ถ้าไม่มีความสุขกับงานที่ทำ

20180819.png

ขอให้เชื่อว่า

1.ทีมที่ดี / องค์กรที่ดีและเหมาะกับเรานั้นมีอยู่จริง
2.เขากำลังหาคนเก่งๆ และเหมาะกับเขาไปร่วมงาน

คำถามก็คือเราเก่งพอ ดีพอสำหรับเขารึยัง?

ถ้ายังไม่เก่งพอ ยังไม่ดีพอ ทางเลือกเราก็มีน้อย นั่นคือเหตุผลที่มีคนมากมายที่ไม่แฮปปี้กับงานแต่ก็ไม่รู้จะย้ายไปไหน ความไม่เก่งก็เลยกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามตัวเองไปโดยปริยาย

ส่วนคนที่เก่งนั้นจะมีอิสระ ถ้างานที่นี่ไม่เหมาะกับเขา เขาก็ยังหล่อเลือกได้/สวยเลือกได้เสมอ

ดังนั้น ถ้าไม่อยากทนทุกข์กับงานที่ทำ เราก็ต้องรีบเก่งขึ้น

และวิธีที่สั้นและตรงที่สุด คือทำงานตรงหน้าให้ดีที่สุด

เมื่อเราทำงานได้ดี เราก็จะมีความมั่นใจ และได้ความเคารพตัวเองกลับคืนมา และพลังบวกนี่แหละที่จะทำให้เราเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนความทุกข์ที่มีกับงานจะน้อยลงไปโดยปริยาย บวกกับทางเลือกที่เพิ่มขึ้นมากมายในอนาคต

ในทางกลับกัน ถ้าเรามัวแต่เฝ้าฝันถึงงานที่ดีกว่า โดยละเลยที่จะทำงานปัจจุบันให้สำเร็จลุล่วง ทีมอื่นๆ ก็คงไม่มีใครอยากชวนเราไปอยู่ด้วย และโอกาสที่จะได้งานดีๆ กับองค์กรที่ดีก็ย่อมริบหรี่เช่นกัน

ดังนั้น หยุดโทษคนอื่น ปรับที่ตัวเอง เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้มีอิสระในการเลือกงานที่เติมเต็มเราได้จริงๆ ครับ

—–

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR

อย่าทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก

20180819b

– นอนหลับให้เพียงพอ
– กินของที่เป็นประโยชน์
– ให้ร่างกายออกเหงื่อเสียบ้าง
– พูดคุยกับคนที่เรารัก
– ทบทวนตัวเอง
– เอ่ยปากขอโทษ
– หาความรู้เพิ่มเติม
– กลับมารู้เนื้อรู้ตัวบ่อยๆ

วิธีดูว่าเรากำลังให้ความสำคัญกับสิ่งไหน คือดูว่าเราใช้เวลาไปกับเรื่องอะไร

ยิ่งเรื่องใหญ่ควรใช้เวลาให้มาก ยิ่งเรื่องเล็กควรใช้เวลาให้น้อย

ถ้าเราใช้เวลาไปกับเรื่องเล็กๆ เรื่องเล็กเหล่านั้นก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต โดยที่มันไม่ได้ให้ผลตอบแทนอะไรที่ยั่งยืน

และเมื่อเราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเรื่องเล็ก เราก็จะเหลือเวลาน้อยนิดสำหรับเรื่องใหญ่ๆ ชีวิตก็เลยไม่ปลอดภัยทั้งทางกายภาพและทางจิตใจ

เราจึงไม่ควรทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ควรทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็กครับ

—-

รับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ดูรายละเอียดได้ที่ https://goo.gl/3JJ5vR

เหมือนกันไม่เหมือนกัน

20180818

เมื่อวานนี้น้องที่ทำงานคนหนึ่งเล่าว่า ตอนเด็กๆ เขานึกว่าแพนเค้กกับวอฟเฟิลคืออาหารชนิดเดียวกัน โตมาถึงเพิ่งรู้ความแตกต่าง

—–

ตอนเรียนอยู่ปี 1 ที่มหาวิทยาลัย ผมมีเพื่อนที่พกน้ำขวดติดตัวตลอดเวลา เขาบอกผมว่าเขาดื่มน้ำยี่ห้อนี้ยี่ห้อเดียวเท่านั้น น้ำยี่ห้ออื่นมันไม่หวาน ใจผมตอนนั้นก็คิดว่า น้ำดื่มยี่ห้อไหนมันก็น้ำเปล่าทั้งนั้น ไม่มีสีไม่มีกลิ่นไม่มีรส ไม่เห็นจะต่างกันเลย

ผ่านมาเป็นสิบปีถึงเพิ่งเข้าใจสิ่งที่เพื่อนเคยบอก น้ำดื่มแต่ละยี่ห้อรสชาติไม่เหมือนกันจริงๆ และเวลาผมซื้อน้ำขวดก็จะเลือกซื้อแค่ไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น

—–

แต่ก่อนผมเป็นคนชอบกินพริงเกิลส์มาก โดยเฉพาะรสซาวครีมและหัวหอม แต่ก็ซื้อกินได้ไม่บ่อยเพราะราคากระป๋องละ 65-80 บาทและมีวางขายแต่ในซูเปอร์มาร์เก็ต

จนกระทั่งเมื่อซัก 7 ปีที่ผ่านมา พริงเกิลส์ก็บุกตลาดไทยเต็มตัว แถมราคาก็ถูกลงด้วย แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือพริงเกิลส์กระป๋องละ 55 บาทที่เราเห็นวางขายใน 7-Eleven ตอนนี้มันคนละเวอร์ชั่นกับพริงเกิลส์กระป๋องละ 65 บาท

พริงเกิลส์ที่มีวางขายกันทั่วไปนั้นผลิตในมาเลเซีย ส่วนพริงเกิลส์กระป๋องละ 65 บาทนั้นผลิตในอเมริกาและยังหาซื้อยากเหมือนเดิม ผมแทบไม่เคยซื้อเวอร์ชั่นมาเลเซียเลย แต่ถ้าเจอเวอร์ชั่นอเมริกาเมื่อไหร่ก็จะซื้อติดมือกลับบ้านเสมอ

—–

รอบตัวเรามีสิ่งที่เหมือนกันแต่ไม่เหมือนกันอยู่หลายอย่าง

เป๊ปซี่กับโค้ก

มาม่ากับยำยำ

ยาคูลท์กับบีทาเก้น

เราอาจจะมีเพื่อนที่เรื่องมากกับเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ เหมือนที่ผมเรื่องมากจะกินแต่พริงเกิลส์สัญชาติอเมริกัน ทั้งๆ ที่ถ้ามองจากคนนอก จะกินอันไหนมันก็เหมือนๆ กัน

แต่ผมว่ารายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้แหละครับที่สำคัญ

คำพูดเดียวกัน แต่พูดด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างกัน ความหมายก็แตกต่างแล้ว

คำพูดเดียวกัน แต่คนพูดคนละคนกัน คนฟังก็รู้สึกแตกต่างแล้ว

สไลด์เนื้อหาเหมือนกัน แต่ใช้ฟอนท์ต่างกัน ก็ดูเป็นมืออาชีพไม่เท่ากันแล้ว

ดังนั้น โปรดระวังเวลาเรากำลังเกิดความคิดที่ว่า “เพื่อน/แฟน/หัวหน้าเรื่องมากจัง มันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ”

เพราะจริงๆ แล้วมันไม่เหมือนกันเลย อย่างน้อยก็สำหรับคนคนนั้น

หากเราเข้าใจและใส่ใจรายละเอียดเหล่านี้ เราก็น่าจะไปได้ไกลกว่า ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์และการทำงานครับ

นิทานแสงสว่างของโคมไฟ

20180807_lantern

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายคนหนึ่งผู้ซึ่งล้มเหลวในทุกๆ ด้านของชีวิต เดินทางมาหาพระเซนอาวุโสเพื่อขอคำชี้แนะ

พระเซนถามว่า

“โคมไฟดวงหนึ่งจะให้แสงสว่างที่สุดในเวลาใด”

“โคมไฟดวงเดียวกัน จะสว่างตอนไหนก็เหมือนกันมิใช่หรือขอรับ?” ชายผู้นั้นตอบ

พระเซนนำเขามายังห้องที่มืดมิดห้องหนึ่ง จากนั้นจุดโคมไฟให้สว่างขึ้น แสงสว่างจากโคมส่องให้ทั่วทั้งห้องสว่างขึ้นมาทันที

จากนั้น พระเซนถือโคมไฟเดินออกจากห้องมายังด้านนอกใต้แสงอาทิตย์ที่แผดจ้า

“โคมไฟดวงเดียวกัน อยู่ใต้แสงแดดเราเหมือนจะไม่รู้สึกเลยว่ามันมีแสงสว่าง”

พระเซนพูดต่อว่า “แต่ว่ายิ่งมืดเท่าไร แสงของโคมไฟยิ่งสามารถส่องแสงสว่างจ้าให้แก่ผู้คน ยิ่งมืดเท่าไรแสงสว่างของมันยิ่งมีคุณค่า

แสงที่ว่านี้คืออะไรเล่า มันคือแสงแห่งอุดมการณ์ แสงแห่งความศรัทธา แสงแห่
งความรักและความหวังต่อการดำรงชีวิต เพราะฉะนั้น ยามที่อยู่ในสภาพที่มืดมน จงอย่าดับโคมไฟเป็นอันขาด”

—–

http://phern-kanlayanatam.com/2018/05/04/%E0%B9%91%E0%B9%96%E0%B9%99-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A1/

ชีวิตไม่ใช่เส้นตรง แต่เป็นเส้นวงกลม

20180815_lifeisacircle

จุดสุดท้ายจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้น

จุดสูงสุดจึงกลายเป็นจุดต่ำสุด

ตอนเราอยู่ม.6 เราเก๋าสุดในโรงเรียนแล้ว แต่พอเข้ามหาลัยเราก็กลายเป็นเฟรชชี่น้องใหม่

พอเราอยู่ปี 4 เราเก๋าสุดในมหาลัยแล้ว แต่พอเรียนจบ เราก็กลายเป็นเพียงน้องใหม่ในชีวิตคนทำงานเท่านั้น

ทำงานก้าวหน้าจนได้เป็น CEO เก๋าสุดในองค์กรแล้ว แต่เมื่อไปรู้จักกับ CEO ที่อื่นๆ เราก็เป็นเพียงน้องใหม่เท่านั้น

ทำงานจนเข้าสู่ชีวิตวัยเกษียณ แล้วเราก็กลายเป็นเพียงน้องใหม่สำหรับกลุ่มคนชรา

และเมื่อเราเดินทางไปจนถึงจุดสุดท้ายของชีวิต เมื่อผ่านจุดนั้นไป เราก็กลายเป็นน้องใหม่ในอีกโลกหนึ่งเช่นกัน

โอโช (Osho) บอกว่าบิ๊กแบงเป็นกำเนิดของจักรวาลก็จริง แต่ก่อนจะมีบิ๊กแบง ก็มีจักรวาลอยู่ก่อนแล้ว จักรวาลที่ขยายตัว-ย่อตัวเป็นวัฎจักรมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีจุดเริ่ม ไม่มีจุดจบ

เป็นการยากที่เราจะคิดถึงสรรพสิ่งที่ไม่มีจุดเริ่มต้นได้

แต่ถ้าลองคิดง่ายๆ แม้แต่การ “เริ่มต้น” ของตัวเราเอง จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เริ่มต้นจากการไม่มีอะไร เพราะมันมีอะไรมาก่อนต่างหากเราถึงเกิดขึ้นมาได้

ชีวิตจึงไม่ใช่เส้นตรง แต่เป็นเส้นวงกลม

เป็นเช่นนั้นเสมอมา และจะเป็นเช่นนั้นเสมอไปครับ


คอร์ส Time Management Workshop รุ่น 11 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กันยายนเต็มเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณทุกๆ คนมากครับ จะเปิดอีกครั้งช่วงปลายปีครับ