เสื้อตัวนั้นคือของเหลือใช้จากตัวเราเมื่อวานนี้

20180226_itemfromyesterdayyou

หนังสือเล่มนั้นที่ซื้อมานานแต่ยังไม่ได้อ่านก็ใช่

คอมเก่าตัวนั้นก็ใช่

สายอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ต่างๆ นั้นก็ใช่เช่นกัน

ไม่สำคัญว่าตัวเราในอดีตจ่ายเงินซื้อมันมาเท่าไหร่ สิ่งเดียวที่ควรคำนึงคือตัวเราในปัจจุบันจะได้ใช้มันอีกหรือเปล่า

หากคำตอบคือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องรับของชิ้นนั้นไว้ เพราะเราในวันนี้เป็นคนละคนกับเราในอดีต

และการเก็บของที่ไม่ได้ใช้เอาไว้ รังแต่จะทำให้พื้นที่ว่างหายไปโดยไม่ได้สร้างคุณค่าอะไรให้เราครับ

—–

ใครรู้สึกว่าห้องเริ่มจะรกเกินไปแล้ว แนะนำให้อ่านวิธีการจัดบ้านแบบ KonMari ครับ: https://anontawong.com/2015/08/10/konmari/

ขอบคุณประกายความคิดจาก Seth Godin: Totaled

1 พันล้านครั้งที่เหลือ

20180225_1billion

วันนี้แฟนบอกกับผมว่า ช่วงนี้ความคิดที่ผ่านเข้ามาบ่อยๆ คือพวกเราอายุ 38 นี่ก็ถือว่าไม่น้อยแล้วนะ

ผมก็เลยบอกกับแฟนว่าใช่ ดังนั้นมีอะไรที่อยากทำก็ควรจะรีบทำ

ข่าวดีคือเรายังมีชีวิตอยู่ ยังมีแรงอยู่ และแรงที่ว่านี้มีแต่จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะเราจะไม่มีวันเด็กไปกว่านี้แล้ว

“Right now is both the oldest you’ve ever been and the youngest you’ll ever be.”

“นี่คือวันที่เราแก่ที่สุดในชีวิตและคือวันที่เราเด็กที่สุดในชีวิตแล้ว”

-Stan Hayward on Quora

ทราบมั้ยครับว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่จะหัวใจเต้นแค่ 1 พันล้านครั้งตลอดอายุขัยของมัน

มนุษย์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้สิทธิพิเศษ หัวใจเต้นเกิน 2 พันล้านครั้ง

ถ้าหัวใจเราเต้นเฉลี่ยนาทีละ 60 ครั้ง และเรามีอายุถึง 70 ปี หัวใจเราจะเต้นทั้งหมด 60x60x24x365x70 = 2.2 พันล้านครั้ง

ในวัย 38 นั่นแสดงว่าผมเหลือหัวใจเต้นอีกแค่เพียง 1 พันล้านครั้งเท่านั้น

ก็หวังว่าตัวเองจะใช้ 1 พันล้านครั้งที่เหลืออย่างมีสติ

แล้วคุณล่ะครับ จะใช้การเต้นของหัวใจที่เหลือไปกับเรื่องอะไรบ้าง?

นิทานดาบที่ดีที่สุดในโลก

20180222_sword

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีช่างตีดาบที่เก่งกาจจนทหารและนักรบจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาเข้าพบเพื่อขอให้ช่างคนนี้ตีดาบให้

วันหนึ่ง หนุ่มน้อยคนหนึ่งได้เดินทางมาเข้าคารวะช่างตีดาบแล้วเอ่ยว่า

“ข้าอยากได้ดาบที่ดีที่สุดในโลกเพื่อจะได้ร่วมออกรบกับพระราชา ท่านสามารถสร้างดาบที่ดีที่สุดในโลกให้ข้าได้หรือไม่?”

“ได้สิ แต่มันต้องใช้เวลาถึง 1 ปีเชียวล่ะ”

“แต่ 1 ปีมันนานเกินไปนะครับ”

“แต่เจ้าก็ต้องรอ ไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่ใช่ดาบที่ดีที่สุดในโลก”

ชายหนุ่มคนนั้นเลยรับปากว่าจะกลับมาอีกครั้งในหนึ่งปีข้างหน้า ก่อนจะจากกัน ช่างตีดาบเอ่ยว่า

“ระหว่างนี้ เจ้าจงไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับปรมาจารย์ด้านการสู้รบและฝึกปรือให้จงหนัก”

1 ปีผ่านไป ชายหนุ่มกลับมาหาช่างตีดาบอีกครั้ง และช่างตีดาบก็ยื่นดาบให้ตามสัญญา

ในสงครามคราวนั้น ชายหนุ่มได้ใช้ดาบเล่มใหม่โค่นล้มศัตรูได้เป็นจำนวนมาก พระราชาพอพระทัยจนแต่งตั้งให้ชายหนุ่มเป็นทหารเอก

ชายหนุ่มรีบรุดกลับมาหาช่างตีดาบ

“ท่านครับ ขอบคุณท่านจริงๆ ที่สร้างดาบเล่มนี้ขึ้นมา มันเป็นดาบที่ดีที่สุดในโลกจริงๆ ด้วย”

“เจ้าไม่ได้ชนะเพราะดาบหรอก เจ้าชนะเพราะวิชาการต่อสู้ของเจ้าต่างหาก เจ้าในตอนนี้ไม่วาจะใช้ดาบเล่มไหนก็ไม่ต่างกัน อันที่จริงดาบที่ข้ามอบให้เจ้านั้นข้าใช้เวลาตีเพียง 2 วันเท่านั้น แต่ข้าต้องการให้เจ้าเรียนวิชาการต่อสู้ให้แตกฉานเสียก่อน ข้าถึงบอกให้เจ้ารอ 1 ปี”

—-

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Akram Khan’s answer to What kind of people will not succeed in life?

 

ไม่ต้องออกไปจับผีเสื้อหรอก

20180222_butterfly

แค่ดูแลสวนของเราให้ดี เดี๋ยวผีเสื้อก็บินมาเอง

“Don’t waste your time chasing butterflies. Mend your garden, and the butterflies will come.”
-Anonymous

อยากให้เพจเรามีคนอ่านเยอะๆ อาจไม่ต้องสนใจหรอกว่าจะต้องโพสต์ตอนกี่โมงถึงจะมีคนเห็นเยอะที่สุด ถ้าบทความมันดีซะอย่าง โพสต์ตอนไหนก็มีคนอ่านคนแชร์

อยากได้งานดีๆ อาจไม่จำเป็นต้องไปสัมมนา เพื่อ networking แค่ทำงานให้เต็มความสามารถและไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง สุดท้ายโอกาสดีๆ ก็จะเข้ามาหาเราเอง

อยากมีคู่ ไม่จำเป็นต้องอัพสเตตัสทุกวันว่าโสดจังเลยเหงาจังเลย วางมือถือลงแล้วออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่ตัวเองสนใจ คนที่สนุกและมุ่งมั่นกับอะไรบางอย่างนั้นมีเสน่ห์จะตาย

ของบางอย่างยิ่งอยากได้ยิ่งอยู่ไกลออกไป

แต่พอเราหยุดอยากมันกลับใกล้เข้ามาครับ

เรียนรู้ที่จะอยู่เฉยๆ

20180221_staystill

ไม่มียุคใดสมัยใดที่สนับสนุนให้คน “ทำอะไรซักอย่าง” มากเท่าสมัยนี้

เพราะสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย เราจึงไม่มีเวลา “นั่งเบื่อๆ” อีกต่อไป

ในแง่หนึ่งมันก็เพลินดี แต่อีกแง่หนึ่งนั่นแสดงว่าเราไม่มีเวลาได้ “พัก” จริงๆ เลย

ผมจึงเชื่อว่า ทักษะที่สำคัญและมีค่ามากในพ.ศ.นี้คือทักษะของการอยู่เฉยๆ

ตอนขึ้นลิฟต์ แทนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาดู ลองอยู่เฉยๆ ดูบ้าง

ตอนมีดราม่า แทนที่จะร่วมวิพากษ์วิจารณ์ ลองอยู่เฉยๆ ดูบ้าง

ตอนมีเรื่องชวนหงุดหงิด แทนที่จะบ่นขึ้นเฟซ ลองอยู่เฉยๆ ดูบ้าง

เมื่อได้เฉยๆ บ่อยๆ ขึ้น เราก็จะเริ่มมองเห็น “ช่องว่าง” ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองของเรา

แล้ววันหนึ่ง เราก็จะหลุดจากกับดักแห่งความเคยชิน

แล้ววันหนึ่ง เราก็จะตระหนักว่าไม่ต้องรู้ทุกสิ่ง และไม่ต้องวิ่งตามทุกอย่างครับ