เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้

20160815_past

แต่เราเปลี่ยนอนาคตได้เสมอ

Nobody can go back and start a new beginning, but anyone can start today and make a new ending.

– Maria Robinson

ผมว่าเราทุกคนที่เคยดูโดเรมอนหรือหนัง Back To The Future น่าจะเคยใฝ่ฝันถึงการนั่งไทม์แมชชีน

เพื่อกลับไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยทำผิดพลาดในอดีต

และแอบไปดูตัวเอง (รวมถึงคนรอบข้าง) ในอนาคต

แต่เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีใครคิดค้นไทม์แมชชีนได้ เราเลยยังต้องอยู่กับปัจจุบันไปก่อน

ผมเคยอ่านหนังสือคนไทยเล่มหนึ่งบอกว่า เชื่อไหม เราสามารถทำนายอนาคตได้

เช่นผมทำนายว่า ภายในสิบนาทีข้างหน้า ผมจะเขียนบล็อกตอนนี้เสร็จ และจะเดินไปดื่มน้ำ

ผมมีความมั่นใจ 99% เลยทีเดียวว่าเรื่องที่ทำนายนี้จะเกิดขึ้นจริง

หรือผมอาจจะทำนายว่า พรุ่งนี้ผมจะไปทำงานตามปกติ

ความมั่นใจอาจจะลดลงนิดหน่อย แต่ก็ยังมากกว่า 90%

ประเด็นก็คือ เรา “ทำนาย” อนาคตได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งอนาคตใกล้เรายิ่งทำนายได้แม่น ถ้าอนาคตไกลหน่อย ความแม่นยำก็อาจจะน้อยลง

และสิ่งเดียวที่จะเป็นตัวบ่งชี้ความแม่นยำของอนาคตที่เราทำนายไว้ ก็คือการกระทำของเราเอง

ถ้าการกระทำของเราสอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการจะให้เป็น เราก็จะสร้างอนาคตสิบนาทีข้างหน้าได้แม่นยำ

อนาคตสิบนาที จะเป็นตัวกำหนดอนาคตหนึ่งชั่วโมง

อนาคตหนึ่งชั่วโมง จะเป็นตัวกำหนดอนาคตหนึ่งวัน

อนาคตหนึ่งวัน จะเป็นตัวกำหนดอนาคตหนึ่งสัปดาห์

เมื่อเราใช้ชีวิตไปตามเงื่อนไขนี้ เราก็สามารถทำนายอนาคตหนึ่ง สิบปี หรือตลอดชีวิตของเราได้

Nobody can go back and start a new beginning, but anyone can start today and make a new ending.

อดีตที่ผ่านไป เราทำอะไรไม่ได้แล้ว

แต่อนาคตที่ยังมาไม่ถึง เรามีสิทธิ์สร้างขึ้นมาใหม่ได้เสมอ

ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้ครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

บางทีเราก็ไม่ควรเป็นตัวของตัวเอง

20160814_benotyourself

“When I let go of what I am, I become what I might be.”

– Lao Tzu

เพราะบางครั้งเราก็ยึดติดกับ “ความเป็นตัวเรา” มากเกินไป

เราจึงสูญเสียโอกาสที่จะได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า “ก็เราเป็นคนอย่างนี้”

คำถามสำคัญที่เรามักจะลืมถามก็คือ “แล้วเราอยากเป็นคนอย่างนี้ตลอดไปรึเปล่า?”

ถ้าคำตอบคือใช่ ก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะแสดงว่าเราคงแฮปปี้กับมันแล้วจริงๆ

แต่ถ้าคำตอบคือไม่ใช่ ก็แสดงว่าลึกๆ แล้วเราก็อยากจะเปลี่ยนเหมือนกัน

เพราะถ้ายัง “เป็นตัวของตัวเอง” แบบนี้ ผลลัพธ์ก็คงจะเหมือนเดิม

เลิกเป็นตัวเองของตัวเองเสียบ้าง

จะได้อัพเกรดเสียทีครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจากPexels.com

จงเป็นคนดี แต่…

20160811_good

อย่าไปเสียเวลาพิสูจน์ให้ใครเห็นว่าเราเป็นคนดี

Be a good person but don’t waste time to prove it.

– Anonymous


การพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นคนดีให้คนอื่นเห็นนั้น เป็นเรื่องไม่จำเป็น

เพราะคนที่ใกล้ชิดเราย่อมเข้าใจอยู่แล้วว่าเราเป็นคนยังไง

ส่วนคนที่อยู่ไกลเราออกไป ถ้าเขาเลือกที่จะไม่เชื่อซะอย่าง เขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี

และถึงเขาจะเชื่อว่าเราเป็นคนดีหรือไม่ มันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตเรา

Validation หรือการยอมรับจากคนรอบข้างเป็นความต้องการพื้นฐานของเราทุกคน

(ปุ่มไลค์ของเฟซบุ๊คจึงขายดิบขายดี)

แต่ในขณะเดียวกัน ความต้องการการยอมรับจากคนอื่น (need for validation) มันก็ล่ามโซ่ให้เราไม่เป็นอิสระอีกด้วย เพราะเราเอาความสุขความสำเร็จของเราไปแขวนอยู่กับคำตัดสินของใครก็ไม่รู้

และโดยเนื้อแท้แล้ว ความต้องการนี้ก็คือการขอให้โลกมาช่วยยืนยันความมีตัวตนของเรา

เป็นการหลอกล่อของกิเลสที่จะทำให้เรายึดมั่นในตัวกูของกูมากขึ้น

ดังนั้น การทำดีเป็นเรื่องดีในตัวมันเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ ไม่จำเป็นต้องขอคะแนนจากใคร

“ดีเพื่อที่จะดี” ไม่ใช่ “ดีเพื่อจะได้เป็นที่รัก”

เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ถ้ายังไม่รู้จุดหมาย

20160809_destination

อย่างน้อยก็ขอให้รู้จักตัวเองให้ดีพอ

When we don’t know where we are going, at least we must know who we are.

– Paulo Coelho


อาจารย์ของผมท่านหนึ่งที่ตอนนี้อายุเจ็ดสิบกว่า เคยบอกผมว่า เขาจะมีแผนการ 7 ปี หรือ 7-year plan เสมอ

7 ปีนี้จะเรียนให้จบด๊อกเตอร์

7 ปีนี้จะก่อตั้งบริษัท

7 ปีนี้จะเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

7 ปีนี้จะก่อตั้งมหาวิทยาลัย

ฯลฯ

ผมไม่แน่ใจว่ากับโลกสมัยนี้ เรายังจะใช้หลักการ 7-year plan ได้หรือไม่

เพราะโลกหมุนเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ

โอกาสใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมาย และความเสี่ยงที่เราไม่เคยพบเจอก็ย่อมมีไม่น้อยไปกว่ากัน

แผนการ 7 ปีจึงอาจจะยืดหยุ่นน้อยไปหน่อย

อาจต้องเหลือแค่แผน 7 เดือนหรือ 7 วันแทน

เป้าหมายจึงอาจไม่ต้องชัดมากก็ได้ เพราะถ้าชัดเกินไปก็อาจทำให้เรามองไม่เห็นโอกาสอื่นๆ

แต่เราควรรู้ว่าเราต้องการอะไร และเรากำลัง “หันหน้า” ไปในทิศทางที่เหมาะสมรึเปล่า

อย่างน้อยที่สุด ถ้าเราหันหน้าให้ถูกทิศ และออกเดิน

การไปถึงจุดหมายช้าหรือเร็วอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญนักก็ได้

เพราะคนจำพวกหนึ่งเชื่อว่าชีวิตคือการไปให้ถึงจุดหมาย

ขณะที่คนอีกจำพวกหนึ่งเชื่อว่าชีวิตคือการดื่มด่ำไปกับการเดินทาง

ไม่มีอย่างไหนถูก-ผิดไปกว่ากัน

ขอแค่มันถูกจริตเราก็พอ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ความรู้สึกที่ดีที่สุดในโลก

20160804_bestfeeling

ความรู้สึกที่ดีที่สุดในโลก

คือตอนที่ตื่นนอนมาตอนเช้าวันเสาร์ และรู้ว่ามีเวลาว่างสองวันเต็มๆ

สองวันที่ไม่ต้องไปทำงาน

สองวันที่จะได้สะสางเรื่องราวที่ค้างคา

สองวันที่จะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ

สองวันที่จะใช้เวลากับคนที่เรารัก

สองวันที่อาจจะได้พบเพื่อนใหม่

สองวันที่จะเดินตามความฝัน

สองวันที่จะสร้างความแตกต่างให้กับโลกใบนี้


ความรู้สึกที่แย่ที่สุดในโลก

คือตอนที่กำลังจะเข้านอนในคืนวันอาทิตย์

และรู้ตัวว่าเราได้ใช้สองวันที่ผ่านมาไปโดยเปล่าประโยชน์

ไม่ได้สะสางเรื่องราวที่ค้างคา ไม่ได้เดินตามความฝัน

ไม่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ และไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรให้ชีวิตเราเองเลย


ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Bhuvnish Mittal’s answer to What are the best and worst feelings in the world? 

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่