3 ไอเดียจากหนังสือ Mindset

1. งานวิจัยพบว่า การชื่นชมความสามารถของเด็กจะทำให้ไอคิวของเด็กลดลง แต่การชื่นชมความพยายามของเด็กจะทำให้ไอคิวของเด็กสูงขึ้น คำชมบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่ได้คิดอะไรก็อาจเป็นผลเสียต่อเด็กได้ เช่นคำชมอย่าง “ลูกเรียนเรื่องนี้ได้เร็วเพราะลูกเป็นเด็กฉลาด” ตัวเด็กก็อาจจะตีความว่าการเรียนรู้ช้าเป็นเรื่องที่ไม่ดี

2. นักกีฬาที่มี growth mindset ไม่ได้สนใจแต่เรื่องชัยชนะ พวกเขาจะโฟกัสไปที่การฝึกซ้อมและสนุกไปกับความท้าทายพอๆ กับผลการแข่งขัน ในทางกลับกัน นักกีฬาที่มี fixed mindset นั้นจะทำทุกวิถีทางให้ได้ชัยชนะเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเหนือกว่าคู่แข่ง และหากต้องพบความพ่ายแพ้พวกเขาก็จะผิดหวังสุดๆ

3. โลกธุรกิจมักจะให้ความสำคัญกับคนเก่งและคนฉลาด แต่นั่นก็สร้างปัญหาได้เช่นกัน Enron เป็นบริษัที่จ้างแต่คนเรียนเก่งและจบสูงๆ มา แต่มันก็สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ห้ามทำพลาดเพราะจะทำให้ชื่อเสียงของตัวเองและของบริษัทเสียหาย Enron จึงเกลียดการยอมรับผิดและให้ความสำคัญกับการรักษาภาพลักษณ์มาก พอเกิดการสอบสวนขึ้นมา ผู้บริหารจึงเอาแต่ปกป้องตัวเองแม้ว่าจะต้องให้ข้อมูลที่เป็นเท็จก็ตาม


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Mindset: The New Psychology of Succes by Carol S. Dweck, สรุปหนังสือโดย getAbstract

3 ไอเดียจากหนังสือ Healthy Always

1.กฎเหล็กเพื่อสุขภาพที่ดี 6 ข้อ ได้แก่ ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มไวน์เพียงวันละ 1-2 แก้ว ออกกำลังกายวันละ 30 นาที กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้รอบเอวใหญ่กว่าครึ่งนึงของส่วนสูง และนอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง ซึ่งเหล่านี้เป็นการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ข้อที่สำคัญที่สุดก็คือ เลิกสูบบุหรี่และงดมื้อเย็นหรือกินอาหารเย็นให้น้อยที่สุด แล้วใช้เวลานั้นไปออกกำลังกายแทน

2. ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างเพื่อกินอาหารทั้งวันทั้งคืน แต่ควรกินเฉพาะเวลาที่มีแสงแดดเป็นหลัก จากการทดลอง หนูที่จำกัดการกินอาหารวันละ 8 ชั่วโมงจะมีน้ำหนักน้อยกว่าหนูที่กินทั้งวันทั้งคืนถึง 28% แม้ว่าหนูทั้งสองกลุ่มจะได้รับปริมาณแคลอรีต่อวันเท่ากัน เมื่อไม่กินพร่ำเพรื่อ ร่างกายจะย่อยและใช้อาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงควรจำกัดช่วงเวลาในการกิน และปล่อยให้ตัวเองมีเวลาหิวเล็กน้อยทุกวัน แต่ละมื้ออย่าใช้เวลากินเกิน 40 นาที และถ้ามีเวลาเดินหลังมื้ออาหารสัก 20 นาทีจะดีมากเพราะกล้ามเนื้อจะเรียกใช้น้ำตาลในร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูง

3. แม้ในอนาคตจะมีวัคซีน COVID-19 ออกมาก็อย่าคิดว่าไวรัสจะถูกกำจัดราบคาบ เราต้องไม่ลืมว่าปัจจุบันมนุษย์ไม่มีวัคซีนป้องกันไข้หวัด และโคโรนานั้นก็เป็นไวรัสไข้หวัดชนิดหนึ่ง แม้จะมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก็ไม่ได้มีประสิทธิผล 100% เรารู้กันดีว่าโอกาสในการเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสก็คืออายุและโรคประจำตัว เราเปลี่ยนอายุเราไม่ได้ แต่เราสามารถดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้มีโรคประจำตัวได้


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Healthy Always สุขภาพดีตลอดไป โดย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ สำนักพิมพ์ openbooks

3 ไอเดียจากหนังสือ ล้ม ลุก เรียน รู้

1.มองหาจุดขาว แม้ว่ามันจะเล็กแค่ไหน
เด็กบ้านนอกคนหนึ่งเรียนไม่เก่ง ไม่ค่อยมีเพื่อน แถมยังมีปัญหาเรื่องต่อมน้ำตาจนน้ำตาไหลตลอดเวลา

คุณครูคนหนึ่งเห็นความโดดเดี่ยวของเด็กชาย จึงใส่ใจและคอยชวนคุย สรรหาแม้กระทั่งเรื่องเล็กที่สุดมาชมเพื่อให้เด็กคนนั้นรู้สึกดีขึ้น

คำพูดที่เปลี่ยนแปลงเด็กคนนั้นไปตลอดกาล คือคำชมของครูที่ว่า “เธอพูด ร เรือ ได้ชัดมากนะ”

เป็นคำชมที่แทบจะต้องขุดมาชม แต่ก็เป็นคำชมแรกที่เด็กชายเคยได้รับ เป็นคำชมที่ทำให้เขาตั้งใจฝึกการออกเสียง ร เรือ จนโดดเด่นในห้องเรียน และได้เป็นตัวแทนแข่งท่องอาขยานระดับจังหวัด

เมื่อเริ่มมีความเชื่อมั่น เขาจึงกลายเป็นเด็กตั้งใจเรียนจนสามารถสอบคณิตศาสตร์ได้อันดับสามของประเทศ ได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ และได้ไปทำงานที่บริษัท Google ก่อนจะกลายมาเป็น “กระทิง พูนผล” ผู้แผ้วทางให้วงการสตาร์ทอัพไทยในกาลต่อมา

2.ศัตรูของผู้บริหารคือห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำ
เพราะมันจะทำให้เราไม่อยากออกไปไหน ไม่ได้ออกไปเจอลูกค้า ไม่ได้พบเห็นปัญหาด้วยตัวเอง คอยอ่านแต่รายงานและการพรีเซนต์ที่ถูกฟิลเตอร์มาแล้ว ทำให้ไม่เข้าใจความเป็นจริง อันจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด

3.อย่าใช้ใครไปซื้อกาแฟ
คนนอร์เวย์เชื่อใน “กฎของยานเต้” ซึ่งมีทั้งหมด 10 ข้อ หลักใหญ่ใจความคืออย่าไปสำคัญมั่นหมายว่าเราวิเศษกว่าคนอื่น คนนอร์เวย์จึงจะไม่ยอมซื้อรถที่หรูหรากว่าเพื่อนบ้านเพราะถือเป็นเรื่องผิดมารยาท

หลังจากที่คุณซิกเว่ไปทำงานที่อินเดีย ดีแทคก็ได้ซีอีโอคนใหม่ชื่อคุณทอเร่ จอห์นเซ่น เวลาคุณทอเร่อยากกินกาแฟ เขาจะลงจากตึกสูงเพื่อมาซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์ชั้นหนึ่งเองทุกครั้ง พอถูกถามว่าทำไมถึงไม่ให้เลขาซื้อกาแฟให้ คุณทอเร่ก็ตอบว่า “ขอเดินไปซื้อเองเถอะ เพราะที่นอร์เวย์ ถ้าให้เลขาฯ ซื้อให้มันเด่นเกินคนอื่น อีกอย่างถ้าผมเกษียณ ผมก็ต้องซื้อกาแฟเอง ต้องฝึกตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ไม่เคยตัว”


ขอบคุณไอเดียจากหนังสือ ล้ม ลุก เรียน รู้ โดยพี่โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ สำนักพิมพ์ KOOB

3 ไอเดียจากหนังสือ Future Mindset

เมื่อตอนต้นเดือน อาจารย์นภดล ร่มโพธิ์ เจ้าของเพจและพอดคาสท์ Nopadol’s Story ได้กรุณาส่งหนังสือ “เมื่อวิธีคิดที่คุณมีใช้กับงานในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ (Future Mindset)” ของสำนักพิมพ์วีเลิร์นมาให้

ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะได้เริ่มเปิดอ่าน แต่พอได้อ่านก็อ่านจบอย่างรวดเร็ว

วันนี้เลยขอมาแชร์สามไอเดียจากหนังสือเล่มนี้ครับ อาจจะมีบางส่วนที่ผมเสริมไอเดียและสำนวนของตัวเองลงไปด้วยนะครับ

1. P-I Matrix

P คือ Performance เราทำได้ดีรึเปล่า
I คือ Importance มันสำคัญรึเปล่า

เมื่อรวมกันจะออกมาเป็นสี่ combinations
หนึ่ง เราทำได้ดี และมันเป็นเรื่องสำคัญ
สอง เราทำได้ดี แต่มันไม่สำคัญ
สาม เราทำได้ไม่ดี และมันไม่สำคัญ
สี่ เราทำได้ไม่ดี และมันเป็นเรื่องสำคัญ

เราควรจะใช้เวลากับเรื่องแรกให้มาก เพราะเราทำได้ดีและมันเป็นเรื่องสำคัญ นี่คือ sweet spot ที่เราจะสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างสูงสุด

และเราควรจะให้เวลากับข้อสี่รองลงมา เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญที่เรายังไม่เก่งพอ เราจึงควรจัดการอย่างเร่งด่วน อาจจะเร่งพัฒนาตัวเอง อาจจะขอความช่วยเหลือ หรือมอบหมายให้คนอื่นทำก็ไม่เสียหาย

ส่วนวิธีการจัดการกับเรื่องที่เหลือ คือลดข้อสอง เพราะเรามีแนวโน้มที่จะทำมันเยอะเกินไปทั้งๆ ที่มันไม่สำคัญ ข้อสามไม่ต้องทำอะไรกับมัน ในเมื่อมันไม่สำคัญเราทำได้ไม่ดีก็ถูกแล้ว

2. คนที่ได้เกียรตินิยมไม่ใช่คนที่ได้ 100 เต็มวิชาเดียว แต่สอบตกวิชาที่เหลือ

เพราะความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง เราจึงไม่จำเป็นและไม่ควรมุ่งไปที่ความสมบูรณ์แบบจนทำให้มิติอื่นๆ ในชีวิตพัง

ถ้าการงานและการเงินก้าวหน้ามาก แต่สุขภาพแย่ทั้งกายและใจ อย่างนี้อาจจะเรียกได้ว่าสอบตกในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

ไม่ต้องมุ่งไปที่ 100 คะแนนหรอก ทำให้ได้ซัก 80-90 คะแนนในหลายๆ วิชาน่าจะเป็นทางที่ยั่งยืนและฉลาดกว่า

3. Yes No Yes และ Plan B

คนไทยไม่ค่อยกล้าปฏิเสธใคร แต่ถ้าอยากปฏิเสธคนให้เป็นเราควรใช้สูตร Yes No Yes

Yes แรกคือเราต้องรู้ก่อนว่าอะไรสำคัญในชีวิตเรา เมื่อเรา Yes กับสิ่งสำคัญในชีวิตเช่นเรื่องการมีเวลาให้ลูก เราก็จะมี “หลัก” ให้ยึดเมื่อต้องเจอสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจ

No คือการตอบปฏิเสธ เช่นเจ้านายขอให้เราทำงานด่วนและจะเอาคืนนี้ แต่เมื่อเรา Yes กับการมีเวลาให้ลูกแล้ว เราจึงมีเหตุผลที่แข็งแรงพอที่จะเซย์ No กับเจ้านายได้

Yes สุดท้ายคือการหาทางออกให้กับคนที่มาขอความช่วยเหลือ เช่นขอผัดผ่อนเวลา หรือแนะนำให้คนอื่นช่วยแทน

ซึ่งก็เป็นไปได้อีกว่าเขาอาจจะไม่รับทางเลือกที่เราเสนอให้ก็ได้ เราจึงต้อง Plan B เช่นบอกกับเจ้านายอย่างจริงจัง สุภาพ และด้วยความเคารพว่าถ้าเขายังยืนยันจะให้เราทำงานแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราก็อาจต้องขออนุญาตลาออกแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากทำเลย สิ่งสำคัญคืออย่าให้เจ้านายตัดสินใจทันที เพราะจะเป็นการกดดันให้เขาพูดโดยใช้อารมณ์และแม้จะอยากเปลี่ยนใจภายหลังก็กลับคำไม่ทันแล้ว


ใครอ่าน 3 ไอเดียนี้แล้วคิดว่าเข้าท่า ลองไปหาหนังสือเล่มจริงมาอ่านดูได้นะครับ 😉

อ่านหนังสือคือการอัพเดตซอฟต์แวร์ในสมอง

20200204

“Reading is like a software update for your brain.”
-James Clear

การอ่านหนังสือการอัพเกรดสมองของเราให้มี features มากขึ้นและมี bugs น้อยลง

มันจะช่วยเพิ่มเลนส์ในการมองชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งจำเป็นมากเพราะเราเปลี่ยนประสบการณ์ที่ผ่านไปแล้วไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนวิธีการตีความมันได้

ถ้าไม่อ่านอะไรใหม่ๆ ไม่เสพของที่มีคุณภาพ สมองของเราก็จะมีแต่วิธีการมองแบบเดิมและความรู้แบบเก่า

ซึ่งความรู้เก่ามีอันตรายอย่างน้อยสามประการ

หนึ่ง ความรู้เก่านี้มันไม่จริง เราเข้าใจผิดมาโดยตลอด

สอง ความรู้เก่านี้เคยจริง แต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นความจริงอีกต่อไป

สาม ความรู้เก่าที่เรายึดติดจะปิดกั้นไม่ให้เรารับรู้หรือพิจารณาความรู้ใหม่ที่ถูกต้องกว่า

ในโลกที่หมุนเร็ว ทักษะที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการ learn ก็คือการ unlearn หรือการไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เรารู้

เพราะอันตรายไม่ได้เกิดจากความไม่รู้ แต่เกิดจากความมั่นใจว่าเรารู้อยู่แล้ว

บางคนอาจถามว่าจำเป็นต้องอ่านหนังสือด้วยเหรอ อ่านบล็อกดีๆ จากในเฟซก็น่าจะเพียงพอแล้วรึเปล่า

หนังสือหนาเป็นร้อยหน้าเป็นสื่อที่อินเตอร์เน็ตและฟีดบนโซเชียลไม่อาจทดแทน เพราะหนังสือมี “ธีม” ซึ่งเป็นภาพใหญ่ของเล่ม มีการจัดวางโครงสร้างมาอย่างดีเพื่อให้คนอ่านค่อยๆ ซึบซับสิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้บทความบนเว็บไม่อาจมอบให้ได้

มาอ่านหนังสือเพื่อมองเห็นภาพใหญ่ เพื่อ unlearn ความรู้ที่ไม่จริงอีกต่อไป และเพื่ออัพเกรดสมองของเรากันนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer