นิทานไม้กางเขนกับพุทธะ

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานที่สร้างจากเรื่องจริงนะครับ

แม่ชีฝรั่งท่านหนึ่งถามท่านพุทธทาส

“ศาสนาพุทธสอนอะไร”?

ท่านพุทธทาสจึงตอบไปว่า

“ก็สอนอย่างเดียวกับที่ศาสนาคริสต์สอน”

“อย่างไรหรือ”

“พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ ‘กฎ’ ซึ่งหมายถึงกฎธรรมชาติ หรือ ‘ธรรม’ นั่นเอง ส่วนทางคริสต์ก็มีสิ่งสูงสุดที่เรียกว่า God ซึ่งบางทีสิ่งนี้อาจคือสิ่งเดียวกัน เพราะแม้แต่การเปล่งเสียงออกมาก็ยังคล้ายกัน”

แล้วท่านพุทธทาสก็พูดต่อว่า

“สิ่งที่แม่ชีคล้องคออยู่ก็คือสิ่งเดียวกับที่พระพุทธศาสนาสอน คือการละตัวตน การฆ่าความรู้สึกแห่งตัวกูของกู ลองสังเกตรูปไม้กางเขนดูสิ ไม้กางเขนนั้นคือรูปตัวไอในภาษาอังกฤษ อันหมายถึงตัวกู ได้ถูกขีดขวางทิ้ง คล้ายจะให้นึกถึงการละทิ้งความยึดถือแห่งตัวตน”


ขอบคุณนิทานจากหนังสือ คุยกับประภาส ของพี่ประภาส ชลศรานนท์ (ผมปรับเนื้อหาบางส่วนเพื่อให้เหมาะสมสำหรับการเล่าในรูปแบบนิทานนะครับ)

นิทานรถเก่า

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ลูกสาวเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีเกียรตินิยม

“เพื่อฉลองลูกเรียนจบ พ่อจะยกรถของพ่อให้คันนึง แต่ก่อนอื่นพ่ออยากให้ลูกเอารถคันนี้ไปตีราคาที่เต็นท์รถมือสองให้พ่อหน่อย”

ลูกสาวเลยขับรถไปที่เต็นท์รถแล้วกลับมาบอกพ่อ

“เค้าบอกว่ารับซื้อแค่ 50,000 ค่ะ เพราะมันเก่ามากแล้ว”

“งั้นลูกลองเอาไปโรงจำนำดูบ้างซิ”

ลูกไปโรงรับจำนำแล้วกลับมารายงาน

“เค้าให้แค่ 5,000 เองค่ะพ่อ”

“ถ้างั้นลูกลองเอารถไปที่ชมรมคนรักรถซิ”

ลูกไปถึงแล้วก็กลับมารายงาน

“เค้าบอกว่าคันนี้ราคา 500,000 ค่ะ เพราะเป็นรถนิสสัน Skyline R34 เป็น collector’s item ที่หายาก คนเล่นรถชอบสะสมกัน”

“ที่ที่ใช่จะรู้คุณค่าของลูก ถ้าลูกเจอที่ทำงานที่เขาไม่เห็นคุณค่าของลูกก็อย่าไปโกรธเขา เราก็แค่ไม่เหมาะกัน ลูกจงหาที่ทำงานที่เขาเห็นและให้คุณค่ากับลูกนะ”


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Amin Sah’s answer to What interesting thing did you read today?

นิทานก้อนหินในกระเป๋า

เย็นวันหนึ่ง ในขณะที่พวกเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์กำลังเตรียมตั้งกระโจมทำการพักผ่อนนอนหลับนั้นเอง พวกเขาก็เห็นลำแสงเปล่งรัศมีเจิดจ้าขึ้น

ประสาทที่หกบอกพวกเขาว่า เทพเจ้ากำลังจะปรากฏ ณ บัดนี้แล้ว พวกเขารีบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างนอบน้อม และแล้ว เทพเจ้าก็ปรากฏกายขึ้นจริงๆ

เทพเจ้าพูดกับเหล่าสาวกผู้ซื่อสัตย์ว่า

“พรุ่งนี้ เวลาเดินทาง เจอก้อนหินที่ไหนก็ให้เก็บใส่กระเป๋ามากๆ ตกกลางคืน พวกเจ้าจะมีความสุขสุดๆ แต่ขณะเดียวกัน พวกเจ้าจะมีความทุกข์ด้วย”

พูดจบ เทพเจ้าก็หายไป เหล่าสาวกต่างผิดหวังไปตามๆกัน พวกเขาคิดว่าเทพเจ้าจะนำโชคก้อนใหญ่มาให้พวกเขาเสียอีก ที่ไหนได้ เทพเจ้ากลับสั่งให้พวกเขาทำงานบ้าๆ บอๆ ชิ้นหนึ่ง

เช้าวันรุ่งขึ้น แม้พวกเขาจะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งเทพเจ้า พวกเขาหลับหูหลับตาเก็บก้อนหินก้อนเล็กๆ ใส่กระเป๋าไปตามเรื่อง แล้ววันนั้นก็ผ่านไปอย่างเซ็งๆ

ตกเย็น ได้เวลาที่พวกเขาจะต้องกางเต็นต์นอนพักกันแล้ว สาวกบางคนล้วงก้อนหินในกระเป๋าออกมาดูโดยมิได้ตั้งใจ ปรากฏว่าหินในกระเป๋ากลายเป็นทองคำ

พวกเขาดีใจมาก แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกเสียใจเป็นที่สุดที่มิได้เก็บก้อนหินใส่กระเป๋าให้มากกว่านี้


ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน

ป.ล. หนึ่งในวิธีการตีความ: เทพเจ้า = หัวหน้า, คนร่อนเร่ = ลูกน้อง

นิทานหนูตกถังข้าวสาร

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หนูตัวหนึ่งตกลงไปในถังข้าวสารใบใหญ่

มันมีความสุขมากเพราะไม่ต้องไปวิ่งหาอาหารที่ไหนอีกแล้ว

หนูค่อยๆ กินข้าวสารไปทุกวัน มารู้ตัวอีกทีตอนยืนอยู่ที่ก้นถังข้าวสาร ว่าถังใบนี้ใหญ่เกินกว่าที่มันจะปีนออกไปได้

ทางเดียวที่มันจะรอดชีวิตคือรอคนมาเติมข้าวสารลงในถัง ไม่ว่าจะเป็นข้าวชนิดไหนมันก็ต้องกินอย่างไม่มีทางเลือก

ชีวิตมนุษย์เงินเดือนบางคนก็อาจเป็นเช่นนั้น


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Bhaskar Dutta’s answer to What are the biggest lessons you have learned in the corporate world?

นิทานเตือนภัย

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

นกนางแอ่นตัวหนึ่งอาศัยอยู่กับฝูงนกอื่นๆ ที่หมู่บ้านริมทุ่ง

วันหนึ่งนกนางแอ่นเห็นชาวไร่กำลังหว่านเมล็ดป่าน ก็รีบบินกลับมาเตือนเพื่อนนกทั้งหลาย เพราะเมล็ดป่านเหล่านี้จะเติบโตเป็นต้นป่านให้ชาวไร่นำมาถักเป็นตาข่ายและบ่วงดักนก

“พวกเจ้ารีบไปจิกกินเมล็ดป่านให้หมดเถอะ ก่อนที่มันจะงอกเป็นต้นอ่อน”

แต่พวกนกกลับไม่สนคำเตือนของนกนางแอ่น

จนกระทั้งเมล็ดป่านงอก นกนางแอ่นก็เตือนขึ้นอีกว่า

“พวกเจ้ารีบจิกกินต้นอ่อน ตอนนี้ก็ยังไม่สายจนเกินไปนะ”

พวกนกทำท่ารำคาญตวาดกลับไปว่า

“นี่ เจ้านกนางแอ่น ถ้ากลัวมากก็ไปหากินที่อื่นเสียสิ”

นกนางแอ่นจึงบินจากไป

เมื่อต้นป่านโตเต็มที่ ชาวไร่ก็นำมาทำเป็นตาข่ายดักนก

และเหล่านกก็ถูกจับไปจนไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว


ขอบคุณนิทานจาก NITAN STORY: นกนางแอ่นเดือนภัย