Pic & Pause: Salar de Uyuni

20161021_salar

วันนี้วันศุกร์ ไม่มีนิทานมาเล่าให้ฟัง เลยขอเอารูปสวยๆ มาแชร์นะครับ

รูปนี้ดูแว้บแรกนึกว่าโดนโฟโต้ชอปมา

แต่นี่คือรูปที่ถ่ายจากสถานที่จริง มีชื่อว่า Salar de Uyuni (ซาลาร์ เดอ อูยูนี) ในประเทศโบลิเวียครับ (ประเทศนี้อยู่ระหว่างบราซิลและเปรู)

“เดอะ ซาลาร์” คือ Salt Flat หรือทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยอาณาเขตถึง 10,582 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 5 เท่า) และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3656 เมตร (ดอยอินทนนท์สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565)

ในช่วงหน้าฝน (เดือนมกราคมถึงเมษายน) น้ำก็จะเจิ่งนองไปทั่วและสร้าง “กระจกแห่งสรวงสวรรค์” (mirror of the heavens) อย่างที่เห็นครับ

เห็นแล้วก็อยากออกเดินทางเสียจริงๆ


ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: John Li’s Answer to What are some of the best rare natural phenomena that occur on Earth?

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Wikipedia: Salar de Uyuni 

ถ้ารู้ว่าทำได้ดีกว่านี้

20161020_better

ทำไมไม่ทำให้ดีกว่านี้?

ถ้ารู้ว่าผิดอยู่ ทำไมไม่แก้?

ถ้ารู้ว่ากินข้าวหมดจานได้ ทำไมไม่ทานให้หมด?

ถ้ารู้ว่าถามแล้วจะได้คำตอบ ทำไมไม่ถาม?

ถ้ารู้ว่าจริงๆ จะลุกก็ได้ ทำไมถึงนอนต่อ?

คำถามพวกนี้วนอยู่ในหัวผมมาสองสามวันแล้ว

เพราะถ้าอยากจะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์พร้อม เราจะมัวปล่อยให้ความง่วง ความขี้เกียจ ความผัดวันประกันพรุ่งมาเป็นข้ออ้างไม่ได้

ถ้ารู้ว่าลุกไหว ก็อย่านอนต่อ

ถ้ารู้ว่าผิด ก็แก้ไข

ถ้ารู้ว่าทำได้ดีกว่านี้ ก็จงทำ

ชีวิตอาจจะเหนื่อยขึ้นอีกนิด แต่ก็น่าจะซับซ้อนน้อยลง

และในระยะยาว น่าจะส่งผลดีกว่ากันเยอะเลย


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เราตัดสินคนอื่นจากการกระทำ

20161019_judge

แต่เราตัดสินตัวเองจากเจตนา

“We judge ourselves by our intentions and others by their behaviour.”

-Stephen R. Covey

ด้วยเหตุนี้เราจึงเป็นมนุษย์สองมาตรฐานอย่างเลี่ยงไม่ได้

เพราะการกระทำอย่างเดียวกัน ถ้าคนอื่นทำเราจะเห็นว่ามันผิด แต่ถ้าเราทำเราจะมีเหตุผลเพื่อสร้างความชอบธรรมให้การกระทำของเราเสมอ

และนี่น่าจะเป็นหนึ่งสาเหตุที่เราเลิกทะเลาะเรื่องเสื้อเหลือง-เสื้อแดง แล้วหันมาทะเลาะกันเรื่องเสื้อดำแทน

แล้วเราจะมีส่วนช่วยให้ปัญหาบรรเทาลงได้อย่างไรบ้าง?

1.อย่าตัดสินคนอื่น เป็นความเคยชินของใจเราอยู่แล้วที่จะตัดสินคนอื่นเวลาที่เขาทำอะไรไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราคิดว่าควรจะเป็น ถ้ารู้ตัวว่าเรากำลังตัดสินคนอื่นเมื่อไหร่ ให้รู้ไว้เลยว่าเรากำลังติดกับดักของความเคยชินและกำลังถูกอีโก้เล่นตลกกับเราอยู่

2.คิดหาเหตุผลดีๆ ให้กับการกระทำของเขา คิดดูซิว่าถ้าวันนี้เราไม่ได้ใส่เสื้อดำเสียเอง มันน่าจะเกิดจากเหตุผลอะไรได้บ้าง (เสื้อหมด ซักไม่ทัน หาซื้อไม่ได้ ฯลฯ) แล้วก็ยกประโยชน์ให้จำเลยไป

3.เผื่อใจไว้เลยว่าคนอื่นอาจกำลังเข้าใจเราผิด เพราะถ้าเราไม่พูด เขาย่อมไม่มีทางรู้เจตนาหรือเหตุผลของเราได้อยู่แล้ว (แม้ว่าลึกๆ เราจะเรียกร้องให้เขาเข้าใจเราก็ตาม) เราจึงอาจต้องสื่อสารให้มากขึ้น หรือไม่ก็ปรับเปลี่ยนการกระทำของเราเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรู้สึกไม่ดี

วิธีการสามข้อที่กล่าวไป นอกจากเรื่องเสื้อดำ-ไม่ดำแล้ว ยังสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้กับหลายสถานการณ์เลยนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อยากได้ฝน อย่าปฏิเสธฟ้าร้อง

20161018_lightning

“เมื่อเราต้องการทะเล ย่อมจะต้องยอมรับเสียงคลื่นลม
เมื่อเราอยากได้น้ำฝน ต้องยอมให้มีฟ้าแลบฟ้าผ่า”*

– หนังสือคำบันดาลใจ
ประสาร มฤคพิทักษ์ เรียบเรียง


แฟนผมเป็นคนจัดกระเป๋าเดินทางเก่งมาก

ผลงานชิ้นโบว์แดงของเธอก็คือการจัดกระเป๋าสำหรับเราสองคนเพื่อไปเที่ยวยุโรปสองสัปดาห์ โดยที่กระเป๋าใบนั้นมีน้ำหนักแค่ 18 กิโลกรัม (และเราต่างก็มีเป้ไปด้วยอีกคนละใบเอาไว้ใส่พาสปอร์ตและของที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ)

ส่วนแม่ผมจะขึ้นชื่อเรื่องการเตรียมของไปเผื่อ

ช่วงวัยรุ่น เวลาที่ครอบครัวเราไปเที่ยวต่างจังหวัดช่วงหยุดสุดสัปดาห์ ผมกับน้องชายจะแซวแม่เสมอว่าขนของราวกับจะไปอยู่เดือนนึง เพราะสัมภาระเต็มคันรถจนแน่นเอี๊ยด

แต่ถ้ามองย้อนกลับไปอีกนิด สมัยที่ผมไปเรียนมัธยมปลายที่นิวซีแลนด์ นิส้ยการเตรียมของไปเผื่อของแม่มีประโยชน์กับผมอย่างมหาศาล

เพื่อนคนไทยที่ไปเรียนนิวซีแลนด์กับผม ส่วนใหญ่จะจัดกระเป๋าเอง และเอาไปกันแต่เสื้อผ้าและรองเท้า อาจจะมีมาม่าด้วยนิดหน่อย

แต่กระเป๋าของผมที่แม่กับน้าช่วยจัดให้ นอกจากสิ่งของจำเป็นข้างต้นแล้ว ยังมีนิยาย กระเทียมเจียว พริกป่น โจ๊กซอง หม้อหุงข้าว ซองจดหมาย เทปคาสเซ็ต รวมไปถึงทอล์กกิ้งดิคชันนารีแถมมาให้ด้วย (จริงๆ มีมากกว่านี้อีกเยอะแต่จำไม่ได้แล้ว)

การเตรียมของไปเผื่อของแม่ ทำให้ผมได้อ่านนิยายเป็นครั้งแรก ได้กินข้าวสวยเกือบทุกวัน ได้เขียนจดหมายหาเพื่อนนับร้อยฉบับ ได้ฟังเพลงไทยให้หายคิดถึงเมืองไทย และได้ฝึกภาษาอังกฤษทุกคืนด้วยทอล์กกิ้งดิคชันนารี

วันนี้ไม่ได้จะมาคุยว่าควรจะจัดกระเป๋าแบบไหนถึงจะดี

แต่จะมาคุยว่า นิสัยบางอย่างที่บางทีเราแอบคิดรำคาญหรือตั้งคำถาม ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกชั้น เราอาจจะเห็นข้อดีที่มากับนิสัยนั้น

เพื่อนบางคนอาจจะเจ้ากี้เจ้าการ แต่เวลาเตรียมตัวไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็เป็นคนๆ นี้แหละที่ลงแรงมากกว่าเพื่อน

แฟนบางคนอาจจะขี้หึง แต่ก็เป็นคนๆ นี้แหละที่เอาใจใส่เรามากกว่าใครๆ

หัวหน้าบางคนอาจจะขยันเราทำงานให้ไม่ทัน แต่ถ้าไม่ได้เขา เราก็คงไม่เก่งขึ้นถึงขนาดนี้

“เมื่อเราต้องการทะเล ย่อมจะต้องยอมรับเสียงคลื่นลม
เมื่อเราอยากได้น้ำฝน ต้องยอมให้มีฟ้าแลบฟ้าผ่า”*

ในคนทุกคนและในทุกสถานการณ์มีทั้งด้านที่เราชอบ และด้านที่เราไม่ชอบ

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันเป็นด้านเดียวกันครับ


* ประโยคนี้เป็นการ Quote คำพูดของคนอื่นมาอีกที ถ้าใครทราบว่าใครเป็นเจ้าของข้อความนี้ รบกวนบอกด้วยนะครัับ

facebook.com/anontawongblog

anontawong.com/archives

ภาพจาก pixabay.com

ความรู้สึกเป็นเพียงผู้มาเยือน

20161017_feelings

“Feelings are just visitors.
Let them come and go.”
-Mooji

วันจันทร์เพิ่งผ่านพ้นไป เชื่อว่าหลายคนคงงานยุ่งกันพอสมควร

บางคนอาจจะยุ่งจนลืมเศร้าเลยก็ได้

ความรู้สึกต่างๆ ก็เป็นเพียงแขกที่แวะมาอยู่บ้านเราชั่วคราว

แขกส่วนใหญ่จะแค่แวะมาทักทายแล้วจากไป

แต่เป็นเราเองนี่แหละ ที่เชื้อเชิญแขกเข้ามาในบ้าน แล้วกักเขาไว้ไม่ให้ไปไหน

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อยากอยู่ แต่เราดันรั้งเขาไว้เอง ใจก็ย่อมหนักอึ้งและหมดแรง

“Feelings are just visitors.
Let them come and go.”

เมื่อความรู้สึกใดก็ตามเกิดขึ้นในใจเรา เราควรทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ไม่ผลักไส แต่ก็ไม่ดื้อรั้นที่จะเก็บมันไว้ในบ้าน

เพราะสุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นเพียงผู้มาเยือนเท่านั้น


facebook.com/anontawongblog

anontawong.com/archives

ภาพจาก Pixabay.com