
วันก่อนผมได้อ่านบล็อกของอัม น้องคนนึงที่เคยเล่นดนตรีด้วยกันและตอนนี้กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่อเมริกา
อัมเล่าให้ฟังถึงการไปฝึกงานที่กูเกิ้ลเป็นครั้งที่สอง และได้เจอเด็กไทยอีกสามสี่คนที่มาสนิทกันที่นี่
ทุกคนนี่มีความโหดๆทั้งนั้น
ตั้งแต่เด็กคณิตศาสตร์โอลิมปิกเหรียญทอง
จนถึงคนที่เก่ง competitive programming ระดับต้นๆ ร้อยๆคนแรกของโลกพวกนี้เด็กกว่าเรา 10 กว่าปี ก็มี
เราก็เลยเป็นคุณลุงโปรแกรมเมอร์ธรรมดาๆคนนึง
ที่ได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ท่ามกลางเด็กๆเก่งๆหลายๆคน
สนุกดีนะพวกนี้น่าจะเก่งกว่าเราทุกคนอะนะ
แต่ที่น่ารักก็คือ เวลาเราพูดอะไร เค้าก็ฟังกันหมดนะ
แบบ เป็นเด็ก เนิร์ด ที่น่ารักๆอะ เลยทำให้เราสนิทกับกลุ่มนี้อยู่…อย่างนีงที่เราชอบมากๆกับกลุ่มๆนี้
คือ ไม่มีใครวิชาการเลย
เวลานั่งคุยกัน จะเป็นเรื่องไร้สาระซะเยอะ
อะไรที่ไม่เป็น ก็จะไม่อวด เช่น เตะบอลไม่เป็น เค้าก็จะบอกว่า “โอ้ย ผมกากครับ”
ปล่อยมุกใส่เค้าก็ไม่ถือสา ช่วยหัวเราะ 5555 ให้อีกตะหาก
รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมาก รอบนี้
แล้วหนึ่งในบทสรุปที่อัมได้จากการไปฝึกงานที่กูเกิ้ลคราวนี้ก็คือ “เก่งไม่พูด เก่งถาม”
เราถูกล้อมรอบด้วยคนที่เก่งกว่าเราเต็มไปหมด
สิ่งที่เราสังเกตได้ คือ เวลามีคำถามอะไรขึ้นมา
พวกนี้ไม่อวด ไม่รีบแย่งตอบ เค้าจะรอฟังคนอื่นตอบแล้วเค้าก็จะแซมๆขึ้นมาเวลาเราเล่าอะไรให้ฟัง
พวกนี้จะค่อยๆให้เราเล่า ไม่แทรกด้วยอะไรที่เค้ารู้อยู่แล้ว
แล้วก็จะถามคำถามต่างๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงใจ
ในสายตาเรา พวกเนี้ยะแหละเก่งจริง
อาจจะเพราะว่าคนที่เก่งจริงๆ นั้นเขารู้ดีว่าเขายังไม่รู้อะไรอีกมาก จึงมีความถ่อมตัวและพร้อมจะเรียนรู้จากคนอื่นอยู่เสมอ
หรือคนเก่งจริงบางคน อาจจะเคยชอบอวดเก่งก็ได้ แต่พอเวลาผ่านไปจึงรู้ดีว่ามันไม่จำเป็น เพราะความเก่งจะอวดตัวมันเองอยู่แล้ว
เก่งไม่พูด เก่งถาม
จำคำนี้ให้ขึ้นใจ
จะได้เป็นคนเก่งที่น่ารักครับ
ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่
ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com