นิทานก้อนหินขี้ขโมย

20191005_stoneburglar

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อาเนี้ยว เด็กชายกำพร้า อยู่กับย่าสองคนในหมู่บ้านมณฑลกวางตุ้ง

ทุกเช้าอาเนี้ยวจะเอาปาท่องโก๋ที่ย่าทำออกเดินขายในตลาด

ลูกค้าขาประจำที่อาเนี้ยวต้องแวะส่งปาท่องโก๋ 20 ตัว ให้ทุกวัน เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ มีคนไปมาพลุกพล่าน เจ้าของบ้านอาเนี้ยวคุ้นหน้า เรียกตามคนอื่นว่า “ปอกง”

อาเนี้ยวไม่รู้ว่าปอกงเป็นใคร รู้แต่ว่า เป็นผู้ใหญ่ที่มีคนนับถือและยำเกรง

ย่าทำปาท่องโก๋วันละ 300 ตัว สั่งให้ขายตัวละ 1 อีแปะ เงินที่ขายปาท่องโก๋เลี้ยงดูชีวิตย่าหลานมานานปี

สายวันนั้น อาเนี้ยวขายปาท่องโก๋หมดกระจาด เอาเงินอีแปะซุกใต้กระดาษรองปาท่องโก๋ แล้วก็บ่ายหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางเจอหญิงชรากระเดียดกระจาดล้มลง ผลไม้หล่นกระจาย

อาเนี้ยววางกระจาดปาท่องโก๋ สาละวนช่วยหญิงชราเก็บผลไม้ เสร็จแล้วกลับมาที่กระจาดปาท่องโก๋ แต่มันหายไป เขาเดินตามหาเจอกระจาดวางอยู่ใกล้หินก้อนใหญ่

อาเนี้ยวล้วงใต้กระดาษ เงิน 300 อีแปะ ไม่เหลืออยู่เลยสักอีแปะเดียว

อาเนี้ยวร้องไห้โฮๆ เขารู้ดี ถ้าไม่มีเงินค่าปาท่องโก๋ ย่าและเขาจะลำบากมาก ผู้คนละแวกนั้นได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ก็พากันวิ่งเข้ามาดู แต่ไม่มีใครจะช่วยอาเนี้ยวได้เลย

จุดที่อาเนี้ยวยืนร้องไห้อยู่ใกล้บ้านปอกง ปอกงแท้จริงเป็นขุนนางใหญ่ อาเนี้ยววิ่งเข้าไปร้องให้ปอกงช่วย ปอกงไม่รั้งรอ เขาไล่เรียงถามผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ

ชายคนแรกชายร่างใหญ่ คนที่สองคนแก่ คนอ้วน และคนจมูกใหญ่ และอีกหลายๆคน ทุกคนปฏิเสธเสียงเดียวกัน “ไม่ได้เอาเงินของอาเนี้ยวไป”

“เมื่อไม่มีใครเอาเงินไป” ปอกงเสียงดัง แล้วชี้ไปที่ก้อนหินใหญ่ “เพราะฉะนั้น ก้อนหินก้อนนี้จะต้องเอาเงินไป” คนแถวนั้น ได้ยินก็หัวเราะลั่น ก้อนหินจะเป็นขโมยได้อย่างไร

แต่คนพวกนั้นก็ต้องแปลกใจมากขึ้น เมื่อได้ยินปอกงสั่งบริวารให้มาช่วยกันขนก้อนหินก้อนนั้นไปชำระคดีในบ้าน ซึ่งก็คือศาล พวกเขาเดินตามไปยืนออหน้าประตู

ปอกงประกาศ ใครอยากดูการตัดสินคดีก้อนหินขโมยก็ต้องจ่ายเงินคนละ 20 อีแปะ แน่ล่ะ เรื่องแปลกๆอย่างนี้ไม่เคยมี ทุกคนต่างก็ควักเงิน 20 อีแปะ พร้อมจ่าย

ปอกงสั่งให้คนเอาเงินโยนลงอ่างน้ำ แล้วยืนดู คนอ้วน คนแก่ ชายร่างใหญ่ หลายคนที่ปอกงเคยถาม โยนเงินลงอ่างน้ำ จนมาถึงคนจมูกใหญ่ เขายืนโอ้เอ้ แล้วโยนเงินเป็นคนสุดท้าย

ทันใดนั้นปอกงก็สั่งให้จับคนจมูกใหญ่ ค้นตัวก็เจอเงินค่าปาท่องโก๋อยู่ในกระเป๋า

ทุกคนสงสัย ปอกงจับคนจมูกใหญ่เป็นขโมยได้อย่างไร

ปอกงบอกว่า เงินของอาเนี้ยวซุกอยู่่ใต้กระดาษรองปาท่องโก๋ชุ่มน้ำมัน เมื่อเอาโยนลงน้ำ น้ำมันก็กระจายในน้ำ

ผู้คนอุทานสรรเสริญวิธีจับขโมย ปอกงสั่งให้เอาเงินในอ่างน้ำ รวมทั้งเงินที่ถูกขโมยคืนให้อาเนี้ยวไป

“ปาท่องโก๋ ย่าเจ้าอร่อยมาก” ปอกงกำชับ “อย่าลืมทีเดียว พรุ่งนี้เอามาส่งบ้านข้า 20 ตัว”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Thairath: กิเลนประลองเชิง ขาประจำของอาเนี้ยว

เทคนิคเข็นครกลงภูเขา

20190905_downhill

ถ้ามีอะไรบางอย่างที่เราอยากจะทำมาตั้งนาน แต่ผัดวันประกันพรุ่งมาโดยตลอด บางทีเทคนิคเข็นครกลงภูเขาอาจจะช่วยได้

ถ้าการเข็นครกขึ้นภูเขาคือการกระทำที่ต้องออกแรงมากมายเพื่อให้เรื่องนี้สำเร็จ การเข็นครกลงภูเขาก็คือการจุดชนวนในระดับที่เราจะกลับตัวก็ลำบากพอๆ กับการพยายามหยุดครกที่กำลังกลิ้งตกภูเขา

ขอยกตัวอย่างการเข็นครกลงภูเขาที่เกิดขึ้นกับผม ครั้งหนึ่งผมเข็นเอง อีกครั้งหนึ่งมีคนเข็นให้

ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 หลังเขียนบล็อกวันละตอนมาตั้งแต่ต้นปี บวกกับอีกสิบกว่าตอนที่เขียนในช่วงสามปีก่อนหน้านั้น จนมีบทความครบร้อยตอน

ผมจึงตัดสินใจ และประกาศเอาไว้ในบทความ “ทำก่อน เชื่อทีหลัง” ว่าจากนี้ไปผมจะเขียนบล็อกวันละตอนไปเรื่อยๆ

2562-05-09 23_51_12-Window

จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ผ่านมาสี่ปีแล้ว ผมก็ยังเขียนบล็อกวันละตอนอยู่ อาจจะไม่เพอร์เฟ็กต์ แต่ก็ดีพอที่จะทำให้มีบทความในสต๊อคเกิน 1500 ชิ้น และหลายบทความในนั้นก็กลายมาเป็นหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ที่เพิ่งพิมพ์ครั้งที่ 4 สัปดาห์นี้สดๆ ร้อนๆ เย่!

194414

การเข็นครกลงภูเขาครั้งที่สองของผม เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560

วันนั้น “ครูณัชร” ดร.ณัชร สยามวาลา มาเป็นโค้ชให้ผมถึงออฟฟิศ เมื่อครูณัชรถามถึงความต้องการลึกๆ แล้วพบว่าผมสนใจจะเปิด public workshop เรื่อง Time Management ครูณัชรก็บังคับให้ผมประกาศลงเพจ Anontawong’s Musings ว่ากำลังจะเปิดคอร์สนี้ แถมยังหยิบมือถือขึ้นมาจับเวลา โดยให้เวลาแค่ 1 นาทีในการโพสต์ ไม่เปิดโอกาสให้ผมต่อล้อต่อเถียง/ลีลา/ลังเลเลยแม้แต่น้อย

2562-05-09 23_10_07-Window

สุดท้ายก็เลยต้องเปิด Time Management Workshop ตามที่ประกาศเอาไว้ และนับถึงวันนี้ก็เปิดมาแล้ว 12 รุ่น ได้สอนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ไปราวๆ 200 คน แถมยังได้เปิด Writing Workshop และ Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop อีกต่างหาก และสิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือนักเรียนที่เคยมาเข้า workshop หลายคนก็กลับมาชวนผมให้ไปสอนที่บริษัทของเขาด้วย

ถ้าวันนั้นไม่โดนครูณัชรเข็นครกลงภูเขา ผมคงไม่ได้เจอโอกาสดีๆ อย่างนี้ ขอบคุณนะครับครูณัชร

ดังนั้น หากเรามีสิ่งที่ใจลึกๆ ก็รู้ว่ามันดี แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ อยู่ บางทีก็ต้องกลั้นใจพาตัวเองไปยังจุดที่กลับตัวไม่ได้ดูบ้าง

ถ้าอยากจะวิ่งจริงจัง ลองเข็นครกลงภูเขาด้วยการสมัครฮา์ฟมาราธอนและวางเดิมพันกับเพื่อนว่าจะวิ่งให้จบงานนี้ดูมั้ย

ถ้าอยากเก็บตังค์ไปเที่ยวต่างประเทศ ลองไปเปิดบัญชีที่หักเงินจากบัญชีเงินเดือนเราทุกเดือนดูมั้ย

ถ้าอยากมีหุ่นแบบที่ฝันมานาน ลองเข็นครกลงภูเขาด้วยการจ้าง personal trainer แบบจ่ายล่วงหน้า 3 เดือนดูมั้ย

การเข็นครกลงภูเขานั้นน่าหวาดหวั่นก็จริง แต่ก็ทำได้ง่ายกว่าการเข็นครกขึ้นภูเขาเยอะ

มันทำให้ผมนึกถึงข้อความหนึ่งที่ผมชอบมาก

Come to the edge,” he said.

“We can’t, we’re afraid!” they responded.

“Come to the edge,” he said.

“We can’t, We will fall!” they responded.

“Come to the edge,” he said.

And so they came.

And he pushed them.

And they flew.

– Guillaume Apollinaire

ลองมาเข็นครกลงภูเขากันดูนะครับ

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 2 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

ซื้อหนังสือ Thank God It’s Mondayฯ ได้ที่สำนักพิมพ์อะไรเอ่ย หรือตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

อย่าตั้งเป้าหมายให้ยากเกินไป

20190508_hardgoals

เพราะมันจะกลายเป็นข้ออ้างให้เราในภายหลัง

สมมติเราตั้งเป้าว่าจะต้องเขียนหนังสือ bestseller เราก็อาจจะเอาแต่เขียนๆ หยุดๆ อยู่หลายเดือนหรือแม้กระทั่งหลายปี แถมไม่กล้าเอางานของเราให้ใครดูเพราะมันไม่เคยดีพอเสียที

เพราะเราเอาแต่บอกตัวเองว่า ต้องเขียนดีกว่านี้ ต้องเจ๋งกว่านี้ ต้องเพอร์เฟคต์กว่านี้ สุดท้ายหนังสือเล่มนั้นจึงไม่เคยถูกตีพิมพ์ และที่แย่ไปกว่านั้นคือเราอาจแทบไม่ได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เป้าหมายที่ยากเกินไป กลายเป็นข้ออ้างชั้นดีเวลาเราทำไม่สำเร็จ

ทำไมไม่ลองตั้งเป้าง่ายๆ ดูบ้าง?

ไม่ต้องเขียนหนังสือ bestseller หรอก เขียนบล็อกให้ได้ซักสองตอน มีคนกดไลค์ตอนละ 10 ไลค์ก็พอ

ตั้งเป้าอย่างนี้ไม่ใช่เพราะว่าเป็นคนมาตรฐานต่ำ แต่เพื่อให้เราไม่เหลือข้ออ้างอีกแล้วต่างหาก

เมื่อเป้ามันใกล้แค่เอื้อม เราก็จะมีกำลังใจว่าเราน่าจะทำได้ และลงมือทำจริงจัง ไม่มัวแต่มาเต้นฟุตเวิร์คอยู่

เมื่อทำฝันเล็กๆ สำเร็จ เราก็ค่อยๆ ฝันให้ไกลขึ้น ตั้งเป้าให้ใหญ่ขึ้นได้

ถ้าใครที่เคยตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ แล้วไปไม่ถึงไหน ลองเปลี่ยนเป็นตั้งเป้าหมายเล็กๆ ดูนะครับ

อย่ามัวแต่ตั้งเป้ายากๆ เพื่อใช้มันเป็นข้ออ้างและที่หลบซ่อนอยู่เลย

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 4 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

เคยคิดมั้ยว่าพอมีเงินมากกว่านี้แล้วจะมีความสุข

20190507_moremoney

ตอนเงินเดือนสองหมื่น เคยคิดว่าถ้ามีเงินเดือนถึงแสนชีวิตคงจะสุดยอดน่าดู

หรือตอนมีเงินเก็บไม่ถึงแสน ก็เคยคิดว่าถ้ามีเงินเก็บถึงล้านคงจะเจ๋งไปเลย

แต่พอถึงจุดหมายก็พบว่า “ก็งั้นๆ” ออกจะแห้งๆ เป็น anti climax ด้วยซ้ำไป

แล้วเราก็ตั้งเป้าหมายใหม่ ว่าจะขอมีเงินเเก็บถึงสองล้าน สามล้าน…สิบล้าน โดยหวังในใจว่า เมื่อถึงเป้าหมายนั้นมันจะทำให้เราฟิน

แต่ความสุขจำพวกนี้เป็นเหมือนพยับแดด เป็นบ่อน้ำกลางทะเลทรายที่อยู่ไกลลิบๆ

ไม่ได้บอกว่าการมีเงินเดือนเยอะๆ มีเงินเก็บเยอะๆ ไม่ดีนะครับ แค่จะบอกว่ามันอาจไม่ได้ดีอย่างที่เราหวัง

เราจึงไม่ควรไปซีเรียสกับเรื่องนี้มากเสียจนทิ้งสิ่งที่สร้างความสุขให้เราได้จริงๆ

อะไรที่ทำให้เราหัวเราะได้จนท้องแข็ง อะไรที่ทำให้เราน้ำตารื้นเมื่อนึกถึง อะไรที่จะสร้างภาพจำที่ติดตัวเราไปอีกนาน ผู้คนและประสบการณ์เหล่านี้ไม่ต้องมีเงินล้านเราก็เข้าถึงมันได้

จริงๆ แล้วมันอาจจะเข้าถึงเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยซ้ำ

เรามัวแต่ยุ่งเหยิงจนไม่เห็นความดีงามที่เกิดขึ้นตรงหน้ารึเปล่าเท่านั้นเอง

—–

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 4 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

นอนให้พอแล้วจะทำงานได้ดี

20190505

ทำงานให้พอแล้วจะนอนได้ดี

เพราะการใช้ชีวิตให้เต็มที่ในช่วงกลางวันคือตั๋วสำหรับการพักผ่อนในตอนกลางคืน

และการพักผ่อนให้เต็มที่ในตอนกลางคืนคือตั๋วสำหรับการใช้ชีวิตให้เต็มที่ในวันรุ่งขึ้น

ถ้าตอนกลางวันใช้ชีวิตสบายเกินไป ตอนกลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ

ถ้าตอนกลางคืนนอนน้อยเกินไป ตอนกลางวันก็จะใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่

ทำงาน-พักผ่อนคือหัวก้อยของเหรียญเดียวกัน

ถ้าจะนอนก็จงนอนให้เต็มอิ่ม ถ้าจะตื่นก็จงตื่นให้เต็มตาครับ


เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 6 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb