เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง

20200307

ถ้าเราอยู่กับตัวเองไม่ได้ เราจะทรมานมาก เพราะโลกจะรังแกเรา

อันนี้เป็นคำพูดขอพี่ภิญโญ ไตรสุริยธรรมาที่พูดไว้ในรายการหนึ่งที่ผมได้ฟังใน Youtube*

ทักษะการอยู่กับตัวเองน่าจะเป็นหนึ่งในทักษะที่คนพ.ศ.นี้ละเลย

เพราะเรามีทางเลือกมากมายที่จะพาใจไปอยู่ที่อื่น

อยู่บ้านก็เล่นมือถือได้ ออกไปวิ่งก็ฟังเพลงได้ ขับรถก็ฟังพอดคาสท์ได้

เอาจริงๆ มันก็เป็นข้อดีที่เรามีทางเลือก แต่เมื่อเรารู้จักแต่การเติมลงไปในทุกขณะที่เราตื่น เราก็จะสูญเสียความสามารถในการอยู่กับความเงียบและความว่าง

“All of humanity’s problems stem from man’s inability to sit quietly in a room alone.”
-Blaise Pascal

เมื่อเราอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เราก็เลยต้องหาอะไรทำอยู่ร่ำไป เพราะใจและกายโหยหา “สิ่งเร้า” อยู่ตลอด แล้วเราก็บ่นเหนื่อย แล้วเราก็บ่นว่าเวลามีไม่พอ

ลองหัดที่จะนั่งเงียบๆ เฉยๆ คนเดียวดูโดยไม่ต้องเติมอะไรลงไป

แล้วเราอาจจะพบความสุขความสบายใจได้โดยไม่ต้องดิ้นรนครับ

—–

* ต้องขออภัยที่ผมจำไม่ได้ว่าฟังจาก Youtube รายการไหน

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

นิทานข้ามแม่น้ำ

Slide3

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง แม่ม้าใช้ให้ลูกม้าบรรทุกข้าวสาลีครึ่งกระสอบไปยังโรงสี

ลูกม้าออกวิ่งกับกับไป แต่ถูกแม่น้ำสายหนึ่งขวางไว้

ลูกม้าเห็นลุงวัวกินหญ้าอยู่ริมแม่น้ำ

“น้ำลึกมั้ยลุง”

“ไม่ลึกหรอก ตื้นแค่เข่าฉันเอง ข้ามได้สบายมาก”

ลูกม้าดีใจ เตรียมจะเดินลงไปในแม่น้ำ

กระรอกน้อยตัวหนึ่งอยู่ข้างๆ ตะโกนเสียงดัง

“อย่านะ! แม่น้ำนี้น้ำลึกมาก เมื่อวานฉันตกลงไปเกือบจมน้ำตายแน่ะ!”

ความคิดกับการกระทำเหมือนสองฝั่งของกระดานหก

Slide7

ถ้าคิดเยอะไป ก็มักจะลงมือทำน้อยไป

ถ้าคิดน้อยไป ก็มักจะลงมือทำมากไป

และในมุมกลับ

คนทำงานที่เอาความขยัน-ความถึกเข้าแลก อาจมีความเสี่ยงที่จะคิดไม่พอเช่นกัน

พอคิดน้อยเลยต้องทำเยอะ แต่ถ้าคิดให้เยอะหน่อยว่าจะทำยังไงเพื่อให้ใช้แรงกับงานชิ้นนี้ให้น้อยที่สุด ก็อาจจะได้วิธีหรือเครื่องมือที่จะทำให้งานเสร็จได้โดยไม่ต้องเหนื่อยเกินความจำเป็น

คิดเยอะทำน้อย คิดน้อยทำเยอะ

เป็นหัวก้อยของกันและกัน เป็นสองฝั่งของกระดานหกครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ทำสิ่งที่ควรทำในเวลาที่ควรทำ

Slide2

เป็นทักษะที่สำคัญมากในศตวรรษนี้

เพราะเรามีของล่อตาล่อใจเต็มไปหมด

เคยมั้ยครับที่เราจะเข้าอีเมลเพื่อจะทำเรื่องๆ หนึ่ง แต่พอเห็นอีเมลอื่นเราก็ลืมเจตนาเดิมทันที ลงไปลุยกับงานนั้นจนกระทั่งปิดอีเมลไปแล้วต้องมานั่งคิดว่าตอนแรกเราจะเข้ามาทำอะไร

เวลาอยู่กับเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัวก็เหมือนกัน แทนที่จะได้สนทนากลับกลายเป็นหยิบมือถือขึ้นมาเล่นไลน์ พอคนแรกหยิบ คนที่สองก็จะหยิบตามราวกับเป็นโรคติดต่อ

เมื่อทางเดินชีวิตเต็มไปด้วยหลุมพรางที่คอยดักสติของเราให้ตกลงไป ก่อนจะทำอะไรเราจึงต้องตั้งสติให้ดีเสมอว่าเราตั้งใจจะทำอะไร และตอนนี้เรากำลังทำสิ่งที่ควรทำรึเปล่า

แค่ประคองสติไว้ได้ เราก็ได้เปรียบกว่าคนอื่นที่มัวแต่แวะข้างทางแล้วครับ


“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

วันทำงานที่กลับถึงบ้านก่อนมืด

Slide5

โดยปกติผมจะเป็นคนออกจากบ้านแต่เช้า ไม่เกิน 7 โมงก็ถึงออฟฟิศ และทำงานถึง 6 โมงครึ่ง กลับถึงบ้านประมาณทุ่มครึ่ง

วันพุธที่แล้ว ก่อนออกจากบ้าน “ปรายฝน” ลูกสาววัยสี่ขวบดันตื่นเสียก่อน งัวเงียเรียกร้องให้ผมอุ้มเดินไปมา จะไปทำงานปรายฝนก็ไม่ยอม

“ถ้าแด๊ดดี้ไปทำงานเร็ว แด๊ดดี้ก็จะได้กลับบ้านเร็วนะ” ผมพยายามโน้มน้าวปรายฝน

“กลับเร็วจริงๆ เหรอ” เสียงปรายฝนฟังดูมีความหวัง ก่อนจะพูดต่อ

“งั้นวันนี้กลับเร็วๆ นะ กลับก่อนมืดนะ แล้วพาปรายฝนไปเล่นที่สนามหญ้า”

ผมก็เลยรับปากว่าจะกลับเร็ว วันนั้นทั้งวันรู้สึกว่าทำงานได้อย่างมีสมาธิเป็นพิเศษ เพราะรู้ตัวว่า 5 โมงเย็นต้องออกแล้ว

พอห้าโมงปุ๊ป ก็ลุกปั๊ป และรีบบึ่งรถกลับบ้าน มาถึงบ้านประมาณ 5 โมง 45 ปรายฝนและใกล้รุ่ง ลูกชายวัย 2 ขวบอยู่ที่สวนหย่อมของหมู่บ้านเรียบร้อยแล้วเพราะพี่เลี้ยงพาออกมา

ผมเลยใช้เวลาอยู่ในสนามหญ้ากับเด็กๆ ราวครึ่งชั่วโมง วิ่งไล่จับ เตะบอล เล่นกับครอบครัวอื่นๆ ที่มาในวันนั้น

หลังจากนั่งทำงานหน้าจอคอมมาทั้งวัน การได้มาวิ่งเท้าเปล่าในสนามหญ้านี่มันช่างรีแลกซ์ดีแท้ มันทำให้ผมคิดได้ว่าร่างกายของมนุษย์เรานี่ไม่ได้ถูกออกแบบให้นั่งหน้าจอคอมวันละ 10 ชั่วโมง วิถีการทำงานของเราทุกวันนี้มันขัดกับสรีระและ biology ของเรายังไงชอบกล

หกโมงกว่า ยุงเริ่มมา เลยให้พี่เลี้ยงพาเด็กๆ เข้าบ้านไปกินข้าวและอาบน้ำ ส่วนผมก็ปั่นจักรยานไปซื้อของและแวะคุยกับพ่อกับแม่ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

การกลับบ้านเร็วในวันนั้นจึงทำให้ผมได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ห่างเหินมานาน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเล่นในสนามหญ้ากับลูกๆ หรือนั่งคุยกับพ่อแม่ตอนหัวค่ำ

ผมเชื่อว่าเกินครึ่งของคนทำงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพน่าจะถึงบ้านค่ำเป็นส่วนใหญ่ เพราะแม้จะทำงานแบบ flexi-hours ได้ แต่คนเลือกที่จะมาสายและกลับบ้านค่ำมากกว่าที่จะมาเช้าและกลับบ้านเร็ว

ใครที่กลับบ้านค่ำเป็นอาจิณ ลองกลับบ้านเร็วดูนะครับ คุณอาจจะได้พบอีกความรู้สึกหนึ่งที่ไม่ได้เจอมานาน

ตัวผมเองก็ตั้งใจว่าจะกลับบ้านก่อนมืดซักสัปดาห์ละครั้งครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer