อวัยวะที่สำคัญที่สุดของนักร้อง

20200420

คือหู

เพราะถ้าสักแต่จะร้องโดยไม่ตั้งใจฟังว่าร้องอะไรออกไป เสียงจะเพี้ยนได้ง่ายมาก

อวัยวะที่สำคัญที่สุดของหัวหน้าก็คือหู

หัวหน้าต้องฟังข้างบน ฟังข้างล่าง ฟังเสียงตัวเอง แล้วหาจุดตรงกลางให้เจอ

ต่อให้ทำงานเก่งแค่ไหน ถ้าฟังไม่เป็นก็เป็นหัวหน้าที่ดีไม่ได้

และอวัยวะที่สำคัญที่สุดของสามีภรรยาก็คือหูอีกเช่นกัน

เพราะเราต่างอยากพูดสิ่งที่เราคิดสิ่งที่เรารู้กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ชิดเรามากที่สุด

ถ้าต่างฝ่ายต่างพูดมากกว่าฟัง ความสัมพันธ์ก็ไปต่อลำบาก

ใช้หูให้มาก ใช้ปากให้น้อยครับ

ถ้าเริ่มต้นวันได้ดี ที่เหลือของวันก็จะดีตาม

20200419

ช่วงที่ Work from home รูทีนที่เราเคยมีอาจจะสูญเสียไปไม่น้อย ซึ่งทำให้ชีวิตขาดบาลานซ์อะไรบางอย่าง ทำให้เหนื่อยเกินไป เฉาเกินไป

2-3 วันมานี้ผมเลยใส่ใจกับการเอากิจวัตรประจำวันกลับมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการภาวนา การออกกำลังกายให้ออกเหงื่อ อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ เขียนบล็อก จำชื่อคน เรียนภาษาจีน ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่ผมทำเป็นประจำช่วงก่อนจะ work from home แต่ร้างราไปเมื่อถูก disrupt ด้วยสถานการณ์โควิด

พอกลับเข้า routine ของตัวเองได้อีกครั้ง ก็รู้สึกว่ามีพลังบวกมากขึ้น ใจเย็นลง ตัดสินใจเรื่องเล็กๆ ได้ดีขึ้น และชีวิตเราก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าผลรวมของการตัดสินใจเล็กๆ นับร้อยนับพันเหล่านี้

ผมเลยได้ข้อสรุปว่า ถ้าอยากจะมีวันดีๆ ให้เริ่มต้นวันให้ดี ด้วยการทำอะไรเพื่อตัวเอง ทำอะไรที่ productive ทำอะไรที่เป็น small wins ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้เราไปได้ตลอดวัน

อ้อ แล้วการเริ่มต้นวันที่ดีไม่ใช่ตั้งแต่ตอนตื่นนอนนะครับ มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่เราเข้านอนเลย เพราะการนอนมันไม่ได้มีผลอะไรกับวันที่เพิ่งผ่านมา แต่มันส่งผลต่อวันที่กำลังจะมาถึงเต็มๆ ถ้าเมื่อคืนเรานอนไม่พอ ตื่นมาก็ย่อมจะมีวันดีๆ ได้ยาก

เริ่มให้ดี แล้วมักจะจบได้สวยครับ

ความล้มเหลวนั้นเจ็บแต่จบ

20200418b

ความเสียดายนั้นเจ็บแต่ไม่จบ

“Most failures are one-time costs.
Most regrets are recurring costs.”
-James Clear

เราถูกสอนให้กลัวความล้มเหลวมาแต่ไหนแต่ไร

ระบบการศึกษาให้รางวัลเฉพาะกับตอบคำถามได้ถูกต้องเท่านั้น ถ้าตอบผิดจะไม่ได้คะแนน ถ้าตอบผิดมากๆ ก็จะต้องซ้ำชั้น

เมื่อเรียนจบออกมาเจอชีวิตจริง เราก็เลยหลีกเลี่ยงความล้มเหลวไปด้วย ซึ่งจะว่าไปมันก็เป็นกลไกการเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเราเอาแต่กลัวความล้มเหลวจนไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ มันจะกลายเป็นว่าสุดท้ายเราอาจจะเอาตัวไม่รอดในสภาวะที่ไม่แน่นอนขนาดนี้

ทิ้งตัวตนเก่าๆ ลองทำสิ่งใหม่ๆ ยอมเสี่ยงแค่พอรับได้ ล้มเหลวก็ไม่เป็นไรเพราะมันจะได้บทเรียน

อย่าให้ช่วงเวลาเช่นนี้ผ่านไปโดยที่เราไม่ได้เก็บเกี่ยวอะไร

เพราะมันอาจจะเป็นความเสียดายที่จะอยู่กับเราไปอีกนานครับ

นี่คือชีวิตที่เราเคยฝันไว้ไม่ใช่หรือ

20200418

(บทความนี้เขียนให้คนที่ยังมีงานทำ และได้ทำงานอยู่ที่บ้านระหว่างสถานการณ์โควิด)

นี่คือชีวิตที่เราเคยฝันไว้ไม่ใช่หรือ

ไม่ต้องตื่นแต่เช้า

ไม่ต้องรีบอาบน้ำแปรงฟัน

จะแต่งตัวยังไงก็ได้

มีเวลาเล่นกับลูกๆ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย

จะออกไปเดินชิลล์ๆ ก็ทำได้

ได้กินของอร่อยโดยที่ไม่ต้องไปต่อคิวที่ไหน

ถ้าต้องออกจากบ้านก็ไม่ต้องเจอรถติด

มีเงินเหลือเก็บมากกว่าเดิมเพราะไม่ค่อยได้ช็อปปิ้ง

ถ้าไม่นับอนาคตที่ไม่แน่นอน สถานการณ์ที่เราเจออยู่ตอนนี้มันคือชีวิตที่พนักงานกินเงินเดือนอย่างเราเคยฝันเอาไว้ชัดๆ

ถ้าเรายังไม่สามารถจะมีความสุขตอนนี้ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าเราจะมีความสุขได้ในอนาคตที่เราเคยจินตนาการเอาไว้ครับ

นิทานภรรยาผู้รักษาคำพูด

20200416

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายคนหนึ่งเป็นคนที่ขี้เหนียวมาก เขาทำงานหนักเก็บเงินมาทั้งชีวิตและแทบไม่เคยใช้จ่ายมันไปกับอะไรเลย

วันหนึ่งเขาล้มป่วยลง เมื่อรู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้ไม่นาน เขาจึงฝากฝังกับภรรยาไว้ว่า

“ในงานศพ คุณสัญญากับผมนะว่าคุณจะเอาเงินทั้งหมดใส่ไว้ในโลง เพราะผมอยากจะขนมันไปในโลกหน้าด้วย”

ภรรยาจึงตกปากรับคำ

ในงานศพ สามีนอนทอดกายอยู่ในโลง ภรรยาใส่ชุดดำ มีเพื่อนสนิทนั่งกุมมืออยู่ข้างๆ

เมื่อพิธีจบ และสัปเหร่อกำลังจะปิดฝาโลง ภรรยาก็เอ่ยขึ้นว่า “รอเดี๋ยวค่ะ”

เธอเดินมาที่โลง ในมือของเธอถือกล่องเซฟขนาดย่อม เธอบรรจงวางกล่องเซฟลงไป ก่อนที่สัปเหร่อจะปิดฝาโลงและเคลื่อนขบวนศพ

“อย่าบอกนะว่าเธอเอาเงินทั้งหมดไปเก็บไว้ในโลงจริงๆ!!”

” ฉันเป็นภรรยาของเขา ฉันผิดคำพูดไม่ได้หรอก ฉันรับปากเขาไว้แล้ว”

“เธอเก็บเงินทั้งหมดลงในเซฟจริงๆ เหรอเนี่ย?!”

“แน่นอน” ภรรยากล่าว

“ฉันเอาเงินทั้งหมดไปเข้าบัญชี แล้วก็ให้ธนาคารออกเช็คมาให้ เช็คใบนั้นอยู่ในโลงเรียบร้อยแล้ว ถ้าเขาเอาไปขึ้นเงินได้ก็เชิญใช้ได้ตามใจชอบเลย”