ยูโรมโนสาเร่ ตอนที่ 8

5 เรื่องเกี่ยวกับการเดินทางในปารีส

1.ระบบความเชื่อใจตรงข้ามกับสวิส
ระบบรถไฟของสวิสไว้ใจว่าประชาชนจะซื่อสัตย์และซื้อตั๋ว
ที่สวิตเซอร์แลนด์จึงไม่มีด่านให้เสียบตั๋ว ซื้อเสร็จแล้วเดินขึ้นรถได้เลย (แต่ถ้าไม่ซื้อแล้วเจอตรวจก็ซวยไป)

ขณะที่ในปารีส เขาตั้งธงไว้ก่อนว่าถ้าปล่อยให้ขึ้นรถโดยไม่มีด่านเอ็งโกงกันแน่ๆ ในปารีสจึงมีด่านคล้ายๆ กับของเมืองไทย แต่จะมีทั้งก้านหมุนกั้น ต่อด้วยประตูซึ่งสูงกว่าและมิดชิดกว่ามาก

image
(ภาพจาก enturing.com)

ถึงจะทำด่านซะเข้มงวดขนาดนี้ แต่ก็ยังเห็นคนกระโดดข้ามด่านและง้างประตูเดินเข้าไปหน้าตาเฉยนะครับ

2. ระบบฝรั่งเศสจะมี human touch มากกว่า
จริงๆ ผมอาจจะเทียบได้ไม่แฟร์นักเพราะผมกำลังเทียบรถใต้ดินในปารีส กับ สถานีรถไฟเล็กๆ ในสวิส

วันที่ผมจะเดินทางจากสวิสมาฝรั่งเศสนั้น ผมต้องนั่งรถไฟจากสถานี Clarens ซึ่งเป็นสถานีย่อยในเมือง Montreux เพื่อมาขึ้นรถ TGV ที่ Lausanne

ปรากฏว่าเครื่องซื้อตั๋วที่ Clarens มีปัญหาไม่ยอมรับธนบัตร จะรับแต่บัตรเครดิตที่ต้องใส่ PIN สี่ หลักซึ่งผมไม่รู้และจำไม่ได้ (เพราะใช้วิธีเซ็นสลิปตลอด) เดือดร้อนพี่ที่เราไปอยู่ด้วยต้องวิ่งกลับไปเอาบัตรเครดิตของเขาที่บ้านเพื่อมาซื้อตั๋วให้ เพราะสถานีนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ขายตั๋วเลย

ขณะที่ในปารีส ไม่ว่าจะสถานีอะไรหรือจะดึกแค่ไหนก็จะมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด อย่างน้อยเราก็อุ่นใจได้ว่า ถ้าติดปัญหาอะไรก็ยังพอมีคนช่วยแนะนำเราได้

มีครั้งนึงผมจะซื้อตั๋วแบบสิบใบ (Un carnet อ่านว่า อั่งคาเน) พอถามเจ้าหน้าที่ เขาก็ลุกออกมาจากห้องขายตั๋วมาสอนเราซื้อที่ตู้เลย

การใช้สมองกลอย่างสวิสมันก็ดีตรงที่มีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน แต่ขณะเดียวกัน ถ้าระบบมีปัญหาขึ้นมา ประชาชนก็ย่อมเดือดร้อนเพราะไม่รู้จะไปพึ่งพาใคร

3.ป้ายบอกสถานี เมืองไทยน่าเอาอย่าง
รถใต้ดินของฝรั่งเศสมีหลายสายมาก เผลอๆ อาจจะมากกว่าของญี่ปุ่นด้วยซ้ำไป แต่ป้ายบอกทางรถใต้ดินของเขาทำเอาไว้ดีมาก และเมืองไทยควรนำไปประยุกต์ใช้บ้าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวในเมืองไทยใช้รถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น

สมมติว่าผมเองเป็นฝรั่งมาเมืองไทยครั้งแรก ไม่คุ้นเคยกับชื่อไทยๆ ผมต้องการจะไป Phra Khanong และมาขึ้นรถไฟที่สยาม ผมจะรู้มั้ยว่าควรจะขึ้นรถที่ชานชลาไหนระหว่าง

ก.Mo Chit
ข. National Stadium
ค. Bearing
ง. Bangwa

เพราะป้ายรถไฟฟ้าเราที่เห็นชัดๆ มีแต่บอกสถานีปลายทาง (Terminal station) สี่ป้ายนี้เท่านั้น

โอคล่ะ คุณอาจจะบอกว่า ตอนซื้อตั๋วก็มีแผนที่เห็นเส้นทางแล้วไงว่าคุณจะต้องขึ้นรถไฟที่วิ่งไปสถานีปลายทางใด

ก็จริงครับ แต่เราน่าจะทำให้ชีวิตนักท่องเที่ยวเขาง่ายขึ้นได้กว่านี้มิใช่หรือ?

เพราะกลายเป็นว่า เวลาซื้อตั๋ว เขาต้องจำข้อมูลถึงสองชุด คือสถานีที่จะลงคืออะไร Phra Khanong และสถานีปลายทางคือ Bearing คนที่ไม่คุ้นเคยกับภาษาไทยและสถานที่ในเมืองไทยน่าจะต้องใช้ความพยายามไม่น้อยที่จะขึ้นรถให้ถูกขบวน

ของที่ฝรั่งเศส ป้ายจะชัดมากว่าถ้ามาขึ้นฝั่งนี้ รถจะไปจอดสถานีอะไรบ้าง ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะขึ้นรถผิด จำแค่สถานีที่จะลงให้ได้ก็พอแล้ว

แถมป้ายยังมีบอกด้วยว่า แต่ละสถานีจะมีเชื่อมกับสายอื่นใดบ้าง (ถ้าสีขาวแปลว่ามีเชื่อม ถ้าสีทึบแปลว่าไม่มี)

image

4.มีป้ายบอกชัดเจนว่าขบวนถัดไป และขบวนต่อจากนั้น จะมาถึงภายในกี่นาที

ผมว่านี่เป็นอีกเรื่องที่รถไฟฟ้าบ้านเราควรทำ

เพราะแค่การได้รู้ว่าอีกกี่นาทีรถไฟจะมา ก็ช่วยลดความกังวลไปได้ไม่น้อย เหมือนเวลาที่เราเห็นตอนรถติดไฟแดงว่า อีกกี่วินาทีถึงจะไฟเขียวนั่นแหละครับ

image

5. ถนนเหลือเลนเดียวแล้วรถก็ยังไม่ติด
ตอนที่ผมไปเดินในเขตเมืองเก่าอย่าง Le Marais หรือแถวที่พักอย่าง Belleville ซึ่งคนอยู่กันเยอะมาก แต่ถนนส่วนใหญ่มีแค่เลนเดียว (หรือมีสองเลนแต่รถจอดข้างทางจรเหลือแค้เลนเดียว) แต่รถกลับไหลได้เรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ตรงถนนใหญ่ก็มีรถไม่น้อย แถมถนนเลนเดียวนี่มีรถบัสวิ่งด้วยนะครับ

ผมว่านี่เป็นกรณีน่าศึกษา เพราะของเมืองไทย ต่อให้ถนนเรามีสามหรือสี่เลน แต่ถ้ารถจอดเสียข้างทางซักคันเดียว รถจะติดขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้ยาวพอสมควร ไว้มาต่อกันตอนหน้านะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s