตามที่เกิดสภาวะนี้ในใจ อาจต้องเตือนตัวเองว่า ทุกๆ คนมีความทุกข์ในแบบฉบับของตัวเอง เราก็ทุกข์ในแบบของเรา เขาก็ทุกข์ในแบบของเขา การที่คนๆ หนึ่งตะโกนให้โลกรู้ว่าชีวิตฉันดีแค่ไหน อาจเป็นเพียงกลไกในการชดเชยความทุกข์บางอย่างในใจเขาก็ได้

ในมุมกลับ เขาสุขได้ในแบบของเขา เราก็สุขได้ในแบบของเรา ซูชิมื้อละสามพันอาจอร่อยไม่เท่าคอหมูย่างจิ้มแจ่วที่นั่งล้อมวงกินกันก็ได้

ไม่เทียบข้างนอกเขากับข้างในเรา ไม่เทียบสุขของเรากับสุขของใคร จะได้ไม่ต้องทุกข์จนเกินพอดีครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR (รับ 20 ที่ ตอนนี้เหลือ 9 ที่ครับ)

ความสำเร็จคืออะไร?

20180821c

เราทุกคนล้วนต่างอยากประสบความสำเร็จ

และบางทีเราก็ตั้งใจจะสำเร็จมากเสียจนลืมถามตัวเองว่า สำหรับเราแล้ว ความสำเร็จคืออะไร

คือการทำกำไรได้ตามเป้า? คือการได้เลื่อนขั้น? คือการได้มีหน้ามีตาในสังคม? คือการมีเงินเก็บ 10 ล้าน? คือการมีความสุขความพอใจในตนเอง?

สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ถ้าเรานิยามความสำเร็จไว้คับแคบหรือตื้นเขินเกินไป เราก็อาจใช้ชีวิตอย่างคับแคบหรือตื้นเขินเกินไปด้วยเช่นกัน

ลองคิดเล่นๆ ว่า “ความสำเร็จ” ไม่ใช่ noun แต่เป็น verb

ไม่ใช่ปลายทางแต่เป็นหนทาง

ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันใดวันหนึ่งในอนาคต แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ที่นี่-เดี๋ยวนี้

ผมก็น่าจะให้นิยามความสำเร็จว่ามันคือการที่เราได้ทำสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ และสิ่งๆ นั้นมีคุณค่าและมีความสำคัญกับเราอย่างแท้จริง

ถ้าวันนี้ผมตั้งใจจะทำสิ่งที่มีคุณค่า และผมทำมันได้เสร็จลุล่วง วันนี้ก็ถือว่าสำเร็จ

ถ้าวันนี้ผมตั้งใจจะทำสิ่งที่มีคุณค่า แต่เจออุปสรรคนานับประการจนทำอะไรไม่เสร็จซักอย่าง วันนี้ก็คงไม่สำเร็จเท่าไหร่

และถ้าวันนี้ผมใช้เวลาทั้งวันไปกับเรื่องที่ไม่มีคุณค่ากับผมอย่างแท้จริง แม้จะทำ “เสร็จ” ไปมากมาย ผมก็อาจรู้สึกว่าล้มเหลวอยู่ดี

โชคดีที่ความสำเร็จแบบนี้ให้โอกาสเราเริ่มใหม่เสมอ

ถ้าเราทำ “ห้วงนี้” ให้สำเร็จ เราก็มีโอกาสจะทำชั่วโมงนี้ให้สำเร็จ

และถ้าเราทำชั่วโมงนี้ให้สำเร็จ เราก็มีโอกาสจะทำวันนี้ให้สำเร็จ

และถ้าเรามีวันที่สำเร็จหลายๆ วัน เราก็จะมีเดือนที่สำเร็จ ปีที่สำเร็จ และชีวิตที่สำเร็จไดัในที่สุดครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR (รับ 20 ที่ ตอนนี้เหลือ 10 ที่ครับ)