จบใหม่อย่าหางานสบาย

20190708_easywork

เพราะถ้าได้งานสบาย เราจะเก่งขึ้นช้ามาก

สุดท้ายเงินเดือนมันจะสะท้อนความสามารถของเราเสมอ ถ้าเราเก่งช้ากว่าคนอื่น มูลค่าของเราก็จะขึ้นช้ากว่าคนอื่นด้วยเช่นกัน

การได้งานสบายจึงเป็นเหมือนคำสาปอย่างหนึ่ง ใครรู้สึกว่ากำลังสบายเกินไป อาจต้องหาทางดิ้นให้หลุดจากคำสาปนั้นด้วยการหาทางเพิ่มคุณค่าให้งานที่ทำ ขอย้ายทีม หรือแม้กระทั่งย้ายบริษัท

คำแนะนำสำหรับเด็กจบใหม่คือ จงหางานที่หนักทำ งานที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ งานที่หมดวันแล้วหมดแรง แต่ใจลึกๆ ก็รู้ว่าเรามาถูกทางแล้ว

เพราะนี่คือช่วงอายุที่เรายังไม่มีภาระอะไร ยังมีพลังกายเต็มเปี่ยม คนอื่นยังยินดีให้โอกาสหากเราทำพลาด มันคือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะทำงานหนักแล้ว

ส่วนงานสบายไว้แก่ๆ ค่อยทำก็ยังไม่สายครับ

หัวหน้าต้องทำให้ชีวิตลูกน้องดีขึ้น

20190624_goodleaders

ถ้าทำให้ชีวิตเค้าแย่ลง เค้าจะเกลียดเรา

นี่เป็นคำที่พี่บุ๋ม บุญย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ หัวเรือใหญ่ของ BBQ Plaza มาพูดให้เราฟังใน Wongnai WeShare

“ชีวิตที่ดีขึ้น” ของลูกน้องไม่ได้แปลว่าต้องสบายนะครับ แต่หมายถึงลูกน้องควรจะได้ทำงานที่ท้าทาย ได้เก่งกว่าเดิม และมีโอกาสเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานของเขา

“ซุปปี้” ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายเก่าของผมก็เคยพูดว่า หัวหน้ากับลูกน้องนั่น “เท่ากัน” ต่างกันเพียงหน้าที่ หน้าที่ของลูกน้องคือทำงานของตัวเองให้ดี หน้าที่ของหัวหน้าคือช่วยให้ลูกน้องทำงานได้ดีขึ้น

เวลาคนๆ หนึ่งตัดสินใจสมัครงานกับบริษัท เขามาเพราะรักในตัวบริษัท แต่เวลาที่พนักงานตัดสินใจลาออกส่วนใหญ่ เขาไม่ได้ลาออกเพราะเกลียดบริษัท แต่ลาออกเพราะเข้ากันไม่ได้กับหัวหน้า

ดังนั้น หัวหน้าทำตัวยังไง มีความเชื่อแบบไหน จึงให้คุณให้โทษได้สูงมาก

ถ้าหัวหน้าดี ลูกน้องก็ทำงานดีและไม่จากไปไหน องค์กรก็เจริญเติบโต

แต่ถ้าหัวหน้าไม่ดี คิดถึงคนอื่นน้อย คิดถึงตัวเองเยอะ ไม่ได้มีจิตใจที่เป็นไปเพื่อส่วนรวม ก็พาคนรอบตัวดิ่งเหวไปด้วย

เป็นหัวหน้าต้องทำให้ชีวิตลูกน้องดีขึ้น

ถ้าทำให้ชีวิตเค้าแย่ลง ก็ถึงเวลาต้องทบทวนตัวเองแล้ว

สำคัญของเราหรือสำคัญของคนอื่น

20190620_importanttowho

ในคลาส Storytelling with Powerpoint Presentation ที่ผมเคยสอนให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ผมบอกกับทุกคนว่าเวลาผมต้องขึ้นเวทีพรีเซนต์ในงานประชุมใหญ่ของบริษัท ผมจะใช้เวลาประมาณ 70% คิดโครงสร้างเรื่อง 20% ทำสไลด์ และ 10% ซ้อมพูด

ในขณะที่คนทั่วไปจะใช้เวลา 10% คิดโครงสร้างเรื่อง 90% ทำสไลด์ และ 0% สำหรับการซ้อม พรีเซนต์เลยออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่

นักเรียนคนหนึ่งบอกว่า ก็อยากทำให้ได้เหมือนผมนะ แต่มันไม่มีเวลา

ผมเลยตอบไปว่า ถ้าคุณเห็นว่ามันสำคัญมากพอ คุณจะมีเวลาเอง

สำหรับผม งานประชุมใหญ่ของบริษัทมีแค่สามเดือนครั้ง เป็นโอกาสทองที่เราจะส่ง “สาร” อะไรบางอย่างที่ไม่สามารถทำผ่านสื่ออื่นๆ อย่างอีเมล โปสเตอร์ หรือการประชุมย่อยได้ ผมเลยให้ความสำคัญกับมันมาก

แต่แน่นอน เวลาเราทำงาน เรามักจะมีงานสำคัญอื่นๆ แทรกเสมอ เราจึงไม่เคยมีเวลาพอที่จะเตรียมตัวเรื่องอะไรเหล่านี้

คำถามก็คือ งานสำคัญที่มาแทรกนั้น มันสำคัญกับเรา หรือมันสำคัญกับคนอื่นกันแน่?

“งานด่วน” ที่สวมหน้ากาก “งานสำคัญ” นั้น มักเป็นงานสำคัญสำหรับคนอื่นเสมอ ถึงเราทำเสร็จก็ไม่ได้ช่วยให้การงานของเราก้าวหน้าขึ้นเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ทำก็โดนด่าอีก

คำถามคือเราจะตัดสินใจเลือกทางไหน

เลือกทำงานสำคัญของคนอื่นก่อน เพื่อให้เขาไม่ต้องรู้สึกไม่ดีกับเรา

หรือจะเลือกทำงานสำคัญของเราก่อน เพื่อให้เราสามารถสร้าง impact ได้อย่างแท้จริง

ถ้าเลือกทำงานสำคัญของคนอื่นก่อน จนไม่ได้ทำงานสำคัญของเราเลย พอจบปีไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน จะโทษใครได้นอกจากตัวเอง

งานสำคัญของคนอื่น กับงานสำคัญของเรา

หน้าตาเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ระยะยาวไม่เหมือนกัน

มองดีๆ คิดดีๆ เลือกดีๆ นะครับ

ใจเย็นๆ ดูดีๆ

20190620_lookcarefully

ที่บริษัทผมใช้ Google Sheets ทำงานเป็นส่วนใหญ่

Google Sheets นั้นคล้าย Excel คำนวณได้ ผูกสูตรได้

บางชีทก็สูตรยาวเยื้อย บางชีทก็ใช้ฟังก์ชั่นที่ไม่คุ้นเคย บางชีทก็ดึงข้อมูลมาจากชีทอื่นมากมาย

พอเกิดข้อผิดพลาด ข้อมูลไม่ขึ้น หรือขึ้น Error น้องในทีมมักจะตกใจ แก้ปัญหาไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน บางทีงมอยู่นานจนยอมแพ้ แล้วเดินมาหาผม

ผมก็มักจะบอกว่า ใจเย็นๆ ดูซิว่าเวลาขึ้น Error นั้นมันมีคำเตือนว่าอะไร แล้วค่อยเริ่มจากตรงนั้น

บางที Error message มันบอกชัดเจนว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่เราไม่ได้อ่านให้ละเอียดเพราะมัวแต่ตกใจและมัวแต่คิดไปเองว่าเราไม่รู้ เราไม่เข้าใจ

ใช่ คนเรามักจะกลัวสิ่งที่เราไม่เข้าใจ

ถ้าอยากเลิกกลัว ก็ต้องเริ่มทำความเข้าใจก่อน

สูตร Excel ต่อให้ซับซ้อนแค่ไหนแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งเร้นลับ ทุกอย่างมีมาที่ไป ผูกกันไปตามลอจิค เราค่อยๆ แกะอออกมาได้ว่าแต่ละส่วนของสูตรนั้นมันหมายถึงอะไร ฟังก์ชั่นไหนไม่รู้จักเราก็ถามไถ่กูเกิ้ลได้อยู่แล้ว

สิ่งสำคัญที่สุดคือตั้งสติ หายใจลึกๆ แล้วมองให้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็น Error ใน Excel, หน้าจอที่ดับระหว่างพรีเซนต์ หรือแฟนที่กำลังโกรธ

บอกตัวเองว่า ใจเย็นๆ ดูดีๆ

บางทีทางออกอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิดครับ

—-

หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 4 แล้ว – ร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกหนังสือได้ที่นี่ครับ bit.ly/tgimbook4

ติดตามบทความทางไลน์:  bit.ly/tgimline

เอางานที่คิดว่าไม่น่าจะได้ทำขึ้นมาทำเป็นอย่างแรก

20190605_doitfirst

หลังจากมีครอบครัว มีลูก ก็พบว่าผมมีเวลาอ่านหนังสือน้อยลงไปเยอะ

ผมพกหนังสือติดเป้ไว้เป็นประจำ หวังว่าจะได้หยิบขึ้นมาอ่านระหว่างวัน แต่หลังจากที่ลองมาหลายเดือนก็พบว่าแทบไม่เคยได้อ่าน

เดี๋ยวนี้ก็เลยเปลี่ยนวิธี พอมาถึงออฟฟิศ ผมจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านก่อนซัก 10-15 นาทีก่อนเลย จากนั้นจึงค่อยเริ่มทำสิ่งอื่นๆ

วิธีนี้เหมาะกับงานบางชิ้นเช่นกัน โดยเฉพาะงานที่เรารู้อยู่แก่ใจว่าดี แต่ผัดวันประกันพรุ่งมานานเกินไป ลองหยิบมันขึ้นมาทำเป็นอย่างแรกของวัน จะมากหรือน้อยไม่สำคัญ สำคัญตรงที่ได้เริ่ม พอเริ่มแล้วงานชิ้นนั้นก็จะมี momentum และมีชีวิตในตัวมันเอง

ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ