ยาสีฟันที่ทันตแพทย์ 80% แนะนำ

20200215

โฆษณาแบบนี้ถูกแบนในอังกฤษนะครับ

ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นข้อมูลเท็จหรือคลาดเคลื่อน แต่เพราะมันชวนให้คนอ่านเข้าใจผิด (misleading)

พอเราเจอประโยค “ยาสีฟันที่ทันตแพทย์ 80% แนะนำ” เราจะคิดทันทีว่า ทันตแพทย์ 80% แนะนำยาสีฟันยี่ห้อนี้ ส่วนทันตแพทย์อีก 20% เท่านั้นที่แนะนำให้ใช้ยี่ห้ออื่น ดังนั้นยาสีฟันยี่ห้อนี้ย่อมเหนือกว่ายาสีฟันยี่ห้ออื่นอยู่หลายขุม

แต่ในความเป็นจริงก็คือ ในแบบสอบถามนั้นทันตแพทย์สามารถแนะนำได้มากกว่า 1 ยี่ห้อ!

นั่นหมายความว่า จำนวน % ทั้งหมดสามารถบวกได้เกิน 100

สถานการณ์แบบนี้จึงเกิดขึ้นพร้อมกันได้สบายๆ

ยาสีฟันยี่ห้อ A ทันตแพทย์ 80% แนะนำ
ยาสีฟันยี่ห้อ B ทันตแพทย์ 75% แนะนำ
ยาสีฟันยี่ห้อ C ทันตแพทย์ 90% แนะนำ

A B C แม้จะแตกต่างกันแต่ก็เพียง 10-15% เท่านั้น ไม่ได้มากอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจจากคำโฆษณาแบบด้านบน

อังกฤษจึงไม่ยอมให้เกิดโฆษณาแบบนี้ เพราะแม้จะไม่ผิด แต่ก็ส่อเจตนาไม่ตรงไปตรงมาอยู่ดี

ครั้งต่อไป หากเห็นสินค้าตัวไหนที่โฆษณาตัวเลขดีผิดหูผิดตา ลองคิดเผื่อดูนะครับว่ามันตีความเป็นแบบอื่นได้รึเปล่า

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Ganesh Prasad’s answer to What is your favorite example of abuse of statistics? 

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

นิทานดินสอกับยางลบ

20200212

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ยางลบ: “เธอเป็นอะไรรึเปล่า หน้าตาดูจ๋อยๆ”

ดินสอ: “ฉันทำให้เธอต้องเจ็บตัวตลอดเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันทำผิด เธอจะคอยมาช่วยฉันเสมอ และทุกครั้งที่เธอลบสิ่งที่ฉันเขียนผิด เธอก็จะสูญเสียบางส่วนของเธอไป เธอดูตัวเล็กลงทุกวันเลย”

ยางลบ: “ก็จริงนะ แต่ฉันไม่สนหรอก ฉันมีชีวิตอยู่ก็เพื่อสิ่งนี้ อยู่เพื่อคอยช่วยเหลือเมื่อใดก็ตามที่เธอพลาดพลั้ง ฉันรู้ดีว่าวันหนึ่งตัวฉันก็จะหายไป และเธอก็จะเปลี่ยนไปใช้ยางลบก้อนใหม่ แต่ฉันก็ยังยินดีที่จะทำมันอยู่ดี ดังนั้นอย่ากังวลไปเลย ฉันไม่อยากเห็นเธอเศร้าแบบนี้หรอกนะ”

ความสัมพันธ์ระหว่างยางลบกับดินสอ บางทีก็เหมือนความสัมพันธ์ของแม่กับลูก เพื่อนกับเพื่อน และชายหนุ่มกับหญิงสาวนะครับ

—–

ดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

เชื่อมั่นได้แต่ต้องไม่ประมาท

20200213

เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

เราอาจจะเชื่อมั่นในฝีมือการขับรถของเพื่อน แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะไม่ใส่เข็มขัดนิรภัย

เราอาจจะเชื่อมั่นว่าเราออกกำลังกาย กินดี นอนหลับเต็มที่ แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะไม่ซื้อประกันสุขภาพ

เราอาจจะเชื่อมั่นว่าเราเป็นคนดี ไม่เคยคิดร้ายกับใคร แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะเชื่อใจใครจนเกินเหตุ

ความเชื่อมั่นจะทำให้เรา maximize upside

ความไม่ประมาทจะทำให้เราให้ minimize downside

ใช้สองอย่างนี้คู่กันเสมอนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว

20200211

ดังคำกล่าวที่ว่า ความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน

เราทำได้เพียงลงแรงของเราให้เต็มที่ด้วยสติและปัญญาที่เรามี แต่ความสำเร็จล้วนเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน คู่แข่ง จังหวะ และสถานการณ์แวดล้อม

แม้ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแค่ปัจจัยเดียว แต่ความล้มเหลวนั้นต่างออกไป

ในบางครั้ง ความล้มเหลวเพียงเรื่องเดียว ก็ทำให้ทุกอย่างพังครืนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เพียงเพราะเราใจร้อน ก็อาจบาดเจ็บระหว่างทาง

เพียงเพราะเราประมาท ก็อาจทำให้พลาดในนาทีสุดท้าย

และเพียงเพราะเรากลัว ก็อาจทำให้เราไม่เคยได้เริ่ม

“Success is never due to one thing, but failure can be.”
-James Clear

สำรวจโปรเจ็คที่เรากำลังทำหรืออยากจะทำ และคิดให้ดูว่าข้อผิดพลาดข้อใดที่อาจจะเป็นปัจจัยหลักหรือแม้กระทั่งปัจจัยเดียวให้โปรเจ็คนี้ล้มเหลว

เมื่อรู้แล้วก็เฝ้าระวังอย่าให้มันเกิดขึ้นครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เมื่อรู้ตัวว่าสมาธิสั้น ลองทำสิ่งเหล่านี้ดู

20200210c

ตอนนี้เราอยู่ในยุค attention economy

ทุกคน ทุกบริษัทล้วนเรียกร้องความสนใจ หรือ attention ของเรา ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย พอดคาสท์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ใครดึงความสนใจของเราไปได้มากที่สุด ก็จะมีเงินเยอะที่สุด

เราจึงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่สมาธิสั้น เพราะวันๆ เราเจอสิ่งเร้ามากมายเหลือเกิน

ผมเองก็ประสบปัญหาไม่ต่างกัน และก็หาทางต่อสู้กับความสมาธิสั้นนี้มาหลายปี เลยอยากแชร์วิธีการต่างๆ ที่บรรเทาอาการนี้ได้ครับ

– ปิด notifications บนมือถือให้มากที่สุด เหลือที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ผมเองเปิดแค่เพียง reminder ของการนัดหมายและ Slack ซึ่งเป็นโปรแกรมแชทที่ที่ทำงานใช้กัน

– Uninstall/Disable social media app ในมือถือ ถ้าจะเข้าจริงๆ ก็เข้าผ่าน web browser เอา

– บนแล็ปท็อป เมื่อใช้ social media เสร็จแล้วก็ log out เสีย ทุกครั้งที่เรากลับมาเช็คด้วยความเคยชินจะได้มีเบรคให้ยับยั้งชั่งใจ

– เฝ้าระวัง “ชั่วขณะเล็กๆ” ที่เราจะตัดสินใจทำบางอย่าง ระหว่างสิ่งที่มีประโยชน์และสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ชั่วขณะเล็กๆ เหล่านี้เกิดขึ้นวันละเป็นร้อยครั้งและผลกระทบของมันอาจมีมากกว่าที่เราคิด

– หัดกลับมารู้เนื้อรู้ตัว รู้สึกตัวตอนหายใจ รู้สึกตัวตอนเดินไปไหนต่อไหน

Social media และสมาร์ทโฟนนั้นเป็นของที่มีประโยชน์ เป้าหมายของเราคือการเก็บเกี่ยวประโยชน์จากมันให้มากที่สุดโดยที่ให้มันเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเราให้น้อยที่สุด

จงใช้มันแต่อย่าให้มันใช้เราครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer