นิทานจานบิ่น

20160908_plate

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

(ขอขอบคุณคุณขจรศักดิ์ที่ช่วยแปลจากต้นฉบับภาษาจีนครับ)

ครอบครัวเรามีพี่น้องสี่คน เราเป็นคนที่สาม พวกเราพี่น้องรักกันมาก เพราะพ่อแม่ปลูกฝังให้พวกกันรู้รักสามัคคีตั้งแต่เล็ก เราไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวย แต่คุณพ่อก็พยายามทำงานหนักเพื่อครอบครัว

คุณแม่ดูแลทุกอย่างในบ้านอย่างมีระเบียบให้น่าอยู่ ฝีมือทำอาหารนี่เกินคำบรรยาย แม้พวกเราไม่เคยมีโอกาสไปชิมอาหารตามภัตตาคารหรู แต่เชื่อมั่นว่าฝีมือคุณแม่ไม่มีแพ้พวกเขา

บ้านเราไม่ได้มีข้าวของเครื่องใช้ที่แพงนักหนา จะดีหน่อยก็จะเป็นชุดจานชามชุดใหญ่ที่เราใช้กันทุกมื้อ นั่นเพราะคุณแม่ต้องการให้พวกเราฝึกและคุ้นเคยกับมารยาทบนโต๊ะอาหาร จานชามชุดนี้แหละที่น่าจะหรูสุดในบ้านแล้ว

วันหนึ่งตอนที่คุณแม่กำลังเสริฟมันฝรั่งต้มใส่จาน เรายกจานเร็วไปหน่อยจนจานไปกระทบจานของพี่สาว ทำให้จานเราบิ่นไปเล็กน้อย เราใจเสียขึ้นมาทันที เพราะจานชามชุดนี้เราต้องใช้ร่วมกันหกคนทุกครั้ง แต่คุณแม่ก็ไม่ได้ดุว่าตำหนิเรา เพียงบอกว่าบิ่นนิดนึงยังใช้การได้ แต่เตือนเราว่าวันหลังให้ระวัง

หลังจากนั้น พอทุกครั้งที่ใครได้รับจานใบนี้ ก็จะบ่นเป็นเชิงหยอกล้อว่าวันนี้โชคร้ายจัง เราไม่สบายใจ มันเหมือนตอกย้ำความสะเพร่าของเราครั้งแล้วครั้งเล่า

วันนี้น้องเราก็ได้จานใบนี้ แกเบ้ปากทำท่าจะเริ่มบ่น อยู่ๆ คุณพ่อก็ประกาศว่า จากนี้ไปถ้าใครได้รับจานบิ่นใบนี้ ทุกคนต้องไปหอมแก้มเขา ว่าแล้วคุณพ่อก็เข้าไปหอมแก้มน้องเป็นคนแรก แล้วทุกคนก็ทำตาม น้องยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้รับความรักมากมายขนาดนี้

หลังจากวันนั้น ใครได้จานใบนั้นกลายเป็นสิ่งที่มีความสุข และถ้าวันไหนใครแบกความทุกข์เข้าบ้าน พวกเราก็จะจงใจวางจานใบนั้นข้างหน้าเขา แล้วทุกคนก็จะไปรุมหอมเขาพร้อมรอยยิ้ม ความทุกข์ความเศร้าหมองทั้งหลายก็แทบจะมลายหายไปในชั่วพริบตา

จานชามชุดนั้นสุดท้ายก็ต้องโละทิ้งตามสภาพและกาลเวลา ฐานะบ้านเราค่อยๆดีขึ้น เดี๋ยวนี้บ้านเรามีจานชามมากกว่าหนึ่งชุดแล้ว แต่เรามักจะระลึกถึงบรรยากาศของการโอบกอดหอมแก้มกันอยู่เสมอ

หลายปีผ่านไป วันหนึ่งเราไปทานข้าวที่ภัตตาคารพร้อมกัน ตอนบริกรเอาจานมาเสริฟ พวกเราสังเกตุเห็นว่า จานตรงข้างหน้าคุณพ่อมีรอยบิ่นเล็กๆ แทนที่เราจะเรียกให้บริกรเปลี่ยนจาน แต่เปล่า พวกเราทุกคนลุกขึ้นแล้วเดินไปหอมแก้มและโอบกอดคุณพ่ออย่างมีความสุข


รอยบิ่นแท้จริงแล้วคือจุดบกพร่อง แต่มันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขของเรา ทุกวันนี้แม้เราจะเจอสิ่งเลวร้ายขนาดไหน แต่เราก็สามารถเอาอีกมุมมองหนึ่งมาสยบความรู้สึกที่ไม่ดีออกไป

ขอบคุณคุณพ่อมากๆ ที่สอนให้เรารู้จักวิธีการมองต่างมุม เพื่อค้นหาความหมายใหม่ๆที่มีคุณค่ามากยิ่งๆขึ้น

ทุกสิ่งล้วนมีสองมุมมอง จะมองในแง่บวกหรือแง่ลบก็อยู่ที่ใจเรา หากมัวแต่มองด้านลบ เราคงสลัดปัญหาและความเศร้าหมองไม่พ้น แต่ถ้าฉลาดพอที่จะมองในแง่บวก ปัญหาต่างๆน่าจะกลายเป็นเรื่องง่ายที่จะแก้ไข

เป็นเพราะคุณพ่อสอนให้เรารู้จักความหมายที่มีคุณค่าจากเหตุการณ์จานใบนั้น ยิ่งทำให้ครอบครัวเราเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความสุขทุกคืนวัน


หมายเหตุ นิทานเรื่องนี้ผมได้รับฟอร์วอร์ดมาจากพี่สาวแฟน ลงท้ายเครดิตว่า “ขจรศักดิ์ แปลและเรียบเรียง 3/9/16” ผมพยายามหาในเว็บแล้วก็ไม่เจอว่าคุณขจรศักดิ์มีเว็บหรือเพจของตัวเอง จึงขอเดาว่าคุณขจรศักดิ์น่าจะแปลเรื่องราวจากไลน์ภาษาจีนอันนี้  ที่โพสต์เรื่องเดียวกันไว้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมครับ

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานร้านเพชร

20160901_diamond

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

สามีภรรยาคู่หนึ่งไปเดินช็อปปิ้งก่อนวันคริสต์มาส

ขณะที่ภรรยาเดินเลือกเสื้อผ้าอยู่นั้น สามีก็ขอตัวไปเดินเล่นที่อื่นและบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมา

แต่แม้ว่าภรรยาจะซื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้ว สามีก็ยังไม่มาซะที ภรรยาเลยโทร.หาสามี

“คุณอยู่ไหนคะเนี่ย”

“คุณจำร้านเครื่องเพชรที่เราเคยเข้าไปดูเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้มั้ย? คุณชอบสร้อยคอเส้นหนึ่งมาก แต่ตอนนั้นผมยังไม่มีเงินพอ และผมบอกกับคุณว่า วันหนึ่งผมจะซื้อสร้อยเส้นนั้นให้คุณแน่ๆ”

ภรรยาน้ำตาเอ่อล้นจนไหลรินอาบแก้ม “จำได้ค่ะ ฉันจำร้านนั้นได้แม่นเลยล่ะ”

“ผมกำลังจิบเบียร์อยู่ในบาร์ติดกับร้านนั้นเลย”


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Tanmay Ghosh’s answer to What are some great short stories with a twist ending?

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

นิทานงานศพ

20160825_funeral

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

(วันนี้อาจจะขำแบบดาร์คๆ นิดนึง อย่าถือสานะครับ)

ขณะที่กำลังเดินออกจากร้านกาแฟในมิลาน ฟาบิโอ้ก็มองเห็นขบวนงานศพที่แสนจะแปลกตา

ในขบวนนั้นมีโลงศพอยู่ถึงสองโลง

คนที่เดินอยู่หลังโลงศพเป็นชายวัยกลางคนที่กำลังเดินจูงหมาสีดำตัวโต

และด้านหลังชายคนนั้น ยังมีผู้ชายอีกราว 200 คนเดินตามมาเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง

ฟาบิโอ้ไม่อาจจะเก็บความสงสัยไว้ได้ จึงเข้าไปถามผู้ชายที่จูงหมา

“ขอโทษที่รบกวนนะครับ แต่ผมไม่เคยเห็นขบวนศพยาวขนาดนี้มาก่อนเลย นี่เป็นงานของใครเหรอครับ?”

“งานศพเมียผมเอง”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ ครับ เกิดอะไรขึ้นกับเธอเหรอครับ?”

“หมาผมขย้ำเธอจนตาย”

“แล้วโลงศพที่สองล่ะ?”

“แม่ยายผมเขาพยายามจะเข้าไปช่วยก็เลยโดนลูกหลง”

ฟาบิโอ้นิ่งเงียบอยู่ราวสามวินาที ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ผมขอยืมหมาได้มั้ย?”

“ไปต่อแถวสิ”


ขอบคุณนิทานจาก Daily Jokes

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

นิทานหนีหมี

20160818_bear

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

แดนกับเจอรี่ไปเดินป่าด้วยกัน แต่เคราะห์ร้ายที่จู่ๆ ก็เจอหมีตัวใหญ่โผล่มาจากพุ่มไม้และวิ่งปราดเข้ามาหา

แดนกับเจอรี่รีบวิ่งแจ้น ซักพักนึงแดนก็วิ่งไปถอดรองเท้าไป

เจอรี่: มึงทำอะไรอ่ะ?

แดน: ถอดรองเท้าไง จะได้วิ่งเร็วขึ้น

เจอรี่: ยังไงพวกเราก็วิ่งเร็วกว่าหมีไม่ได้อยู่แล้วนี่?

แดน: กูไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วกว่าหมี แค่วิ่งเร็วกว่ามึงก็พอ!


ขอบคุณนิทานจาก Comedy Central Jokes

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

นิทานเด็กหลง

20160812_lostchild

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

น้องกะทิ เด็กหญิงวัยห้าขวบ พลัดหลงกับพ่อในห้างดังกลางกรุง

ระหว่างที่พ่อกำลังเดินหากะทิอยู่ ก็ได้ยินเสียงตามสายประกาศว่า

“คุณสมชาย สวัสดิภักดิ์ กรุณามาพบภรรยาที่แผนกประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ”

คุณพ่อของกะทิก็งงว่าทำไมภรรยาถึงมารออยู่ที่ห้างได้ จึงเดินไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ แล้วก็พบว่า น้องกะทินั่งรออยู่ที่นั่น แต่ไร้เงาภรรยาของเขา

พ่อเดินเข้าไปหา อุ้มลูกเข้ามากอดแล้วถามว่า

“ทำไมหนูถึงบอกว่าแม่มารอพ่อล่ะคะ?”

“ถ้าประกาศว่ามีเด็กหลงทางและนั่งรอพ่ออยู่ หนูกลัวว่าจะมีใครแอบอ้างเป็นพ่อแล้วมาเอาตัวหนูไปค่ะ”


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Ben Zhang’s answer to What did someone do that made you think they were really smart

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com