นิทานตู้ปลา

20161412_fish

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เป็นนิทานที่ผมอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันพุธที่ 14 ธ.ค.ในคอลัมน์กิเลนประลองเชิงครับ


เทศนาของพระอาจารย์พรหม เรื่องอิสรภาพของปลาในตู้ (ชวนม่วนชื่น ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า พิมพ์ครั้งที่ 1 ส.ค.2549)

พระไทยผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสองรูป รับนิมนต์ไปฉันอาหารที่บ้านโยมอุปัฏฐาก ระหว่างนั่งรอในห้องรับแขก ท่านเห็นตู้ปลาใหญ่ มีปลามากมายแหวกว่าย

พระอาวุโสน้อยบ่นว่า การเอาปลามาเลี้ยงในตู้ ขัดหลักความกรุณาในพระพุทธศาสนา ปลาพวกนี้มีความผิดอะไร จึงไปเอาพวกมันมาขังคุก

“มันควรจะแหวกว่าย ไปไหนมาไหนในแม่ทะเลสาบในแม่น้ำได้ตามพอใจ”

พระรูปที่สองอาวุโสสูงกว่า เห็นตรงข้าม ท่านบอกว่าการที่มันอยู่ในตู้ปลาที่ดูเหมือนว่าขาดอิสระนั้น แต่ที่จริงแล้วปลาในตู้มีอิสระจากภยันตรายนานาประการ

ท่าทีพระอาวุโสน้อยไม่เข้าใจ ยังไม่ถึงเวลาฉันอาหาร พระอาวุโสสูงค่อยๆวิสัชนา

ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ เวลามันเห็นหนอนตัวอวบหรือแมลงตัวอ้วน มันจะแน่ใจไม่ได้เลยว่า ทันทีที่มันงับ…มันจะถูกกระตุกวับหายขึ้นไปข้างบน อำลาเพื่อนปลาไปตลอดกาล

ปลาในแหล่งน้ำเรียนรู้การเอาตัวรอด เวลาพวกมันหิวจะกินอาหารแต่ละมื้อ ก็ต้องคิดหนัก

รอดจากเป็นเหยื่อคน ปลาแหล่งน้ำยังต้องกังวลจะโดนปลาใหญ่ไล่กิน

ในวัฏจักรธรรมชาติ บางครั้งปลาก็ไม่สามารถหาอาหารได้ เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน อุณหภูมิน้ำเปลี่ยน หนาวมากในฤดูหนาว จนน้ำเป็นน้ำแข็ง มันอาจตายในน้ำแข็ง

ในฤดูร้อน น้ำอาจจะอุ่นเกินไป หรือไม่น้ำก็แห้งขอดไปเลย

ปลาในธรรมชาติ เมื่อป่วยไม่มีใครดูแลรักษา

ยกอันตรายมากมายประการของปลาในทะเลสาบในแม่น้ำแล้ว พระอาวุโสสูงก็วิสัชนาถึงข้อดีนานาของปลาในตู้

สิ่งแรก ไม่เคยมีชาวประมงคนไหนหย่อนสายเบ็ดตกปลาในตู้ ปลาในตู้เป็นอิสระจากการไล่ล่าของชาวประมง

ปลาในตู้มีอาหารดี บริการดียิ่งกว่าพิซซ่าที่ส่งถึงบ้าน โดยไม่ต้องจ่ายสตางค์สักแดงเดียว

ไม่ต้องเป็นโรคเครียดจากการหาเหยื่อที่กินแล้วปลอดภัย ไม่ต้องกังวลจากการถูกปลาด้วยกัน คือปลาใหญ่ไล่กิน

เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน ปลาในตู้ก็ไม่หนาวไม่ร้อน เพราะอุณหภูมิน้ำในตู้ถูกปรับให้พอดีคงที่

เมื่อป่วยก็มีหมอจากคลินิกมารักษา ทุกตัวมียารักษาโรค

พระอาวุโสสูงสรุปข้อดีของปลาในตู้ ที่ดูจะไม่มีอิสระที่จะทำตามความอยาก ว่ายไปโน่นไปนี่ตามใจไม่ได้…แต่มันก็จะเป็นอิสระจากภยันตราย และความทุกข์นานาประการ

“ปลาในตู้ เหมือนมนุษย์ผู้ทรงศีล” พระอาวุโสสูงเปรียบเทียบ

“จริงอยู่ ท่านไม่มีอิสระที่จะทำตามอยาก หลงระเริงไปทางโน้นทางนี้ แต่ท่านก็จะเป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งปวง”

จบบทสนทนาพระสอนกันเอง ก่อนเวลาฉันอาหาร…พระอาจารย์พรหม ทิ้งท้ายด้วยคำถาม

“แล้วโยมเล่า อยากได้ความอิสระแบบไหน”


ขอบคุณนิทานจากคอลัมน์กิเลน ประลองเชิง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันพุธที่ 14 ธ.ค.59 

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นิทานต้นไม้ไร้ประโยชน์

20161202_tree

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เล่าจื๊อเดินผ่านป่าแห่งหนึ่งแล้วเห็นว่าต้นไม้ในป่ากำลังถูกตัดโดยช่างไม้นับร้อยคน

แล้วเล่าจื๊อก็เดินมาพบต้นไม้ที่ใหญ่มากๆ ต้นหนึ่ง ใหญ่เสียจนสามารถเอาเกวียนนับร้อยเล่มมาจอดใต้ต้นไม้ได้ เล่าจื๊อจึงส่งลูกศิษย์ไปถามช่างไม้ว่าทำไมต้นไม้ต้นนี้ถึงไม่โดนตัด

“ต้นไม้ต้นนี้ไม่มีประโยชน์เลย เอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ได้ เอาไปใช้เป็นฟืนก็ไม่ได้เพราะพอเผาแล้วควันเยอะเกินไป เราเลยไม่รู้จะตัดมันไปทำไม”

เล่าจื๊อจึงบอกกับศิษย์ว่า “จงเรียนรู้จากไม้ใหญ่ต้นนี้ จงทำตัวไร้ประโยชน์เพื่อไม่ให้คนอื่นมาตัดเจ้า”

เล่าจื๊อกล่าวต่อ “ดูไปรอบๆ สิ ต้นไม้ที่มีประโยชน์ทั้งหลายโดนตัดไปหมดแล้ว ต้นไม้บางต้นก็มีลำต้นตั้งตรง มันจึงโดนตัด คงเป็นต้นไม้ที่ภาคภูมิใจจนตัวยืดตรง มันก็เลยโดนตัด แต่ไม้ใหญ่ต้นนี้ไม่มีส่วนใดที่ตรงเลย ไม่มีความถือดีเลย มันเลยยังอยู่”

คำว่า “ไร้ประโยชน์” ในความหมายของเล่าจื๊อก็คือ อย่าทำตัวให้กลายเป็นสินค้า เพราะเมื่อเรากลายเป็นสินค้าเมื่อไหร่ เราจะถูกซื้อและถูกขายในตลาด และเมื่อนั้นเราจะกลายเป็นทาส

อย่ากลายเป็นเพียงทรัพยากร จงรักษาตัวให้เป็นการสร้างสรรค์ของพระเจ้า

เมื่อนั้นจะไม่มีใครมาใช้ประโยชน์เราได้ เราจะมีชีวิตที่ดีงาม เป็นตัวของตัวเอง มีอิสระและมีความสุข


ขอบคุณนิทานจาก Osho Stories: Tree that survived the carpenters

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

นิทานสอนไม่จำ

20161123_teach

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เด็กชายคนหนึ่งถูกจับได้ว่าขโมยของในร้านสะดวกซื้อ

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียด้วย

เมื่อพ่อมารับตัวลูกที่โรงพัก ตำรวจจึงตำหนิว่า

“ลูกของคุณถูกจับข้อหาลักขโมยหลายครั้งแล้วนะครับ บ่อยเสียจนผมเบื่อที่จะมานั่งเขียนรายงานแล้ว”

“ผมเข้าใจครับคุณตำรวจ ผมก็เบื่อที่ต้องมานั่งประกันตัวลูกเหมือนกัน”

“แล้วทำไมคุณไม่สอนวิธีที่ถูกต้องให้ลูกล่ะครับ”

“ผมสอนหลายทีแล้วครับ แต่ลูกคนนี้สอนไม่จำจริงๆ  ถูกจับได้ตลอดเลย”

วิธีที่ถูกต้อง (the right way) ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน พ่อของเด็กคนนี้เป็นขโมย ดังนัั้นวิธีที่ถูกต้องของเขาก็คือขโมยโดยไม่ให้โดนจับได้นั่นเอง


ขอบคุณนิทานจาก Osho Stories: Teachings of a Father

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นิทานนักท่องเที่ยว

20161117_tourist

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ฝรั่งอเมริกันคนหนึ่งมาเที่ยวที่อินเดีย จึงถือโอกาสนี้แวะไปคารวะปราชญ์คนหนึ่งที่เขาติดตามผลงานมานาน

สิ่งแรกที่ฝรั่งสังเกตเมื่อเดินเข้าไปในบ้านของปราชญ์ก็คือ นอกจากเป้เล็กๆ หนึ่งใบแล้ว ในบ้านหลังนั้นไม่มีอะไรเลย

“เฟอร์นิเจอร์ของท่านหายไปไหนหมดเหรอครับ”?

ปราชญ์ยิ้ม ถามกลับว่า “แล้วเฟอร์นิเจอร์ของท่านหายไปไหนล่ะ?”

“ผมเป็นนักท่องเที่ยว ไม่สามารถแบกเฟอร์นิเจอร์มาด้วยได้หรอก”

“ข้าก็แค่มาเที่ยวเหมือนกัน” ปราชญ์ตอบ

เราทุกคนล้วนเป็นนักท่องเที่ยว โลกใบนี้ก็เปรียบเหมือนบ้านหลังหนึ่งที่เรามาพัก แต่ก็เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น


ขอบคุณนิทานจาก Osho Stories: I am a tourist here

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นิทานห่อผ้าแห่งความทุกข์

20161111_bundle

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หลายสิบปีที่ผ่านมาลุงทอมสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระเจ้าทุกคืน

“ข้าเชื่อว่าข้าคือคนที่ทุกข์ที่สุดในโลกแล้ว ทำไมพระองค์ถึงต้องเลือกข้าให้มาเป็นคนที่ต้องทนทุกข์ขนาดนี้ด้วย? ข้าพร้อมที่จะแลกความทุกข์ของข้ากับใครก็ได้ ข้าไม่ร้องขอความสุขใดๆ ขอแค่ให้ข้าได้แลกก้อนความทุกข์ของข้านี้กับคนอื่นด้วยเถิด คงไม่ยากเกินไปสำหรับท่านหรอกใช่ไหม?!”

แล้วคืนหนึ่ง ขณะที่ลุงทอมหลับอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงของพระเจ้าในฝัน

“นำความทุกข์ของเจ้าออกมากอง เอาผ้าผืนใหญ่ห่อความทุกข์นั้นไว้ แล้วถือห่อผ้านั้นมาที่โบสถ์ของหมู่บ้าน”

ลุงทอมดีใจมาก นำความทุกข์มาห่อใส่ผ้า แล้วรุดไปที่โบสถ์

เมื่อเดินเข้าไปใกล้โบสถ์ ลุงทอมก็เห็นผู้คนคลาคล่ำ ลุงทอมรู้สึกหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง เพราะแต่ละคนนั้นถือห่อผ้า และเหมือนว่าห่อผ้านั้นจะใหญ่กว่าของลุงทอมซะอีก ไม่ว่าจะเป็นเจอรี่ที่เป็นส.ส. จิมที่เป็นเจ้าของร้านอาหาร คริสติน่าที่เคยได้เป็นนางงาม คนที่ลุงทอมเคยเห็นว่ามีรอยยิ้มเปื้อนหน้า ใส่เสื้อผ้าสวยๆ ขับรถคันหรู ล้วนแล้วแต่มีห่อผ้าห่อใหญ่ทั้งนั้น

ลุงทอมชักไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะเข้าไปที่โบสถ์ดีมั้ย แต่ในเมื่อคิดได้ว่าเขาอ้อนวอนขอพรนี้มาทั้งชีวิต เลยตัดสินใจว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองดูซักตั้งแล้วกัน

เมื่อทุกคนเข้าไปถึงในตัวโบสถ์แล้ว ก็มีพระสุรเสียงก้องกังวานเอ่ยว่า

“จงวางห่อผ้าของเจ้าไว้รอบๆ โบสถ์นี้”

เมื่อทุกคนวางห่อผ้าของตัวเองแล้ว พระเจ้าก็ประกาศอีกครั้ง

“เอาล่ะ เจ้าจงไปหยิบห่อผ้าของใครก็ได้”

แล้วเรื่องมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ทุกคนรีบวิ่งรี่เข้าไปหยิบห่อผ้าของตัวเอง แม้กระทั่งลุงทอมก็วิ่งสุดชีวิตไปที่ห่อผ้าของเขา

ทุกคนได้ห่อผ้าของตัวเองกลับมาด้วยความรู้สึกโล่งอก แต่ละคนถือห่อผ้าแห่งความทุกข์กลับบ้านด้วยความสุขใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งลุงทอม เพราะเขาก็คิดได้ว่า

“ใครจะไปรู้ว่าห่อผ้าของคนอื่นมีอะไรอยู่บ้าง? อย่างน้อยข้าก็รู้ว่าในห่อของข้ามีอะไร และข้าก็เริ่มชินกับความทุกข์แบบนี้แล้ว”


ขอบคุณนิทานจาก Osho Stories: Bundle of Misery

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia: Furoshiki

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่