ตอบผิดไม่แย่เท่าถามผิด

20170122_wrongquestion

The most serious mistakes are not being made as a result of wrong answers. The truly dangerous thing is asking the wrong question.

ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดไม่ได้เกิดจากการได้คำตอบที่ผิด แต่เกิดจากการตั้งคำถามที่ผิดต่างหาก

– Peter F. Drucker


สมัยเรียนปริญญาตรี ผมมีโอกาสได้ทุน IAESTE ไปฝึกงานที่บริษัท ABB เมืองซูริค ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์

เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก เพราะได้นั่งรถไฟไปเที่ยวแทบทุกสุดสัปดาห์

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ประหลาด ที่ผมไม่เคยเจอตอนอยู่เมืองไทย คือรองเท้ามีกลิ่นแรงมาก

อาจเป็นเพราะใช้รองเท้าที่ผมใส่เดินทางเป็นประจำ (หน้าตาคล้ายๆ ภาพด้านบน) นั้นผมใช้ลุยน้ำลุยฝนจนรองเท้าอาจจะอับชื้นจนส่งกลิ่น ซึ่งหนักหนาถึงขั้นที่ว่าถ้าผมเข้าไปนั่งในโรงหนังแล้วถอดรองเท้า คนที่นั่งข้างๆ จะต้องได้กลิ่นตุๆ แน่นอน

ผมหาทางแก้หลายวิธี ตอนแรกเอารองเท้าไปตากแดด อาการนี้ก็ยังไม่หาย ไปซื้อสเปรย์ดับกลิ่นรองเท้าฉีดทุกครั้งหลังใส่เสร็จ ปัญหาก็ยังอยู่ ไปซื้อผงแป้งดับกลิ่นเอามาโรยใส่ด้านในรองเท้า ก็พอช่วยได้บ้าง แต่ก็ยังมีกลิ่นอยู่ดี

จนค่ำวันหนึ่งตอนที่ผมอาบน้ำ ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดมองมาก่อน

คือเท้าทั้งสองข้างของผม

แล้วผมก็ตระหนักได้ว่า ที่ผ่านมาผมอาจแก้ปัญหาผิดจุดมาตลอด เอาแต่ไปแก้ที่รองเท้า แต่ไม่เคยคิดจะทำอะไรกับเท้าของตัวเอง

จำได้ว่าคืนนั้นผมใช้เวลาขัดสีฉวีวรรณเท้าของผมมากกว่าการอาบน้ำครั้งใดในชีวิต

ปัญหา “รองเท้าส่งกลิ่น” ไม่ได้หายไปในทันที แต่ก็ค่อยๆ ดีขึ้นโดยลำดับ จนถึงช่วงเดือนสุดท้ายของการฝึกงานปัญหานี้ก็หมดไปโดยสิ้นเชิง

ประสบการณ์คราวนั้นสอนผมอยู่สองเรื่อง

หนึ่ง การตั้งคำถามที่ผิดสามารถพาเราหลงทางไปไกล

สอง ถ้าปัญหาไหนมันแก้ไม่ตกซะที ก็เป็นไปได้ว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ตัวเราเองนี่แหละ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ความกังวลคือการใช้จินตนาการในทางที่ผิด

20161025_worry_imagine

“Worry is a misuse of the imagination.”

– Dan Zadra


สมองมนุษย์เป็นเครื่องรีเพลย์ชั้นยอด เราจึงสามารถฉายภาพการกระทำบางอย่างในอดีตได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

และสมองก็เป็นนักรังสรรค์ชั้นยอดด้วย เราจึงสามารถนึกคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดได้เป็นตุเป็นตะ

โดยส่วนใหญ่ ภาพแห่งอนาคตที่เราสร้างขึ้นมักจะหน้าตาไม่ดีเท่าไหร่ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ขี้กังวล จึงชอบคิดอะไรเผื่อในทางร้ายไว้ก่อน

ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะมันเป็นกลไกที่ทำให้บรรพบุรุษของเรารอดพ้นจากภยันตรายต่างๆ มาได้หลายแสนปี

คำถามก็คือ ความขี้กังวลนี้ยังเป็นคุณอยู่รึเปล่า ในเมื่อโลกปัจจุบันมันไม่ได้อันตรายเหมือนแต่ก่อนแล้ว

แทนที่จะมัวกังวลถึงสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด สู้เราใช้จินตนาการเพื่อวาดภาพสิ่งที่เราอยากให้เป็นดีกว่ามั้ย?

แม้สุดท้ายแล้วคนมองโลกในแง่ดีและคนที่มองโลกในแง่ลบจะคาดการณ์ผิดพอๆ กัน

แต่ระหว่างทาง คนมองโลกในแง่ดีนั้นน่าจะมีความสุขกว่ากันเยอะเลยนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ความรู้สึกเป็นเพียงผู้มาเยือน

20161017_feelings

“Feelings are just visitors.
Let them come and go.”
-Mooji

วันจันทร์เพิ่งผ่านพ้นไป เชื่อว่าหลายคนคงงานยุ่งกันพอสมควร

บางคนอาจจะยุ่งจนลืมเศร้าเลยก็ได้

ความรู้สึกต่างๆ ก็เป็นเพียงแขกที่แวะมาอยู่บ้านเราชั่วคราว

แขกส่วนใหญ่จะแค่แวะมาทักทายแล้วจากไป

แต่เป็นเราเองนี่แหละ ที่เชื้อเชิญแขกเข้ามาในบ้าน แล้วกักเขาไว้ไม่ให้ไปไหน

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อยากอยู่ แต่เราดันรั้งเขาไว้เอง ใจก็ย่อมหนักอึ้งและหมดแรง

“Feelings are just visitors.
Let them come and go.”

เมื่อความรู้สึกใดก็ตามเกิดขึ้นในใจเรา เราควรทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ไม่ผลักไส แต่ก็ไม่ดื้อรั้นที่จะเก็บมันไว้ในบ้าน

เพราะสุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นเพียงผู้มาเยือนเท่านั้น


facebook.com/anontawongblog

anontawong.com/archives

ภาพจาก Pixabay.com

ดาร์คมาต้องดาร์คกลับ?

20161012_dark

สองสามวันมานี้มีคลิปวีดีโอตัวหนึ่งที่ go viral (มีคนดู/คนแชร์สูง) นั่นคือคลิปเรื่อง “ขับรถ…อย่าไปเครียด” ของเพจ เครื่องเสียง รถยนต์ ชลบุรี Powersoundv9 ซึ่งมีคนดูไปแล้วกว่าหนึ่งล้านสามแสนครั้ง

เชื่อว่าคนดูคงชอบความแปลกใหม่ของ “แม่ญ่านาง” (เข้าใจว่าสะกดด้วย ญ.หญิง เพื่อให้ดูเก๋ไก๋) รวมทั้งเรื่องราวที่ใกล้ตัวที่คนไทยทุกคนเคยประสบมา

นั่นคือความไร้น้ำใจบนท้องถนน

เขาไม่ยอม เราก็ไม่ยอม

เขาจะเปลี่ยนเลน เราก็เร่งเครื่องปิดทางไม่ให้เขาเปลี่ยน

เขาปาดหน้ามา เราต้องปาดกลับ

เป็นการฟาดฟันที่ค่อนข้างไร้สาระ เพราะโอกาสสูงมากที่จะแพ้ทั้งคู่ และถึงจะมีใครชนะ มันก็ไม่ได้ช่วยให้เราไปถึงที่หมายเร็วขึ้น และถึงจะไปถึงที่หมายเร็วขึ้น เราก็เอาเวลาที่ได้มาไปผลาญกับไลน์หรือเฟซบุ๊คอยู่ดี

เรื่องราวของคลิปนี้ เริ่มต้นจากรถสองคันที่ไม่ยอมกัน คันหนึ่งเป็นเด็กแว้นๆ ส่วนอีกคันเป็นอาเฮียอายุประมาณ 40

ในจังหวะที่อาเฮียกำลังจะลงไปเอาเรื่องกับเด็ก จู่ๆ แม่ญ่านางก็โผล่มาเตือนสติและเสนอแนะวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยให้ใจเย็นลง

จังหวะที่ผมชอบที่สุด เกิดในนาที 4:56

เมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว จิตใจของอาเฮียและเด็กแว้นยังเต็มไปด้วยโทสะ

แต่หลังจากที่อาเฮียคิดได้ และตัดสินใจถอยรถเปิดทาง แววตาของเด็กแว้นก็เป็นประกายขึ้นมา

น้ำใจที่อาเฮียหยิบยื่นให้เด็กแว้น ได้ไปจุดประกายความดีงามที่อยู่ในใจเด็กแว้นด้วยเช่นกัน

และแม้คลิปจะจบลงตรงนี้ ผมก็นึกภาพออกเลยว่า ถ้าเด็กแว้นขับไปเจอรถคันอื่น เขาก็น่าจะมีน้ำใจเปิดทางให้คันอื่นบ้าง

Martin Luther King Jnr เคยกล่าวไว้ว่า

“Darkness cannot drive out darkness: only light can do that.
Hate cannot drive out hate: only love can do that.”

ความมืดไม่อาจทำลายความมืดได้ มีแต่แสงสว่างเท่านั้นที่ทำได้
ความเกลียดชังไม่อาจทำลายความเกลียดชังได้ มีแต่รักเท่านั้นที่ทำได้

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเจอคนอื่นดาร์คใส่ การที่เราจะดาร์คกลับนั้นเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว ไม่ต้องใชสติปัญญาอะไรเลย

แต่คงจะดีกว่า ถ้าเราจะระลึกถึงคำพูดนี้ของลูเธอร์คิง และนึกถึงแววตาเป็นประกายของเด็กแว้นในคลิปหนังเรื่องนี้

เราทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง เอามันมาช่วยจุดประกายให้คนอื่นบนท้องถนนกันนะครับ


ขอบคุณรูปภาพและประกายความคิดจากคลิปเรื่อง “ขับรถ…อย่าไปเครียด” ของเพจ เครื่องเสียง รถยนต์ ชลบุรี Powersoundv9

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

เสียงที่ไร้คำพูด

20161004_wordsnovoice

“There is a voice that doesn’t use words. Listen.”

– Rumi

เสียงที่ไร้คำพูดอาจมาสู่เราได้หลายรูปแบบ

เสียงที่ไร้คำพูดของคู่สนทนาเรานั้น อาจจะออกมาจากแววตา อากัปกิริยา หรือแม้กระทั่งสิ่งที่เขาเว้นวรรคไว้

ผมเชื่อว่าการฟังให้ได้ยินเสียงเหล่านั้นจะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นดีขึ้น

ในทางกลับกัน ร่างกายของเราก็ส่งเสียงที่ไร้คำพูดเช่นกัน และถ้าเราอยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเราเอง เราก็ควรฟังเสียงนั้นให้ดีๆ

ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มันบอกกับเราว่าไปนอนได้แล้วนะ

หรือหยุดกินได้แล้วนะ

หรือลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำได้แล้วนะ

เรามักไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้เพราะเรามัวแต่สนใจเรื่องอื่นอยู่ หรือถึงได้ยินเราก็เพิกเฉยเพราะเห็นว่านิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า

แล้วพอร่างกายมันพังให้ดูต่อหน้าต่อตา เราก็ค่อยมานั่งบ่นว่าไม่น่าเลย

“There is a voice that doesn’t use words. Listen.”

เสียงที่ไร้คำพูดจะไม่เคยตะโกน ถ้าอยากจะได้ยินเสียงเหล่านี้ ต้องหัดสังเกตสังกาและรู้เนื้อรู้ตัวบ่อยๆ

จะได้เปลี่ยนแปลง ก่อนที่อะไรจะสายเกินไปครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com