บทเรียนชั้นประถม

20150701_HighHeels

ผู้ชายคนไหนก็แล้วแต่
หากได้ลองสวมรองเท้าส้นสูง
จะต้องรู้สึกรักผู้หญิงขึ้นเป็นกอง
– อากิฮิโร นากาตานิ

—–

ตอนเด็กๆ บ้านผมอยู่ที่หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง ถนนกรุงเทพกรีฑา

ด้วยนโยบาย “เรียนใกล้บ้าน” ของแม่ ผมก็เลยได้เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนที่ใกล้บ้านที่สุด

ชื่อโรงเรียนนั้นก็คือ สมโภชกรุงอนุสรณ์ (๒๐๐ ปี) ซึ่งสมัยนั้นมีอาจารย์สอิ้ง สุทธิแสวงเป็นอาจารย์ใหญ่

ผมลองกูเกิ้ลดูเล่นๆ ก็ดันเจอรูปภาพเหล่าคณาจารย์สมัยนั้นบน Facebook ด้วย!

 Sompotkrungภาพจาก Facebook Page: โรงเรียนสมโภชกรุงอนุสรณ์ (๒๐๐ปี)

แปลกดีที่ผมสามารถจำชื่ออาจารย์ในรูปนี้ได้ถึง 12 คน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอท่านมาหลายสิบปีแล้ว

อ.สุพจน์ อ.ปรัชญา อ.สุรพล อ.เสถียร อ.ธีรชัย อ.นิพนธ์ อ.สมควร อ.มาโนช อ.พนมวรรณ อ.วรรณา อ.สอิ้ง และอ.พูลสุข

อาจเป็นเพราะว่าสิ่งที่เรารับรู้ และเรียนรู้ตอนเด็กๆ มันฝังลึกกว่าสิ่งที่เรียนรู้ตอนโต

ทุกเช้าเราต้องมาเข้าแถวเคารพธงชาติกลางแดดที่ลานเอนกประสงค์

เคารพธงชาติเสร็จแล้ว จะมีอาจารย์มา “เล่าข่าว” ให้ฟังว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้างในโรงเรียน และจบด้วยการให้โอวาทหรือให้คติสอนใจ

มีวันหนึ่งที่อาจารย์สุรพลมาให้โอวาท

อาจารย์สุรพลสอนวิชาพละและวิชาเลข พ่วงด้วยอาจารย์ฝ่ายปกครองที่มีไม้เรียวเป็นอวัยวะที่ 33 จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอาจารย์ที่ดุที่สุดในโรงเรียน

อาจารย์สุรพรเริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องอะไรบางอย่างซึ่งผมจำไม่ได้แล้ว จำได้แค่ตอนประโยคสุดท้ายหลังจากเล่าเรื่องจบ

ประโยคนั้นก็คือ “จงเอาใจเขามาใส่ใจเรา”

เป็นคำสอนที่เรียบง่ายมาก เรียบง่ายจนน่าเบื่อเลยทีเดียว

แต่มันจริงเอามากๆ

—–

คุณอากิฮิโรบอกว่าผู้ชายควรลองใส่รองเท้าส้นสูง คล้ายๆ สำนวนฝรั่งที่ว่า Put yourself in their shoes.

คงจะดี ถ้ามีเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ชายรับรู้ความรู้สึกของผู้หญิงตอนมีประจำเดือนและตอนตั้งครรภ์ด้วย จะได้เข้าใจความลำบากและรักเพศแม่มากขึ้น

และคงจะดี ถ้าผู้หญิงมีช่องทางในการรับรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยของผู้ชายที่ต้องแบกรับภาระและความกดดันหลายอย่าง

ถ้าเราเอาใจแฟนมาใส่ใจเรา เราจะมีชีวิตคู่ที่ดีขึ้น เพราะเราจะไม่มัวคิดถึงแต่ตัวเองหรือเล่นสงครามจิตวิทยาใส่กัน

ถ้าเราเอาใจหัวหน้ามาใส่ใจเรา เราจะเจริญก้าวหน้า เพราะเราจะขยันทำงานเพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่หัวหน้ายอมจ่ายเงินจ้างเรา

ถ้าเพียงแต่เราเอาใจเขามาใส่ใจเรา เราจะมีชีวิตที่ร่มเย็น เพราะเราจะรักษาศีลห้าได้โดยอัตโนมัติ (อาจจะยกเว้นข้อ 5)

ผมไม่รู้ว่าอาจารย์สุรพลจะมีโอกาสได้เข้ามาอ่านบทความนี้มั้ย แต่ผมอยากจะบอกอาจารย์ว่า คติสอนใจอันเรียบง่ายที่อาจารย์เคยพูดไว้หน้าเสาธงเมื่อ 25 ปีก่อน ได้ยังประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตอย่างยิ่งกับลูกศิษย์คนนี้ แถมยังเอามาเขียนลงบล็อกได้อีกด้วย (ถ้าผมเป็นอาจารย์ ผมคงภูมิใจแย่เลยนะเนี่ย!)

2 thoughts on “บทเรียนชั้นประถม

  1. ยินดีที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมโภชกรุงอีกครั้งนะ ว่าแต่ว่า “คุณไม่ต้องรู้หรอก” นี่เป็นใครล่ะครับเนี่ย ตั้งชื่อซะเป็นปริศนาเชียว

    Like

  2. จำได้ว่าสุพจน์นี่เคยไปออกรายการอะไรสักอย่าง ที่ให้ผู้ร่วมรายการทายว่า คนไหนในสามคนเป็นตำรวจปราบจลาจล (แน่นอนว่าแกเป็น choice หลอกอ่ะนะ)

    ส่วนสุรพลนี่โดยนิสัยแกก็เป็นคนที่ใช้ได้คนนึงอ่ะนะ แต่นโยบาย ห้ามซื้อขนมระหว่างทางกลับบ้านในชุดนักเรียน ของแกนี่ห่วยชิบหายเลยว่ะ ผมมานึกย้อนกลับไปนี่ยังไงก็ไม่เมคเซ้นส์ว่ะ คือแม่งเอาสิทธิ์อะไรมาห้ามวะ this is a free country ซึ่งพอแกย้ายไปศรีพฤฒาแล้วก็ไม่เห็นเอาไอ้นโยบายที่ว่านี้มาตีเด็กศรีพฤฒาเลย แม่งหลายมาตรฐานสัสๆ

    ว่าแต่คุณวรุฒสบายดีนะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s