นิทานพระเงียบ

20170929_silentmonks

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พระใหม่ 4 รูปตกลงกันว่าจะนั่งสมาธิโดยไม่พูดคุยกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์

คืนวันแรก เทียนเล่มเดียวถูกลมพัดจนดับไป

พระรูปแรกเอ่ย “แย่แล้ว เทียนดับ!”

พระรูปที่สองเอ่ย “ไหนว่าจะไม่คุยกันไง?”

พระรูปที่สามเอ่ย “ทำไมคุณสองคนต้องทำลายความเงียบด้วยเนี่ย?”

พระรูปที่สี่เอ่ย “ไม่ไหวๆ ผมเป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่ได้พูด”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Zen Stories: Sounds of Silence

นิทานพารา

20170914_para

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เช้าวันหนึ่ง

ประชาตื่นมา โทร.ไปลางาน กินพาราสองเม็ด แล้วนอนต่อ

วิมลตื่นมา กินพาราอีกสองเม็ด แล้วเดินเข้าครัว

ทั้งสองมีไข้ หนึ่งในนั้นเป็นแม่คน

[จบบริบูรณ์]

นิทานแมวศักดิ์สิทธิ์

20170914_holycat

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เรื่องราวเริ่มต้นในค่ำคืนหนึ่ง ณ วัดประจำเมืองในนครเอโดะ

ขณะที่เจ้าอาวาสและลูกศิษย์กำลังทำวัตรเย็น ปรากฎว่าแมวที่วัดเลี้ยงเอาไว้เดินเข้ามาป้วนเปี้ยนเพ่นพ่านรบกวนการสวดมนต์ภาวนาของพระหลายรูป

วันถัดมา เจ้าอาวาสจึงสั่งให้ลูกศิษย์นำแมวตัวนั้นไปผูกไว้กับเสาตรงระเบียงทุกครั้งที่มีการทำวัตรเย็น

หลายปีผ่านไป เมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพ แมวตัวนั้นก็ยังถูกผูกไว้ที่เสาต้นเดิมเวลามีการทำวัตรเย็น

10 ปีผ่านไป แมวตัวนั้นก็ได้ตายลง ลูกศิษย์จึงหาแมวตัวใหม่มาผูกไว้ที่เสาต้นนั้น

100 ปีผ่านไป วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเรื่อง “แมวประจำพิธี” ที่จะถูกผูกไว้ที่เสาต้นนั้นทุกครั้งที่ทำวัตรเย็น ชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศต่างแห่แหนมากราบไหว้และขอพรจากแมวตัวนี้โดยเชื่อว่าจะได้รับโชคลาภและสิริมงคลกลับบ้านไปทุกคน

—-

ขอบคุณนิทานจาก Katinka Hesselink.Net: Ritual Cat

นิทานต้นไม้ของฮ่องเต้

20170908_emperor_seeds

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีองค์ฮ่องเต้ที่กำลังชราภาพและไร้รัชทายาท ท่านจึงมีดำริเฟ้นหาเด็กซักคนเพื่อจะนำมาฟูมฟักและฝึกฝนเพื่อขึ้นครองแผ่นดินในกาลถัดไป

ฮ่องเต้จึงได้ออกประกาศให้ทุกครัวเรือนส่งเด็กที่มีศักยภาพที่สุดในบ้านมารวมตัวกันที่พระราชวัง

ในวันนั้น มีเด็กนับพันคนมาเข้าเฝ้าพร้อมกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มารอชมพระบารมี

ฮ่องเต้ปรากฎตัวขึ้นบนบัลลังก์และประกาศก้องว่า

“เราจะมอบเมล็ดพันธุ์ให้เจ้าคนละ 1 เมล็ด เจ้าจงนำมันไปปลูกและดูแลมันให้ดี 8 เดือนนับจากนี้ ใครปลูกต้นไม้ของเราได้งดงามที่สุดจะได้เป็นองค์รัชทายาท”

ด้วยความตื่นเต้น เด็กๆ ต่างเข้าแถวเพื่อรับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ที่มีขนาดและสีสันแตกต่างกันไป เด็กคนสุดท้ายในแถวเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ นามไจ่ไจ๋ เมื่อรับเมล็ดจากพระหัตถ์ของฮ่องเต้แล้ว ไจ่ไจ๋ก็กำเมล็ดไว้แน่นและวิ่งกลับบ้านเพื่อนำมันไปปลูกในกระถางทันที

หลายเดือนผ่านไป เด็กๆ ต่างรดน้ำพรวนดินและดูแลเมล็ดพันธุ์จากฮ่องเต้อย่างทะนุถนอม จากเมล็ดกลายเป็นต้นอ่อน และต้นอ่อนก็เริ่มแตกกิ่งก้านและออกใบ ต้นไม้บางต้นโตเร็วจนสูงกว่าเด็กที่เป็นคนปลูกมันเสียอีก

มีเพียงไจ่ไจ๋เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเมล็ดพันธุ์ก็ไม่แม้แต่จะแตกหน่อ ลองเปลี่ยนดินก็แล้ว ใส่ปุ๋ยครบทุกชนิดก็แล้ว แม้กระทั่งเอาน้ำนมรดไจ่ไจ๋ก็ทำมาแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นผลอยู่ดี

เมื่อครบ 8 เดือน ไจ่ไจ๋เป็นเด็กเพียงคนเดียวที่กลับไปที่วังด้วยกระถางอันว่างเปล่า

ฮ่องเต้เดินตรวจต้นไม้ทีละต้นจนเดินมาถึงกระถางของไจ่ไจ๋ที่มีเพียงดิน เด็กน้อยก้มหน้าและพูดเบาๆ ว่า “ผมปลูกต้นไม้ของท่านไม่ขึ้นครับ” ฮ่องเต้ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่ยิ้มน้อยๆ แล้วเดินตรวจไม้ต้นอื่นๆ ต่อไป

เมื่อตรวจครบทุกต้นแล้ว ฮ่องเต้ก็ประกาศด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า

“เรามีเรื่องจะสารภาพ เมล็ดที่เรามอบให้พวกเจ้านั้นล้วนแต่โดนเผาและนำไปตกแต่งให้ดูเหมือนเป็นเมล็ดพันธุ์ปกติ ความจริงแล้วไม่ควรมีเมล็ดไหนที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ได้เลย”

ในขณะที่เด็กทุกคนกำลังหน้าเหวอ ฮ่องเต้ก็หันไปส่งยิ้มให้ไจ่ไจ๋

“เพราะเจ้าเป็นคนเดียวที่ทำตามคำสั่งของข้าโดยสัตย์ซื่อ และไม่ได้ไปหาเมล็ดพันธุ์อื่นมาปลูกแทน เจ้าจึงเหมาะสมที่สุดที่จะได้สืบทอดราชบัลลังก์”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Natalie Subramanian’s answer to What are some examples of integrity? 

ขอบคุณคุณผู้อ่านที่อุดหนุนหนังสือเล่มแรกของผม “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” จนตอนนี้ติดอันดับ Bestseller ของซีเอ็ดครับ (https://goo.gl/e326HZ)  หากใครยังไม่ได้จับจอง ยังสามารถหาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ คิโนะคุนิยะ เอเชียบุุ๊คส์ บีทูเอส ศูนย์หนังสือจุฬา หรือสั่งตรงกับผมก็ได้ครับ  bit.ly/tgimannounce

นิทานไม่แน่หรอก

20170901_maybe

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อาแปะคนหนึ่งมีอาชีพเลี้ยงม้าขาย วันหนึ่งม้าฝีเท้าดีที่สุดของอาแปะได้หนีหายเข้าป่าไป เพื่อนบ้านต่างพากันมาแสดงความเห็นใจ

“โชคร้ายจริงๆ นะแปะ”

“ก็ไม่แน่หรอก” อาแปะตอบ

วันรุ่งขึ้นม้าตัวนั้นกลับมาพร้อมกับม้าป่าอีกสามตัว เพื่อนบ้านต่างมาแสดงความยินดี

“โชคดีจริงๆ นะแปะ”

“ก็ไม่แน่หรอก” อาแปะตอบ

เช้าวันถัดมา ลูกชายของอาแปะลองขึ้นไปขี่ม้าป่าตัวใหม่ ปรากฎว่าม้าพยศจนตกจากลงหลังม้า แถมยังโดนม้าเหยียบจนขาหักอีก เพื่อนบ้านต่างพากันมาเยี่ยมลูกชาย

“”โชคไม่ดีเลยนะแปะ”

“ก็ไม่แน่หรอก” อาแปะตอบ

วันถัดมา เกิดการประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน พระราชวังส่งเจ้าหน้าที่มาเกณฑ์ผู้ชายในหมู่บ้านทุกคนไปเป็นทหาร เหลือไว้แต่เพียงลูกชายของอาแปะเพราะขาหัก ชาวบ้านต่างบอกอาแปะด้วยความอิจฉา

“โชคดีจังเลยนะแปะ”

“ก็ไม่แน่หรอก”

—–

ขอบคุณนิทานจาก True Center Publishing: Maybe