นิทานลมแปดทิศ

20180119_eightwinds

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

“ซูตงพอ” เป็นอำมาตย์ใหญ่ และเป็นนักประพันธ์ชื่อดัง เขียนหนังสือไว้มากมายทั้งทางโลกและทางธรรม มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่ว

ซูตงพอ เป็นศิษย์ของพระอาจารย์เซนชื่อดังรูปหนึ่ง วันหนึ่งคิดจะแสดงว่าตนปฏิบัติถึงขั้นล้ำลึกแล้ว จึงแต่งโศลกนี้ขึ้นมา

ค้อมหัวคำนับฟ้าเหนือฟ้า
แสงเจิดจ้าสาดส่องเหล่าเวไนย
ลมแปดทิศโหมมาไม่หวั่นไหว
นั่งนิ่งในดอกบัวสีม่วงทอง

เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ให้คนรับใช้นำไปให้พระอาจารย์

พระอาจารย์อ่านจบ ก็เขียนใส่ด้านหลังโศลกว่า “ผายลม” (เป็นศัพท์แสลง แปลว่า เพ้อเจ้อ ไร้สาระ)

เมื่อซูตงพอได้อ่านคำของอาจารย์ ก็บันดาลโทสะยิ่งนัก นั่งเรือข้ามฟากไปหาพระอาจารย์ทันที

พระอาจารย์รู้อยู่แล้วว่าซูตงพอจะต้องมา จึงสั่งลูกศิษย์ไว้แล้วว่าวันนี้ไม่รับแขก

ซูตงพอยิ่งเดือดดาลหนักขึ้นไปอีก จึงถือวิสาสะเดินไปที่ห้องพักพระอาจารย์

ขณะที่กำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตู ก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งติดไว้ที่หน้าประตูว่า

ลมแปดทิศโหมมาไม่หวั่นไหว
แต่ลมตดเดียวซัดท่านมาถึงนี่

ซูตงพอเลยรู้สึกตัว และอดขบขันตัวเองไม่ได้

หลังจากนั้นจึงมีคำพังเพยมาจนถึงทุกวันนี้ว่า

“จงเอาเยี่ยง แต่อย่าเอาอย่าง ซูตงพอ”

เอาเยี่ยงที่ฝักใฝ่ธรรมะ แตกฉานอภิธรรม

แต่อย่าเอาอย่างที่การปฏิบัติยังไปไม่ถึงไหน

—–

ขอบคุณนิทานจาก What Am I.net : นิทานเซ็น

นิทานเศรษฐีกับยาจก

20180112_poorrich

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ยาจกคนหนึ่งคร่ำครวญกับพระเจ้าว่า

“ท่านไม่มีความยุติธรรมเลย ทำไมคนรวยถึงสบายกันนักในขณะที่ผมต้องทำงานหนักเพียงเพื่อจะมีข้าวกินไปวันๆ”

พระเจ้าจึงเสกให้เศรษฐีคนหนึ่งสูญเสียทุกอย่างจนมีฐานะเท่ากับยาจกคนนั้น แล้วมอบเบ็ดตกปลาให้กับเขาทั้งสอง

ยาจกเอาเบ็ดจากพระเจ้าไปตกปลาจนได้ปลามา 10 ตัว เขาเอาปลาทั้งหมดที่ได้ไปขายจนได้เงินมา 200 บาท ยาจกดีใจมาก จึงซื้อผัก ซื้อข้าว และซื้อเนื้อสัตว์เพื่อไปทำอาหารมื้อพิเศษกินกับครอบครัวของตัวเอง คืนนั้นยาจกเข้านอนอย่างมีความสุขที่สุดในรอบหลายปี

เศรษฐีใช้เบ็ดของพระเจ้าตกปลาได้ 10 ตัวเหมือนกัน แต่เอาไปขายที่ตลาดแค่ 9 ตัว ได้เงินมา 180 บาท ส่วนปลาอีก 1 ตัวเศรษฐีเอากลับบ้านเพื่อไปทำเป็นอาหารมื้อเย็นของครอบครัว แต่ปลาตัวเดียวจะไปอิ่มอะไร คืนนั้นเศรษฐีและครอบครัวจึงเข้านอนด้วยท้องที่ร้องครากๆ

วันต่อมา เศรษฐีเอาเงิน 80 บาทไปฝากธนาคาร และใช้ 100 บาทที่เหลือจ้างคนมาช่วยเขาตกปลาจนได้ปลามา 20 ตัว

ส่วนยาจกนั้นตกปลาได้ 10 ตัวเหมือนเดิมและเอาเงินไปซื้อกับข้าวเพื่อทำอาหารมื้อใหญ่ให้ครอบครัวตัวเองเหมือนเดิม

เศรษฐีและยาจกทำแบบเดิมทุกวัน จนมาวันหนึ่งเศรษฐีก็มีเงินเก็บมากพอเพื่อจะเอาไปลงทุนและเปิดธุรกิจอื่นๆ จนเศรษฐีได้กลับมาเป็นเศรษฐีจริงๆ อีกครั้ง

…ส่วนยาจกก็ยังคงเป็นยาจกต่อไป

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Victor Ying’s answer to Rich, millionaire and billionaire people: If you were broke, what would you do with $250 to become wealthy again?

นิทานคำภาวนา

20180104_prayer

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

“โปรดเหลียวมองลูกผู้น่าละอาย มีชีวิตอยู่ราวถูกใครไล่ล่า

โปรดให้ก้าวเดินอันรีบเร่งวุ่นวายของลูก ผ่อนลงเป็นเดินช้าๆ ด้วยเถิด

โปรดให้ลูกฟังเสียงอย่างเข้าอกเข้าใจ แม้เป็นเพียงเสียงลมเหนือพัดปลายหลังคาบ้าน

โปรดให้ลูกทำการใดๆ สำเร็จลุล่วง รู้จักรักษาและเห็นคุณค่า แม้เป็นเพียงเศษใยแมงมุมน้อยนิด

โปรดนำบทเพลงกล่อมเด็กที่ลูกเฝ้าร้องในวัยเยาว์ให้อยู่คุ้นปากตลอดเวลา

โปรดประทานความอ่อนโยนอย่างทิวทุ่งหญ้า แม้เป็นเพียงสายลมเปล่าเปลี่ยว ก็ขอจงพัดเรี่ยใบหน้าลูกยามจิตใจแข็งกระด้าง

เมื่อใดที่ลูกชอบวลีหนึ่งในหนังสือ โปรดให้ลูกรู้จักเงยหน้ามองฟ้าด้วยใจขอบคุณสักครู่

แม้เป็นเพียงน้ำชาจอกเดียว แต่โปรดให้ลิ้นของลูกรู้คุณค่า และพึงใจรสของมันได้นานแสนนาน

แม้ดอกเบญจมาศน้อยดอกเดียว เพียงแย้มกลีบจากรอยแยกของหินใด โปรดให้หัวใจลูกสัมผัสความงามของมันได้

แม้เพียงเศษตะไคร่น้ำบนกระเบื้องหลังคาบ้าน แต่โปรดให้ลูกรู้จักศึกษาบางสิ่งจากมันด้วยเถิด”

เมื่อคำภาวนาจบลง มีเสียงหนึ่งลอยมาตามสายลม

“เรื่องเหล่านี้ ต่อให้ไม่มีเราคอยช่วย เจ้าเองก็ทำได้เช่นกัน และหากเจ้าทำได้ครบทุกเรื่อง เราต่างหากที่ต้องขอบใจเจ้า”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือ คิดถูกก็สุขใจ ชุดนิทานเติมพลังความคิด Chung, Che-bong เขียน, ตรองสิริ ทองคำใส แปล 

นิทานขอโทษประตู

20171229_doorapologize

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ขณะที่พระอาจารย์ท่านหนึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ มีชายคนหนึ่งผลักประตูเข้ามาอย่างแรง แล้วปิดประตูกลับไปอีก แล้วเตะรองเท้ากระเด็นไป แล้วเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง

พระอาจารย์พูดขึ้นว่า “เจ้าห้ามเข้ามา ไปขอให้ประตูและรองเท้าให้อภัยเสียก่อน”

“คำพูดของท่านช่างน่าขัน ทำไมข้าจะต้องไปขอให้ประตูและรองเท้าให้อภัยด้วย รองเท้านั่นก็เป็นของข้าเอง”

“เจ้าออกไป แล้วไม่ต้องกลับมาอีก เจ้าบันดาลโทสะกับกับรองเท้าได้ แล้วทำไมจะขอร้องให้พวกมันให้อภัยไม่ได้ ตอนที่เจ้าโกรธ เจ้าไม่ได้คิดแม้แต่นิดเดียวว่าการระบายอารมณ์กับรองเท้าเป็นเรื่องที่โง่เขลาที่สุด

หากเจ้าไปเกี่ยวเนื่องกับความโกรธได้ ทำไมไม่ไปเกี่ยวเนื่องกับความรัก เกี่ยวเนื่องก็คือเกี่ยวเนื่อง ความโกรธเป็นความเกี่ยวเนื่อง ขณะที่เจ้าปิดประตูด้วยความโกรธ เจ้าก็ไปเกี่ยวเนื่องด้วยกับประตู

การกระทำของเจ้าเป็นความผิดพลาด ไม่ใช่ทางแห่งคุณธรรม ประตูบานนั้นไม่ได้ทำอะไรให้เจ้า เจ้าออกไปก่อน แล้วก็ไม่ต้องเข้ามา”

เหมือนดังสายฟ้าฟาดลงมา ชายผู้นั้นเข้าใจถึงความนัยของทั้งหมด

แล้วชายคนนั้นก็ไปลูบๆ ประตู น้ำตาไหลนองหน้า เมื่อเขาคำนับขอขมารองเท้า เขาก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงไปทั่วสรรพางค์กายของตนเอง

—–

ขอบคุณนิทานจาก What Am I.net : นิทานเซ็น

นิทานหนอนสามตัว

20171223_threeworms

เมื่อวานวันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในพุ่มไม้ใกล้ริมคลองแห่งหนึ่ง มีหนอนอยู่สามตัว

พวกมันคลานมาจากที่ไกลๆแห่งหนึ่ง ตั้งใจจะข้ามคลองแห่งนี้ไปอีกฝั่งหนึ่งที่มีดอกไม้บานสะพรั่งอยู่ทั่วบริเวณ

ตัวที่หนึ่งพูดว่า “พวกเราต้องหาสะพานให้เจอก่อน ถึงจะคลานข้ามสะพานไป”

ตัวทีสองพูดว่า “บริเวณนี้เป็นที่รกร้างนอกเมือง ที่ไหนจะมีสะพาน? พวกเราสร้างเรือคนละลำ แล้วลอยข้ามคลองไปดีกว่า”

ตัวที่สามพูดว่า “พวกเราเดินทางไกลมาไม่น้อยแล้ว รู้สึกเหนื่อยเต็มทีแล้ว ควรจะพักที่นี่สักสองวันก่อน”

หนอนอีกสองตัวประหลาดใจ พูดขึ้นว่า “พักก่อนหรือ? ตลกสิ้นดี ไม่เห็นหรือว่าฝั่งนั้น มวลน้ำหวานและเกสรดอกไม้โดนผู้อื่นดูดหมดแล้ว เราต่อสู้และผ่านอุปสรรคมาแล้วเท่าไหร่ เพียงเพื่อมานอนอยู่ตรงนี้หรือ?”

ขณะที่พูดยังไม่ทันขาดคำ หนอนตัวแรกก็คลานไปที่ทางเดินริมคลองเพื่อจะหาสะพานข้ามไปฝั่งนั้น ส่วนหนอนตัวที่สองก็คลานไปใต้ต้นไม้ เพื่อหาใบไม้ที่ร่วงหล่นมาทำเป็นเรือ

หนอนตัวที่สามคิดในใจว่า “หากได้ดื่มน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ฝั่งนั่นคงจะสุขไม่น้อย แต่ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ขอพักก่อนแล้วกัน” คิดแล้วก็ก็คลานขึ้นไปบนต้นไม้ที่สูงที่สุด จนเจอใบที่เหมาะๆ แล้วนอนเล่นอยู่ตรงนั้นจนผลอยหลับไป

ไม่รู้เวลาล่วงเลยไปแล้วเท่าไหร่ และไม่รู้ว่าฝันเห็นอะไรบ้าง รู้แต่ว่าเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา ตัวเองก็ได้กลายเป็นผีเสื้อที่สวยงามตัวหนึ่ง ปีกของมันงดงามและบางเบา แค่กระพือปีกเบาๆ ก็บินข้ามไปฝั่งนั้นได้

ขณะนั้น ดอกไม้กำลังบานอย่างสวยงาม เกสรทุกดอกส่งกลิ่นและรสหอมหวาน เวลานั้นมันคิดถึงเพื่อนอีกสองตัวขึ้นมา แต่บินวนหาจนรอบก็ไม่เจอแม้เงา

ที่แท้เพื่อนสองตัวนั้น ตัวหนึ่งเดินหาสะพานจนสิ้นลม ส่วนอีกตัวหนึ่งก็จมน้ำลงไปพร้อมกับเรือลำน้อย

บางทีความมุ่งมั่นที่เปี่ยมล้นเกินอาจทำร้ายเราได้เหมือนกัน


ขอบคุณนิทานจาก What Am I.net : นิทานเซ็น