นิทานในครัว

20151030_KitchenTale

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันครับ

กาลครั้งหนึ่ง ลูกสาวบ่นกับพ่อว่าชีวิตของเธอนั้นย่ำแย่เหลือเกิน มีแต่ปัญหาถาโถม พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกตลอดเวลา จนเธอไม่มั่นใจเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีได้รึเปล่า

พ่อของเธอจึงพาลูกสาวเข้าไปในครัว หยิบหม้อสามใบมาเติมน้ำแล้วตั้งไว้บนเตาจนน้ำเดือด จากนั้นจึงหย่อนมันฝรั่่งลงไปในหม้อใบแรก หย่อนไข่ไก่ลงไปในหม้อใบที่สอง และเมล็ดกาแฟลงไปในหม้อใบสุดท้าย

จากนั้นพ่อก็นั่งรอโดยไม่พูดไม่จา ลูกสาวบ่นกระปอดกระแปดไม่เข้าใจว่าพ่อทำอะไร

ผ่านไป 20 นาที คุณพ่อปิดเตา ตักมันต้มออกมาใส่ชาม ตักไข่มาใส่อีกชามหนึ่ง และใช้จวักตักกาแฟออกมารินใส่แก้ว

“ลูกเห็นอะไรบ้าง”

“มันต้ม ไข่ต้ม แล้วก็กาแฟไงพ่อ ไม่เห็นต้องถาม”

“ลองดูให้ละเอียดขึ้นสิ ลองจับมันต้มดู”

ลูกสาวจึงลองจับมันต้มแล้วพบว่ามันนิ่มๆ จากนั้นก็เอาไข่ต้มมาปอกเปลือกและเห็นว่าไข่ขาวแข็งตัวแล้ว จากนั้นก็จิบกาแฟที่พ่อรินไว้ให้

“พ่อต้องการจะบอกอะไรหนูเหรอ?”

“ของทั้งสามอย่างนี้เจอน้ำร้อนเหมือนกันหมด แต่เห็นไหมว่าแต่ละอย่างตอบสนองไม่เหมือนกันเลย หัวมันที่ตอนแรกแข็งเป๊ก มาตอนนี้นุ่มและเปราะบาง ไข่ไก่ที่เคยเป็นของเหลวและแตกง่าย ตอนนี้กลายเป็นไข่สุกที่มีเนื้อแข็ง ส่วนเมล็ดกาแฟนี่พิเศษกว่าใครเพื่อน เพราะมันเปลี่ยนน้ำให้เป็นกาแฟ”

“แล้วลูกล่ะเป็นอะไร” คุณพ่อถาม “เมื่อเจอน้ำร้อนที่ชื่อว่าความลำบาก ลูกจะรับมือกับมันยังไง? ลูกจะเป็นมันฝรั่ง ไข่ไก่ หรือเมล็ดกาแฟ?”

ลูกสาวไม่พูดอะไร ได้แต่ส่งยิ้มให้พ่อ

——

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Aditya Basu’s answer to What are some inspirational short stories?

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก

20151023_MostBeautifulWoman

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เด็กน้อยเห็นแม่ร้องไห้ จึงเอ่ยว่า

“แม่ครับ แม่เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเป็นอันดับสองของโลกเลยนะครับ”

“แล้วใครสวยที่สุดในโลกล่ะลูก?”

“ที่หนึ่งก็คือแม่เหมือนกันครับ แต่เป็นตอนที่แม่ยิ้มครับ”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: What is the most beautiful short story?

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานก้อนกรวด

20151009_pebble

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เป็นนิทานฝรั่งที่มีมานานแล้วแค่ google คำว่า ก้อนกรวด สีดำ สีขาว ลูกสาว ก็จะเจอนิทานเรื่องนี้ที่แปลเป็นภาษาไทยแชร์อยู่ในหลายเว็บไซต์

น่าแปลกที่เกือบทุกเว็บไซต์ไม่มีที่ไหนบอกแหล่งที่มาที่ชัดเจนเลย

แต่ผมคิดว่า ต้นฉบับของนิทานเวอร์ชั่นนี้น่าจะมาจากเว็บของคุณวินทร์ เลียววาริณ นักเขียนอีกที่ผมชื่นชมมากๆ  คุณวินทร์โพสต์เรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อ 11 ปีที่แล้ว เก่าแก่กว่าใครเพื่อน

ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเห็นคนไทยที่ทำเว็บให้เครดิตกับ “คนต้นเรื่อง” มากกว่านี้

อ๊ะ เผลอบ่นเป็นคนแก่ไปเสียได้ มาฟังนิทานกันดีกว่านะครับ

—–

เศรษฐีคนหนึ่งชอบใจลูกสาวชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง เขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา เป็นสวนกรวดกว้างใหญ่ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว

เศรษฐีบอกชาวนาว่า “ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้า จะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้”

ชาวนาไม่ตกลง

เศรษฐีบอกว่า “ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อนขึ้นมาจากสวนกรวดใส่ในถุงผ้านี้ ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว ให้ลูกสาวของท่านหยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย”

ชาวนาตกลง

เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อนใส่ในถุงผ้า หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่ากรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ

เธอจะทำอย่างไร?

หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกง หากเธอเปิดโปงความจริง เศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอก็ยังคงเป็นหนี้เศรษฐีต่อไปอีกนาน

—–

ลูกสาวชาวนาเอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน พลันเธอปล่อยกรวดในมือร่วงลงสู่พื้น กลืนหายไปในสีดำและขาวของสวนกรวด

เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า “ขออภัยที่ข้าพลั้งเผลอปล่อยหินร่วงหล่น แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสีขาวกับสีดำอย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้ ดังนั้นเมื่อเราเปิดถุงออกดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่ากรวดที่ข้าหยิบไปเมื่อครู่เป็นสีอะไร”

ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ

“…ดังนั้นกรวดก้อนที่ข้าทำตกย่อมเป็นสีขาว”

ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้ และลูกสาวไม่ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น

—–

ขอบคุณนิทานจาก Winbookclub.com

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานหอมแก้ม

20151002_GoodbyeKissTale

วันนี้วันศุกร์ มีนิทานมาเล่าให้ฟังเช่นเคยครับ

เป็นนิทานจาก Quora อีกครั้ง นำเสนอโดยคุณ Dipti Singh

แต่คราวนี้ผมเจอข้อจำกัดในการแปลบางประการทำให้การขมวดเรื่องไม่สามารถทำเหมือนต้นฉบับได้ ดังนั้นจึงเขาเอาเรื่องเล่าภาคภาษาอังกฤษมาแปะไว้ด้วย เผื่อใครที่ภาษาอังกฤษแข็งแรงพอตัวจะได้อ่านได้อรรถรสกว่า ข้ามส่วนที่แปลเป็นไทยไปได้เลยครับ

—-

”Getting late for a meeting, need to run’, he said, as he slung his coat over the shoulder, and bounded out of the house.

As he drove away, she came running down the stairs two at a time. ‘Wait, wait’, she said, but he had already left.

Her mouth crumpled like used wrapping paper. ‘He forgot to give me a goodbye kiss’, she whispered in a voice that trembled under the weight of her hurt.

She called him, ‘you left without giving me a kiss’, she said accusingly. ‘I am sorry sweetheart’, he said, his voice contrite. ‘It is okay’, she said, trying to be all grown up as she cut the call.

She gulped down her breakfast morosely, wore her shoes, picked up her school bag and started to walk out of the door, her shoulders slumped.

As she climbed down the steps, the car glided to a stop outside the house. He got out of the car. She ran to him, her whole face lit up like a Christmas tree.

‘I am sorry I forgot’, he said, as he picked her up and hugged her. She said nothing. Her jaw ached from smiling.

Fifteen years later, no one would remember he was late for a meeting, but a little girl would never ever forget that her father drove all the way back home just to kiss her goodbye!

—–
เวอร์ชั่นภาษาไทย

“สายแล้ว เก้าโมงมีประชุม ไปล่ะนะ” เขากล่าว ก่อนจะคว้าเสื้อสูทและกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากบ้านไป

ขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกไป เธอรีบวิ่งลงบันไดแล้วตะโกนว่า “รอก่อนค่ะ!” แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว

สีหน้าเธอผิดหวังเหลือเกิน “วันนี้ เค้าลืมหอมแก้ม” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ

เธอกดโทรศัพท์หาเขา

“วันนี้พ่อลืมหอมแก้มหนูก่อนออกจากบ้าน” เธอตัดพ้อ

“พ่อขอโทษจริงๆ ลูกรัก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เธอพยายามจะไม่งอแง ก่อนจะวางหูไป

เธอทานข้าวด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ใส่รองเท้า หยิบกระเป๋านักเรียน และเตรียมตัวออกจากบ้าน

ขณะที่เธอเดินลงบันไดมานั้น ก็ได้ยินเสียงรถจอดหน้าบ้าน เธอเห็นคุณพ่อลงมาจากรถ หนูน้อยรีบปรี่เข้าไปหาคุณพ่อ หน้าเธอบานอย่างกับกระด้ง

“พ่อขอโทษจริงๆ ที่ลืมนะคะ” ว่าแล้วก็อุ้มเธอขึ้นมากอด เด็กน้อยไม่พูดอะไร เพราะมัวแต่ยิ้มไม่หุบ

อีกสิบห้าปี ไม่มีใครจำได้หรอกว่าวันนั้นเขาเข้าประชุมสาย

แต่เด็กน้อยคนหนึ่งจะไม่มีวันลืม ว่าครั้งหนึ่งพ่อของเธอเคยวนรถกลับมาที่บ้านเพียงเพื่อจะหอมแก้มเธอก่อนไปทำงาน!

—–

ขอบคุณเรื่องเล่าจาก Quora: Stories: What is the most beautiful short story? 

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานเด็กโข่ง

2015090911_StrangeBoy

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันครับ

ขณะนั่งรถไฟ เด็กชายวัย 24 ปีมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วตะโกนด้วยความตื่นเต้นว่า

“พ่อครับพ่อ ดูนี่สิ ต้นไม้วิ่งถอยหลัง!!!”

พ่อยิ้มให้ลูก แต่คู่สามี-ภรรยาที่นั่งเก้าอี้ตรงข้ามมองเด็กชายคนนั้นด้วยความฉงนปนสมเพช

เด็กวัย 24 ร้องตะโกนขึ้นอีกครั้ง

“พ่อๆ ดูสิ เมฆวิ่งไปพร้อมเราเลยเนอะ”

คู่สามีภรรยาไม่อาจทนได้อีกต่อไป

“ทำไมคุณไม่พาลูกไปหาหมอล่ะ”

“พาไปแล้วครับ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อเช้านี้ ลูกชายผมเขาตาบอดแต่กำเนิด วันนี้เป็นวันแรกที่เขามองเห็นครับ”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: What are some transformative short stories? 

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่