นิทานหลอกเด็ก

20150904_TaleStupidBoy

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เป็นนิทานที่ผมได้ยินครั้งแรกตอนที่ Edward de Bono มาบรรยายที่เอเชี่ยนยูเมื่อประมาณ 14 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งมานึกขึ้นได้ตอนอ่านโพสต์คล้ายๆ กันใน Quora ครับ

ขอเล่าด้วยสำนวนตัวเองนะครับ

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย

จิมมี่เป็นเด็กวัยห้าขวบที่มักจะโดนเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเรียกให้มาคุยด้วยแล้วให้ค่าขนมอยู่เสมอ โดยให้เลือกระหว่างเหรียญหนึ่งดอลล่าร์และเหรียญสองดอลล่าร์

ที่ออสเตรเลียนั้นเหรียญ 2 ดอลล่าร์จะมีขนาดเล็กกว่าเหรียญ 1 ดอลล่าร์ (ตามรูปด้านบน)

จะโดนเรียกกี่ที จิมมี่ก็เลือกเหรียญใหญ่เสมอ และเด็กวัยรุ่นก็จะมองหน้ากันแล้วหัวเราะในความไร้เดียงสาของเด็ก

วันหนึ่งเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้เรียกหญิงสาวข้างบ้านมาดูด้วย

“พี่คอยดูนะ เดี๋ยวจิมมี่มันก็เลือกเหรียญ 1 ดอลล่าร์อีก”

ว่าแล้ววัยรุ่นก็เรียกจิมมี่มาคุยด้วยนิดหน่อย และเสนอค่าขนมด้วยวิธีเดิม แล้วจิมมี่ก็เลือกเหรียญ 1 ดอลล่าร์อีกจริงๆ

พอจิมมี่เดินพ้นสายตาไป เด็กวัยรุ่นก็หันมาบอกหญิงสาวว่า “เห็นมั้ยพี่ เจ้าจิมมี่นี่มันโคตรซื่อบื้อเลย”

หญิงสาวเดินจากมาด้วยความไม่สบายใจเท่าไหร่ เผอิญเห็นจิมมี่ที่เพิ่งเดินออกจากร้านสะดวกซื้อพร้อมไอติมในมือ (สงสัยจิมมี่เอาเงินที่เพิ่งได้ไปซื้อมา) จึงถามจิมมี่ว่า

“จิมมี่จ๊ะ หนูรู้มั้ยว่าจริงๆ แล้วเหรียญอันที่เล็กกว่านี่มันมีค่ามากกว่าเหรียญใหญ่อีกนะ”

“อ๋อ ผมรู้อยู่แล้วครับ” จิมมี่ตอบ

หญิงสาวงงเล็กน้อย “แล้วทำไมเธอถึงเลือกเหรียญ 1 ดอลล่าร์ทุกทีเลยล่ะ?”

“ถ้าผมเลือกเหรียญ 2 ดอลล่าร์ คราวหน้าเค้าก็ไม่เรียกผมแล้วสิครับ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า?

—–

ขอบคุณเรื่องจาก Quora และ Edward De Bono 

ขอบคุณภาพจาก Quora

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานลิง 5 ตัว

20150828_TalesOfFiveMonkeys

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันอีกซักเรื่องนะครับ

นักวิทยาศาสตร์ทำการทดลองโดยเอาลิงห้าตัวมาอยู่ในห้องเดียวกัน

ในห้องมีสเปรย์ฉีดน้ำอยู่โดยรอบ กลางห้องมีกล้วยหนึ่งหวีแขวนไว้กับเพดาน และใต้กล้วยหวีนั้นก็มีบันได (ladder) วางอยู่

เมื่อลิงตัวหนึ่งปีนขึ้นบันไดเพื่อจะเอื้อมหยิบกล้วย นักวิทยาศาสตร์ก็ “ทำโทษ” ด้วยการฉีดน้ำเย็นใส่ลิงทั้งสี่ตัวที่เหลือจนน้องลิงเหน็บหนาวกันถ้วนหน้า

ทุกครั้งที่มีลิงตัวใดเริ่มจะปีนบันได การทำโทษด้วยการฉีดน้ำเย็นจะตามมาเสมอ

เพียงไม่นาน ก็ไม่มีลิงตัวไหนคิดจะขึ้นไปหยิบกล้วยอีก

จากนั้น นักวิทยาศาสตร์ก็เอาสเปรย์ฉีดน้ำเย็นออกไป เอาลิงหนึ่งตัวออกจากห้อง และใส่ลิงตัวใหม่เข้ามาแทน

พอลิงตัวใหม่เข้ามาเห็นกล้วยก็เลยคิดจะปีนบ้าง แต่เพียงแค่มันแตะบันไดขั้นแรก ลิงอีกสี่ตัวที่เหลือก็เฮโลเข้ามาลากมันออกจากบันได และทุบตีลิงหน้าใหม่จนฟกช้ำดำเขียว

หลังจากโดนทุบไปสามสี่ครั้ง ลิงหน้าใหม่ก็เข้าใจแล้วว่าไม่ควรแตะต้องบันไดนี้

นักวิทยาศาสตร์เอาลิงตัวเก่าออกไปอีกหนึ่งตัว และใส่ลิงหน้าใหม่ตัวที่สองเข้าไป

เมื่อลิงหน้าใหม่ตัวที่สองเริ่มปีนบันได ก็โดนลากมาทุบเช่นเคย แถมลิงหน้าใหม่ตัวแรกก็เข้าร่วมสหบาทาด้วย!

จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ใส่ลิงตัวที่สาม…ตัวที่สี่…และตัวที่ห้าลงไป และวงจรแห่งการ “ลากมาทุบ” ก็เกิดขึ้นทุกครั้ง

สุดท้าย ลิงชุดเก่าถูกนำออกจากห้องไปจนหมด เหลือเพียงลิงหน้าใหม่ 5 ตัวที่ไม่เคยถูกทำโทษด้วยการฉีดน้ำเย็นเลย แถมสเปรย์น้ำเย็นก็ถูกออกเอาไปหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีลิงตัวใดกล้าจะปีนบันไดขึ้นไปเก็บกล้วยอยู่ดี

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…?

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Psychology Today

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานปั้นหม้อ

20150814_PotteryTale

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ณ วันเปิดเทอมของวิชาปั้นหม้อดินเผา คุณครูแบ่งนักเรียนออกเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มแรก คุณครูบอกว่าตอนจบเทอมจะให้คะแนนนักเรียนกลุ่มนี้โดยดูจากคุณภาพของหม้อที่ปั้นออกมา

กลุ่มที่สอง คุณครูบอกว่าจะให้คะแนนโดยดูจากปริมาณหม้อที่นักเรียนปั้นได้

ตลอดเทอมนั้นนักเรียนกลุ่มแรกใช้เวลาคิดค้นและออกแบบวิธีการปั้นหม้อให้สวยที่สุด ในขณะที่กลุ่มที่สองปั้นหม้อลูกแล้วลูกเล่าทุกวันเพื่อให้ได้จำนวนหม้อมากที่สุด

พอตอนจบเทอม อาจารย์ก็ตรวจผลงานของนักเรียนทั้งสองกลุ่ม แต่ใช้คุณภาพเป็นเกณฑ์กับทั้งสองกลุ่ม (แทนที่จะใช้ปริมาณเป็นเกณฑ์กับนักเรียนกลุ่มที่สอง)

ผลปรากฏว่า คุณภาพหม้อของนักเรียนกลุ่มที่สองนั้นดีกว่ากลุ่มแรกอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะนักเรียนกลุ่มที่สองปั้นหม้อมาเป็นร้อยๆ หม้อแล้ว ในขณะที่กลุ่มแรกเพิ่งได้ลงมือปั้นหม้อจริงๆ เพียงไม่กี่หม้อ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…?

—–
ขอบคุณนิทานจากฟิลลิป หนึ่งในผู้บริหารของบริษัทผมที่เอาเรื่องนี้มาเล่าลงบล็อกของบริษัท โดยฟิลิปบอกว่า นิทานเรื่องนี้น่าจะมาจากหนังสือเรื่อง Art & Fear ครับ  (และก็มีไปโผล่ในอีกหลายๆ ที่)

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานแอปเปิ้ล

20150731_Apple

วันนีัวันศุกร์ มาฟังนิทานกันอีกซักเรื่องนะครับ

คุณแม่เดินเข้ามาหาของกินในครัว เห็นลูกสาวตัวน้อยยืนถือแอปเปิ้ลอยู่สองลูก จึงย่อตัวลงแล้วเอ่ยถามว่า

“คนดีของแม่ แม่ขอแอปเปิ้ลลูกนึงได้มั้ยคะ”

เด็กน้อยมองหน้าแม่แว้บหนึ่ง ก่อนจะกัดแอปเปิ้ลในมือซ้ายหนึ่งคำ และหันไปกัดแอปเปิ้ลในมือขวาอีกหนึ่งคำ

คุณแม่หน้าชา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะอ้าปาก ลูกสาวก็ยื่นแอปเปิ้ลในมือซ้ายมาให้

“ลูกนี้หวานกว่า ของคุณแม่ค่ะ ส่วนอีกลูกนึงเดี๋ยวหนูกินเอง”

—–

หมายเหตุ: เรื่องนี้อ่านเจอครั้งแรกผ่านการแชร์ในไลน์ (ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยแล้ว) และมาเจออีกครั้งใน Quora แต่ยังหาต้นทางไม่ได้ครับ  ที่เอามาเขียนตรงนี้ผมดัดแปลงจาก Quora นิดหน่อยเพื่อให้อ่านได้คล่องขึ้นครับ

นิทานนักเรียนหมอ

20150717_MedicalStudent

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันอีกซักเรื่องนะครับ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่อเมริกา

ในวันปฐมนิเทศของคณะแพทย์ ขณะที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเข้าคิวเพื่อที่จะลงทะเบียน ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นว่าข้างหลังเขาไม่ใช่เด็กหนุ่ม แต่เป็นชายวัยชราผมสีดอกเลา จนเขาอดเอ่ยปากชวนคุยไม่ได้

ชายหนุ่ม: ลุงครับ ลุงมาลงเรียนคณะแพทย์เหมือนกันเหรอครับ

ชายชรา: ใช่แล้วพ่อหนุ่ม

ชายหนุ่ม: หวังว่าลุงจะไม่คิดว่าผมเสียมารยาทนะครับ เพียงแต่ว่าผมอยากรู้ว่าคุณลุงอายุเท่าไหร่แล้วเหรอครับ

ชายชรา: ปีนี้ก็ 74 แล้วล่ะ

ชายหนุ่ม: โห ผมนี่นับถือลุงจริงๆ เลยนะครับ อาุย 74 แล้วแต่ก็ยังมาเรียนแพทย์ กว่าลุงจะเรียนจบก็ขึ้นเลขแปดพอดีเลย

ชายชรายิ้มแล้วตอบว่า

“จะเรียนแพทย์หรือไม่เรียน อีก 6 ปีผมก็ต้องอายุ 80 ปีอยู่ดี สู้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักไม่ดีกว่ารึพ่อหนุ่ม?”

—–

ขอบคุณเรื่องเล่าจาก Quora

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ Archives

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings