มีเวลา แต่ไม่รู้จะเอาเวลาไปทำอะไร

20200321

ตอนที่ชีวิตเรายุ่งๆ เราเคยคิดว่าถ้ามีเวลา เราอยากจะทำนู่นทำนี่มากมาย

อ่านหนังสือที่ดองเอาไว้ ออกกำลังกาย ฝึกทำกับข้าว ลองทำ side business

ตอนนี้เรามีเวลามากขึ้นแล้วจริงๆ เพราะสถานการณ์โควิด-19

แต่ถ้าผู้อ่านเป็นเหมือนผม อาจจะพบว่า 4-5 วันที่ผ่านมา แม้จะมีเวลามากขึ้น แต่กลับไม่ได้ทำในสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเท่าไหร่

อาจเป็นเพราะเรายังไม่เคยชินกับ routine ใหม่ๆ การนอนตื่นสายได้ การอยู่บ้านทั้งวัน การต้องทำงานในขณะที่มีลูกๆ มาคอยรอจะเล่นกับเราตลอด

อีกเหตุผลก็เพราะเราอาจมีเวลาเพิ่มขึ้นมากเกินไปจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี อารมณ์ไม่ต่างกับสามล้อที่เพิ่งถูกหวย เราก็เลยใช้เวลาอย่างสุรุ่ยสุร่าย จับจ่ายมันไปกับการติดตามสถานการณ์โควิดและวิตกกังวลมากกว่าที่จะไปทำอย่างอื่นที่จริงๆ เราเคยฝันหวานว่าจะทำมาช้านาน

สัปดาห์หน้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แน่ ตัวผมเองจะลองพยายามปรับ routine ใหม่ เพราะมันจะเป็น the new normal ไปอีกอย่างน้อยหลายสัปดาห์

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเก่งอยู่แล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

นิทาน 8 x 3

20200320

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายสองคนทะเลาะกัน

คนหนึ่งบอก 8 x 3 ได้ 24

อีกคนบอกว่า 8 x 3 ได้ 21 ต่างหาก

เถียงกันอยู่ทั้งวันก็ไม่จบ เลยไปฟ้องท่านเปา

ท่านเปาฟังแล้วพิพากษาให้เอาคนที่ตอบว่า 24 ไปโบยสิบครั้ง

คนที่ตอบ 24 จึงเรียกร้องความเป็นธรรม

“เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเค้าผิด ทำไมท่านถึงสั่งโบยผม!?”

ท่านเปาตอบกลับหน้านิ่งๆ

“เจ้าไปเถียงกับคนที่คิดว่า 8 x 3 = 21 อยู่ได้ทั้งวัน ไม่นับว่าเจ้าเป็นคนโง่หรอกเหรอ ไม่โบยเจ้าจะให้โบยใคร”

—–

ขอบคุณนิทานจากคุณ Ami Sudsaibua

เราเครียดเพราะเราพยายามไปควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

20200319

นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลายคนตื่นตระหนกไปกับ COVID-19

พอเราเห็นคนอื่นเครียดเราเลยรู้สึกว่าเราควรจะเครียดบ้าง

แต่ความเครียดไม่ได้ช่วยอะไร หลายครั้งมันทำให้สถานการณ์แย่ลงด้วยซ้ำ

สุดท้ายเราก็ทำได้แต่สิ่งที่เราทำได้ – ล้างมือบ่อยๆ อย่าจับหน้า รักษาระยะห่าง

อีกอย่างที่เราพอจะทำได้ คือการรักษาระดับความเครียด เพราะยิ่งเครียดภูมิคุ้มกันยิ่งถดถอย

ตามข่าวได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทุกชั่วโมง ข่าวสำคัญๆ ยังไงมันก็มาถึงหูเราอยู่แล้ว และข่าวใหม่ก็คงไม่ทำให้เราเปลี่ยนสิ่งที่เราควรทำอยู่แล้ว

ควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้ รับรู้สิ่งที่ควบคุมไม่ได้แต่อย่าไปจับจด

และใช้ชีวิตของเราต่อไปให้ดีครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

Covid-19 กับสิ่งที่อยากบอกถึงบริษัทและรัฐบาล

20200318b

ช่วงนี้มีความคิดกระจัดกระจายเรื่อง Covid-19 เลยอยากจดโน๊ตเอาไว้เพื่อเรียบเรียงความคิดและส่งสารหาคนที่พร้อมฟังครับ

– เมื่อค่ำวันจันทร์ดร.วิษณุ เครืองามและพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาออกมาแถลงข่าวเรื่องโควิด-19 เนื้อหาคือประเทศไทยยังไม่เข้าระยะ 3 ความรู้สึกของคนบนโลกออนไลน์โดยเฉพาะ Twitter คือไม่พอใจที่รัฐบาลดูจะยัง active ไม่เพียงพอ ส่วนความรู้สึกของผู้บริหารองค์กรคือดูท่าเราต้องพึ่งพาตัวเอง

– วันนี้ที่ Wongnai บริษัทที่ผมทำงานอยู่เริ่มลอง Work from home เป็นวันแรก ทางทีมงานได้ส่ง guideline การทำงานจากที่บ้านให้พนักงานทุกคน รวมถึงเตรียมเครื่องมือเพื่อทำงานร่วมกันและทำ remote troubleshooting / online document signing ไว้แล้ว ถ้าได้บทเรียนอะไรจะนำมาเล่าให้ฟังครับ

– ผมคิดว่าการ Work from home เป็นหนึ่งใน solution ที่ดีที่สุดและเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมได้ดีที่สุดขององค์กรในห้วงเวลานี้ เพราะมันคือการทำ social distancing ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเวิร์คในประเทศจีนและเกาหลี

– ผมชอบวีดีโอตัวนี้ของ Vox เป็นพิเศษ Why fighting the coronavirus depends on you ซึ่งบอกว่าอันตรายไม่ได้เกิดจากการที่เราติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้วล้มป่วย แต่เกิดจากการที่เราติดเชื้อแล้วไม่แสดงอาการป่วยจนไปแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วและทำให้กลุ่มเสี่ยง (คนอายุ 60 ขึ้นไป) ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลจนเตียงไม่พอและทำให้เกิดการตายที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเกิดกับอิตาลีในตอนนี้

– ดังนั้น การจะสู้กับโควิด-19 คือการทำตัวเสมือนว่าเราติดเชื้อไปเรียบร้อยแล้ว และระวังไม่พาตัวเองไปแพร่เชื้อให้คนอื่นจนสถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้

– วันก่อน Wayne Rooney อดีตดาวซัลโวของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ออกมาวิจารณ์รัฐบาลและพรีเมียร์ลีกว่าปฏิบัติต่อนักเตะราวกับเป็นหนูทดลอง เพราะในขณะที่ลีกอื่นๆ ประกาศหยุดเตะไปแล้ว พรีเมียร์ลีกยังจะให้แข่งกันต่อ ทั้งๆ ที่มีนักเตะเลสเตอร์ติดเชื้อก็ยังจะแข่งต่อ จนกระทั่งมีข่าวว่า Mikel Arteta ผู้จัดการทีม Arsenal ติดเชื้อแล้วนั่นแหละ พรีเมียร์ลีกถึงยอมหยุด

– ประเด็นของ Wayne Rooney ก็คือ ต้องรอให้คลับใหญ่ๆ หรือคนใหญ่คนโตติดเชื้อก่อนหรืออย่างไร ถึงจะตัดสินใจทำในเรื่องที่ถูกต้อง นักเตะหลายคนอดคิดไม่ได้ว่าที่บังคับให้แข่งกันต่อไปเพราะมันมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยใช่มั้ย

– เมื่อวันอาทิตย์ The Standard รายงานว่า นายกเทศมนตรีในอิตาลีเสียชีวิตแล้วในวัย 70 ปี หลังเพิ่งตรวจพบติดเชื้อโคโรนา 2019 สัปดาห์ที่ผ่านมา

– แล้วผมก็คิดได้ว่ากลุ่มเสี่ยงที่สุดกับกลุ่มคนที่บริหารประเทศนี่มันกลุ่มเดียวกันเลยนี่หน่า

– ก็หวังว่ารัฐบาลไทยจะไม่เป็นเหมือนพรีเมียร์ลีกที่ต้องรอให้คนใหญ่คนโตในรัฐบาลติดเชื้อเสียก่อนถึงจะมีมาตรการที่เด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดกว่านี้

– ขอส่งกำลังใจให้แพทย์ พยาบาล และคนทำงานทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนัก คุณเสี่ยงกว่าเรามาก เสียสละกว่าเรามาก คุณคือฮีโร่ตัวจริงเสียงจริงในชั่วโมงนี้

– ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองและดูแลคนรอบข้างให้ดี ตระหนักแต่ไม่ตระหนก ทำตัวราวกับว่าเราติดเชื้อเรียบร้อยแล้วจะได้ไม่ทำให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเราต้องเดือดร้อน คุยกับบริษัทเพื่อหาทางทำงานจากที่บ้านได้ ใช้หลัก social distancing (อยู่ให้ห่างๆ กันไว้) เพื่อพาตัวเองและคนที่เรารักไปสู่อีกฝั่งของวิกฤติอย่างปลอดภัยครับ

#สปดกรจรกม

—–

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

ยอมเสียเปรียบบ้างก็ได้

20200316

วันก่อน “ป้าไข่” แม่บ้านของผม ทักว่าผมโอนเงินเดือนให้เธอเกินไปสองวัน เพราะผมลืมนับวันหยุด

ซึ่งผมก็ลืมจริงๆ แต่ผมก็ไม่คิดจะเอาเงินที่โอนเกินไปนั้นคืนมา หนึ่งเพราะป้าไข่ทำงานขยันขันแข็ง สองเพราะอยู่กับเรามานาน สามเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นแม่บ้านคนอื่นพอได้เงินเกินก็อาจจะเงียบๆ ไป

เงินที่ผมให้เกินไป ผมถือว่าเป็นการขอบคุณที่บางทีป้าไข่ก็ทำเกินหน้าที่ ทำงานเกินเวลาเพราะผมเองก็กลับบ้านดึกเหมือนกัน

อีกอย่าง ผมเชื่อว่าถ้าเรายอมเสียเปรียบเสียบ้าง เราจะซื้อใจคนได้

ถ้าจะเอาแฟร์ๆ ตลอดมันก็ได้เหมือนกัน แต่แฟร์สำหรับเราไม่ได้แปลว่าจะแฟร์สำหรับคนอื่นเสมอไป เพราะไม้บรรทัดของคนเราไม่เท่ากัน

และบางทีมันก็มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบกับคนที่ไม่ยอมเสียสละ

การยอมเสียเปรียบมันคือการให้อยู่ในที ไม่ต่างอะไรกับการยอมเสียสละซึ่งเป็นการให้เช่นกัน

เมื่อเราพร้อมที่จะให้กับคนที่มีศีลเสมอกัน วันหนึ่งเมื่อเขามีโอกาสเขาก็อาจจะให้เรากลับบ้าง

เราจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้แฟร์ๆ ไม่จำเป็นต้องผดุงความถูกต้องเที่ยงธรรมตลอดเวลา แค่คอยสำรวจตัวเองว่าเราไม่มีเจตนาจะเอาเปรียบใครก็พอแล้ว

แฟร์ก็ได้ เสียเปรียบก็ได้ แต่ไม่เอาเปรียบเขา

อยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นความสัมพันธ์ที่ผ่อนคลายและยั่งยืนครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer