ยอมเสียเปรียบบ้างก็ได้

20200316

วันก่อน “ป้าไข่” แม่บ้านของผม ทักว่าผมโอนเงินเดือนให้เธอเกินไปสองวัน เพราะผมลืมนับวันหยุด

ซึ่งผมก็ลืมจริงๆ แต่ผมก็ไม่คิดจะเอาเงินที่โอนเกินไปนั้นคืนมา หนึ่งเพราะป้าไข่ทำงานขยันขันแข็ง สองเพราะอยู่กับเรามานาน สามเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นแม่บ้านคนอื่นพอได้เงินเกินก็อาจจะเงียบๆ ไป

เงินที่ผมให้เกินไป ผมถือว่าเป็นการขอบคุณที่บางทีป้าไข่ก็ทำเกินหน้าที่ ทำงานเกินเวลาเพราะผมเองก็กลับบ้านดึกเหมือนกัน

อีกอย่าง ผมเชื่อว่าถ้าเรายอมเสียเปรียบเสียบ้าง เราจะซื้อใจคนได้

ถ้าจะเอาแฟร์ๆ ตลอดมันก็ได้เหมือนกัน แต่แฟร์สำหรับเราไม่ได้แปลว่าจะแฟร์สำหรับคนอื่นเสมอไป เพราะไม้บรรทัดของคนเราไม่เท่ากัน

และบางทีมันก็มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบกับคนที่ไม่ยอมเสียสละ

การยอมเสียเปรียบมันคือการให้อยู่ในที ไม่ต่างอะไรกับการยอมเสียสละซึ่งเป็นการให้เช่นกัน

เมื่อเราพร้อมที่จะให้กับคนที่มีศีลเสมอกัน วันหนึ่งเมื่อเขามีโอกาสเขาก็อาจจะให้เรากลับบ้าง

เราจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้แฟร์ๆ ไม่จำเป็นต้องผดุงความถูกต้องเที่ยงธรรมตลอดเวลา แค่คอยสำรวจตัวเองว่าเราไม่มีเจตนาจะเอาเปรียบใครก็พอแล้ว

แฟร์ก็ได้ เสียเปรียบก็ได้ แต่ไม่เอาเปรียบเขา

อยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นความสัมพันธ์ที่ผ่อนคลายและยั่งยืนครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

งานง่ายๆ คนอื่นทำไปหมดแล้ว

20200316b

เราก็เลยเหลืองานยากๆ งานที่ยังไม่มีใครทำกัน

มันคือเหตุผลที่เขาจ้างเรามาด้วยเงินเดือนขนาดนี้

และมันคือเหตุผลที่เรามาทำงาน

เรามาทำงานไม่ใช่เพื่อที่จะทำงานง่ายๆ ให้เสร็จๆ ไป

เรามาทำงานเพื่อที่จะทำงานยากๆ ให้สำเร็จ เพื่อที่สุดท้ายแล้วชีวิตคนอื่นจะง่ายขึ้น

ทำงานก็เหมือนการเล่นเวท ถ้าเอาแต่ยกเวท 1 กิโลกรัม ยกไปอีก 10 ปีกล้ามก็ไม่ขึ้น

แต่ถ้าเราไปฝืนยกของหนักเกินไป ร่างกายก็อาจบาดเจ็บยาวๆ ได้เหมือนกัน

ถ้างานมันยากนัก หนักนัก ก็ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ซอยงานยากให้เป็นงานง่าย หัดเอ่ยปากขอความช่วยเหลือถ้าไม่ไหว

เมื่อได้ทำงานที่ยากเกินความสามารถเราไปหน่อยนึง กล้ามเนื้อของเราจะแข็งแรงขึ้น ทั้งกล้ามเนื้อความสามารถ กล้ามเนื้อประสบการณ์ กล้ามเนื้อความล้มเหลว

งานง่ายๆ คนอื่นทำไปหมดแล้ว

เราก็เลยเหลืองานยากๆ เอาไว้ลับฝีมือและโชว์ฝีมือ

มองให้มันเป็นเกมที่ได้ทั้งความสนุก ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง

แพ้ก็ได้บทเรียน ชนะก็ได้ความภูมิใจครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายแล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

หวังน้อยๆ ทำเยอะๆ

Slide2

ระยะหลังผมถูกถามเรื่อง OKR – Objectives and Key Results ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ Intel และ Google ใช้งานกัน ส่วนองค์กรไทยกำลังตื่นตัว และช่วงนี้ก็มีหนังสือออกมาหลายเล่ม

ทุกครั้งที่ผมได้รับเชิญไปพูด ผมจะจบด้วยประโยคที่ว่า OKR ไม่ใช่ยาวิเศษ มันก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือตัวหนึ่งเท่านั้น

แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ผมพยายามจะบอกว่า อย่าไปหวังกับมันเยอะเกินไป เพราะจริงๆ แล้วมันมีปัจจัยอีกมากมายที่องค์กรจะสำเร็จหรือไม่

—–

แน่นอนว่าคนเราควรมีความหวัง

แต่ความหวังบางทีมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความคาดหวัง

เมื่อมีความคาดหวังเมื่อไหร่ก็ทุกข์เมื่อนั้น

เพราะสมการแห่งความสุขคือ

Happiness = Reality – Expectations

ถ้าความจริงมันไม่ดีอย่างที่หวัง ความสุขก็ติดลบ

ถ้าเราไม่คาดหวัง ความจริงจะเป็นอย่างไรเราก็ยังจะพอสุขอยู่ได้

ดังนั้น อย่าไปหวังเยอะ แต่เรามีสิทธิ์ที่จะเพิ่มโอกาสสำเร็จได้ด้วยการลงมือทำ

สุภาษิตของแอฟริกันบอกว่า When you pray, move your feet

สวดมนต์ได้ แต่อย่านั่งอยู่เฉยๆ ให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายด้วย

หวังน้อยๆ ทำเยอะๆ

แล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราก็น่าจะพอใจกับมันได้ครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ความเชื่อไหนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็เก็บเอาไว้

Slide6

หลายอย่างที่เราคิดว่าเป็นความจริง ในที่สุดแล้วมันอาจจะเป็นแค่ความเชื่อ เป็นนิทานที่เราเลือกที่จะฟัง

ความเชื่อว่าทำงานหนักแล้วจะประสบความสำเร็จ

ความเชื่อว่าประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่ดีที่สุด

หรือแม้กระทั่งความเชื่อว่า 1+1 = 2 ซึ่งอาจารย์ของผมที่จบด็อกเตอร์ด้านคณิตศาสตร์บอกว่าพิสูจน์ไม่ได้แต่ “It feels right!”

ความเชื่อบางอย่างอาจจะจริงสำหรับบางคน และไม่จริงสำหรับบางคนก็ได้

ดังนั้นการแสวงหาว่าความจริงคืออะไร อาจจะเป็นการใช้เวลาที่สิ้นเปลืองสำหรับชีวิตมนุษย์ที่แสนสั้น ใช้เวลาเถียงกันทั้งชีวิตก็ไม่จบ

สุดท้ายเราจึงทำได้เพียงแค่เลือก

ความเชื่อไหนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็เลือกที่จะเก็บมันไว้

เหมือนที่เราเลือกที่จะเชื่อว่า 1+1 = 2 แล้วสามารถเอาไปต่อยอดเรื่องอื่นๆ ได้

ส่วนความเชื่อไหนที่ทำให้ชีวิตเราแย่ลงก็วางมันลง

แม้ความเชื่อนั้นจะมีคนบอกว่าจริงสำหรับเขา แต่ถ้าเราลองแล้วมันไม่ได้จริงสำหรับเราก็ไม่ต้องไปฝืนครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

นิทานแมวกับหมู

Slide1

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

แมวกับหมูเป็นเพื่อนรักกัน

วันหนึ่งแมวตกลงไปในหลุมลึก จึงตะโกนขอความช่วยเหลือ

“หมูๆ ช่วยเราด้วย เราตกลงมาในหลุม ปีนขึ้นไปไม่ได้”

“ให้ชั้นช่วยยังไงดีล่ะ?!”

“ไปหาเชือกยาวๆ มาซักเส้นนึงสิ”

หมูวิ่งไปหาเชือกมาจนได้ แล้วโยนเชือกลงมาในหลุม

“โยนมาทั้งเส้นอย่างงี้ได้ไงเล่า!” แมวต่อว่าหมู

“อ้าว แล้วจริงๆ แล้วต้องทำยังไงเหรอ”

“มันต้องจับปลายข้างนึงไว้สิเฟ่ย”

หมูกระโดดลงมาในหลุม หยิบปลายเชือกข้างนึงขึ้นมาแล้วยิ้มแฉ่ง

“อ่ะ หยิบละ แล้วไงต่อ?”

—–

แปลจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59