นิทานคุกกี้

20170217_cookie

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ณ สนามบินที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งในช่วงวันหยุดยาว

ผู้หญิงคนหนึ่งเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านที่เธอจากมาแสนนาน

ปรากฎว่าเครื่องดีเลย์กว่าครึ่งชั่วโมง เธอจึงเดินไปซื้อหนังสือพิมพ์และคุกกี้มาหนึ่งถุงเพื่อฆ่าเวลา

หลังจากหาที่นั่งอยู่นาน ก็พบที่นั่งว่างข้างชายแก่ที่ดูป้ำๆเป๋อๆ คนหนึ่ง

เธอรีบตรงไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์และเปิดห่อคุกกี้กินทันที

หลังจากนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ได้ซักพัก เธอก็เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ เพราะคุกกี้ที่เธอกินนั้น ดูเหมือนจะร่อยหรอเร็วกว่าปกติ

พอเหลือบตาจากหนังสือพิมพ์มาดู จึงเห็นว่าชายแก่กำลังหยิบคุกกี้กินอย่างเอร็ดอร่อย

แน่นอน เธอไม่พอใจ แต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะไม่อยากมีเรื่องกับคนแก่

เธอพยายามหยิบคุกกี้ถี่ขึ้น แต่ยิ่งเธอหยิบคุกกี้กินเร็วขึ้นเท่าไหร่ ชายแก่ก็ยิ่งกินคุกกี้ไวขึ้นเท่านั้น

จนในถุงเหลือคุกกี้แค่ชิ้นเดียว เธอจึงรอดูว่าชายแก่จะยังกล้ากินอีกมั้ย

ชายแก่ยื่นมือลงไปหยิบคุกกี้ชิ้นนั้นขึ้นมา หักมันออกครึ่งนึง และยื่นคุกกี้ครึ่งชิ้นให้เธอด้วยรอยยิ้ม ส่วนเขาก็กินอีกครึ่งชิ้นก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไป

ช่างเป็นตาแก่ที่ไร้มารยาทสุดๆ เธอคิดในใจ

ได้เวลาขึ้นเครื่อง เธอจึงตรงไปยังเกตและเปิดกระเป๋าหยิบบอร์ดดิ้งพาส

แต่สิ่งแรกที่เธอเห็นในกระเป๋า คือห่อคุ้กกี้ที่ยังเหลือคุกกี้อยู่เกือบเต็มถุง

เธอจึงถึงบางอ้อ และรู้สึกละอายเหลือเกิน

เพราะคนที่ไร้มารยาทไม่ใช่คุณลุง แต่เป็นตัวเธอเองต่างหาก


ขอบคุณนิทานจาก Neizod: คุ๊กกี้กับชายแปลกหน้า  (มีดัดแปลงสำนวนเล็กน้อย)

ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

เจ็บปวดเพราะความจริง

20170213_hurtbytruth

ดีกว่าโดนปลอบใจด้วยคำโกหก

“But better to get hurt by the truth than comforted with a lie.”

― Khaled Hosseini

การยอมรับความจริงเป็นเรื่องที่เจ็บปวด

เราถึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่เผชิญหน้ามันอยู่เสมอๆ

แต่ถ้าใจแข็งพอยอมจะสบตากับความจริง เราจะเจ็บแค่หนเดียว

แต่ถ้าเราซ่อนอยู่ในโลกแห่งการเข้าข้างตัวเอง เราจะเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พระท่านบอกว่า ที่คนเราเป็นทุกข์ เพราะเรายอมรับความจริงไม่ได้

เมื่อเราป่วย แต่เราไม่อยากให้ป่วย เราก็เลยทุกข์

เมื่อความรักจืดจาง เรายังอยากให้เขารักเราอยู่ เราจึงเป็นทุกข์

โลกมันทุกข์ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ยอมรับความจริงอีกก็เท่ากับทำร้ายตัวเองซ้ำสอง

ดังนั้น ถ้าอยากหลุดออกจากความทุกข์เร็วๆ ก็ต้องเริ่มต้นจากการยอมรับความจริงก่อน

ยอมรับไม่ได้แปลว่ายอมจำนน เพราะยอมจำนนคือไม่สู้ แต่ยอมรับแล้วยังสู้ได้

ยิ่งยอมรับความจริงได้ดีแค่ไหน เราก็ยิ่งสู้ได้ดีขึ้นแค่นั้นครับ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ทำสิ่งที่เราพอทำได้

20170213_dowhatwecan

ด้วยสิ่งที่เรามี

ณ ที่ที่เราอยู่

“Do what you can, with what you have, where you are.”
― Theodore Roosevelt

เพราะถ้ามัวแต่รอฟ้าฝนให้เป็นใจ รอให้มีเวลา รอให้อะไรๆ ลงตัวกว่านี้ เราก็คงไม่ได้เริ่มซักที

เงินมีเท่านี้ก็ทำเท่านี้ ความรู้มีเท่านี้ก็ลองผิดลองถูกไป ระหว่างทางก็หาความรู้เพิ่มเติม แม้จะมีคนเห็นหรือมีลูกค้าไม่มากก็ยอมรับความจริงตรงนั้นแล้วเดินหน้าต่อไป

เพราะการเดินทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ

เริ่มเสียตอนนี้เท่าที่กำลังเราจะทำได้

ยังไงก็มีประโยชน์กว่าการนั่งรออยู่เฉยๆ แน่ๆ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

 

ชีวิตมันไม่ง่าย

20170213_lifeainteasy

และจะยากกว่านี้อีกถ้าเราไม่ฉลาด

“This life’s hard, but it’s harder if you’re stupid.”
-George V. Higgins, The Friends of Eddie Coyle

เรามาเกิดเพราะความไม่รู้ และเราเกิดมาด้วยความไม่รู้

ชีวิตจึงเป็นโรงเรียนให้เรามาเรียนรู้

เรียนรู้เรื่องโลก เพื่อจะได้ทำมาหากินและได้มาซึ่งปัจจัยในการดำรงชีวิตที่สุขสบายตามอัตภาพ

และเรียนรู้เรื่องตัวเอง เพื่อจะเป็นคนที่จิตใจสูงขึ้นและรับมือกับปัญหาได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น

ปัญหาส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ ไม่ได้เกิดจากการไม่รู้จักโลก แต่เกิดจากการไม่รู้จักตัวเอง

ดังนั้น การเรียนรู้ทั้งสองอย่างจึงต้องไปด้วยกัน

เพราะถ้าไม่รู้เท่าทันตัวเอง ยิ่งรู้เรื่องโลกเท่าไหร่ จะยิ่งทุกข์มากขึ้นเท่านั้น


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ทุกคนมีมารซ่อนอยู่

20170213_devilinus

ดังนั้น ขั้นตอนแรกที่จะรักใครซักคน คือมองให้เห็นมารตัวนั้นในตัวเราเอง เราจะได้ให้อภัยเขาได้

“There is evil in everyone. The first step toward loving someone else is to recognize that evil in yourself, so you can forgive them.”

– Allegiant Veronica Roth

หนึ่งในข่าวที่ดังที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือเรื่องวิศวกรยิงเด็กม.4

กระแสสังคมส่วนใหญ่เหมือนจะอยู่ #ทีมลุง เพราะถือเป็นการป้องกันตนเองและครอบครัวจากเด็กวัยรุ่นที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่

หลายคอมเมนท์หนักไปถึงขั้นที่ว่ายิงนัดเดียวน้อยไปด้วยซ้ำกับเด็กที่ทำตัวแบบนี้

คำถามก็คือเด็กพวกนี้เขาแย่อย่างที่เราจินตนาการจริงหรือเปล่า?

ลองคิดภาพตัวเองอยู่ม.4 กับเพื่อนที่เคยคบกัน ถ้าผมและเพื่อนๆ อยู่ในสถานการณ์อย่างนั้นผมอาจจะมีพฤติกรรมไม่ต่างกันเลยก็ได้ เพราะฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านและเพื่อนเราเฮไหนเราก็เฮนั่นด้วยอยู่แล้ว

เมื่อความโกรธเข้าครอบงำและสถานการณ์เป็นใจ มารในตัวเราอาจจะโผล่ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้

คนทำผิดด้วยความคึกคะนองก็ควรโดนลงโทษและตักเตือนไปตามเนื้อผ้า แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องไม่ลืมกลับมาย้อนดูตัวเองด้วยว่า ตัวเราก็มีส่วนคล้ายกับคนที่เรากำลังประณามอยู่เช่นกัน

จะได้ไม่เพียงแต่ก่นด่า แต่กลับมาระวังและขลัดเกลาสติ

และจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของโศกนาฎกรรมเสียเองในภายภาคหน้าครับ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com