เวลาแพ้ให้เงยหน้า

20171229_headsup

เวลาชนะให้ก้มหน้า

Keep your head up in failure, and your head down in success.
-Jerry Seinfeld

สมัยผมเรียนม.ปลายที่นิวซีแลนด์ ผมมีโอกาสได้แข่งบอลให้ทีมประจำเมืองที่ผมอยู่ รุ่นเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี

เราแข่งกันเป็นลีกซึ่งมีกันอยู่ประมาณ 8 ทีม แข่งทั้งเหย้าและเยือน

แม้จะเป็นการแข่งบอลเยาวชนเล็กๆ ไม่ได้มีรางวัลอะไร แต่พวกเราก็จริงจังและตั้งใจฝึกซ้อมกันมาก

เวลาแข่งจริง ถ้าพวกเราเจอคู่แข่งยิงประตูได้ เรามักจะเจ็บใจ ผิดหวัง และอับอายจนมักจะก้มหน้าก้มตาโดยไม่รู้ตัว

ทุกครั้งที่เราทำตัวอย่างนั้น โค้ชจะตะโกนจากข้างสนามด้วยประโยคนี้เสมอ

“Keep your heads up guys!”

เงยหน้าขึ้นมาซะ!

เพราะไม่มีอะไรให้ต้องละอายใจเลยซักนิด

นี่คือเกมกีฬา แข่งกันแบบแฟร์ๆ แค่เขายิงประตูได้ไม่ได้แปลว่าเกมนี้จะจบลงเสียหน่อย

พอโดนโค้ชตะโกนใส่บ่อยๆ เข้า หลังๆ ผมก็เลยติดคำพูดนี้มาด้วย และตะโกนบอกเพื่อนๆ ทุกครั้งที่เราทำพลาดหรือเสียประตู

ในทางกลับกัน

ถ้าเรายิงประตูได้ ก็ไม่ควรเชิดหน้าชูคอมากนัก เพราะนอกจากจะไม่เท่แล้วอาจจะเสียฟอร์มทีหลังก็ได้ (หากเขากลับมาชนะเราได้)

ดังนั้น เวลาที่เกมกำลังไปได้ดี สิ่งที่ควรทำคือก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเราต่อไปอย่างเต็มที่

ซึ่งนอกจากจะดูน่ารักแล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้เราชนะในเกมนี้ด้วยครับ

วิธีง่ายๆ ที่จะกลายเป็นคน Top 10%

20171227_top10percent

คือคิดแล้วลงมือทำ

เพราะคนส่วนใหญ่คิด แต่ไม่เคยลงมือทำ

คิด 10 คน อาจจะทำแค่คนเดียว

เพราะฉะนั้น เพียงแค่คุณลงมือทำ คุณก็ดีกว่าอีก 9 คนที่เอาแต่คิดแล้ว

เพิ่มอีกหนึ่งสเต็ปที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนจาก Top 10% เป็น Top 1%

นั่นคือเมื่อลงมือทำแล้ว ก็จงทำให้เสร็จ

เพราะลงมือทำ 10 คน มักจะทำเสร็จแค่คนเดียว

ยกตัวอย่างเช่น

100 คนคิดอยากจะเขียนบล็อก

10 คนเท่านั้นที่ลงมือเขียนจริงๆ

และจะมี 1 คนเท่านั้นที่เขียนเสร็จแล้วกด ‘publish’ เพื่อแชร์งานของตัวเองให้โลกเห็น

ต่อให้บทความที่คุณเขียนออกมามันจะแย่แค่ไหน ก็ยังดีกว่าบทความแสนเพอร์เฟคที่อยู่แต่ในหัว

คิดแล้วลงมือทำ คุณจะกลายเป็น Top 10%

ทำแล้วทำให้เสร็จ คุณจะกลายเป็น Top 1%

Simple. Not Easy.

แต่ทำได้ทุกคนครับ

เขาไม่ได้คิดร้าย

20171226_nomalice

แค่คิดไม่ได้เฉยๆ

“Never attribute to malice that which is adequately explained by stupidity.”
-Robert J. Hanlon

เมื่อไหร่ที่เราเจอคนทำตัวแย่ๆ หรือก่อเรื่องให้เราเดือดร้อน ความคิดแว่บแรกของเราก็คือเขาน่าจะไม่ชอบเราหรืออยากหาเรื่องเรา

ซึ่งนั่นทำให้เราทุกข์สองรอบ

ทุกข์รอบแรกคือทุกข์กับปัญหาที่เขาก่อ

ทุกข์รอบสองคือทุกข์กับความกังวลว่าเขาจ้องทำร้ายเราอยู่

ซึ่งในความเป็นจริงน่าจะไม่ใช่อย่างนั้น เพราะแค่เรื่องตัวเองก็ยุ่งพออยู่แล้ว คงมีน้อยคนนักที่จะตื่นขึ้นมาแล้วคิดในใจว่า “วันนี้อากาศดีจัง ออกไปแกล้งนาย ก.ดีกว่า”

“Never attribute to malice that which is adequately explained by stupidity.”

เพราะฉะนั้น เรื่องราวที่เขาก่อขึ้น ไม่น่าจะเกิดจากเจตนาที่จะสร้างความเดือดร้อนหรอก น่าจะเกิดจากความไม่ระมัดระวังหรือไม่ทันได้ยั้งคิดมากกว่า

ซึ่งถ้าเราตั้งต้นด้วยสมมติฐานนี้ ใจเราก็จะเบาขึ้น และน่าจะหาทางออกได้ง่ายขึ้นครับ

วิธีหาผู้ชายในฝัน

20171225_manofyourdream

1. หยิบปากกา
2. หยิบกระดาษ A4 ออกมา
3. เขียนเลข 1-10
4. คิดถึงผู้ชายในฝันของคุณว่าเขาควรมีลักษณะอย่างไรบ้าง แล้วเลือกขึ้นมา 10 ข้อเขียนลงกระดาษ

ยกตัวอย่างเช่น

1.ตลก
2.ใจดี
3.มีเป้าหมาย
4.รักเดียวใจเดียว
5.รักสัตว์
6.ประสบความสำเร็จ
7.คิดถึงเราก่อนเสมอ
8.ใช้เงินเป็น
9.เป็นพ่อที่ดี
10.ดูแลสุขภาพ

เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ให้เอากระดาษแผ่นนี้แปะไว้ในจุดที่เราจะมองเห็นทุกวัน แล้วใช้เวลา 2-3 ปีต่อจากนี้เพื่อจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีคุณลักษณะทั้ง 10 ข้อนี้

เพราะว่าคนเราจะดึงดูดคนที่คล้ายคลึงกันเสมอ ถ้าเขาเป็นคนดูแลสุขภาพ เขาย่อมต้องการคู่ที่ดูแลสุขภาพเช่นกัน ถ้าเขาเป็นพ่อที่ดี เขาก็น่าจะมองหาแม่ที่ดีเหมือนกัน

ถ้าจะพูดในทางพุทธก็คือ คู่รักที่ดีต้องมีศีลเสมอกันนั่นเอง

วิธีนี้ใช้สำหรับการตามหาผู้หญิงในฝันก็ได้นะครับ

ขอให้ได้เจอคนที่ใช่ในเร็ววันครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Haily Cramer’s answer to What are the lessons people most often learn too late in life? 

ขาขึ้นจงน่ารักกับทุกคน

20171224_wayup

เพราะขาลงคุณจะได้เจอพวกเขาอีก

“Be nice to people on your way up because you’ll meet them on your way down.”
-Wilson Mizner

เมื่อคืนผมก็ได้ดูคลิปศิลปินตลกท่านหนึ่งที่ผมไม่เห็นหน้ามาซักพักแล้ว

เธอเคยดังเป็นพลุแตกเมื่อหลายปีที่แล้ว มีคิวงานข้ามปีแถมยังเรียกค่าตัวได้ถึง 6 หลัก

การเรียกค่าตัวแพงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพราะมันเป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ของอุปสงค์-อุปทาน เข้าทำนองน้ำขึ้นให้รีบตัก

แต่กับดักที่คนขาขึ้นมักจะเจอก็คือการเผลอคิดว่าตอนนี้ฉันดัง ฉันจะทำตัวอย่างไรก็ได้

หากขาขึ้นเราทำตัวไม่น่ารัก คนที่เคยช่วยเหลือหรืออุดหนุนเราก็อาจเบื่อหน่ายหรือแม้กระทั่งหมั่นไส้

พอถึงวันที่เราขาลง จะกลับมาทำตัวน่ารักเขาก็ไม่เชื่อเราแล้ว

ไม่ว่าเราจะอยู่ในวงการใดก็ตาม หากอยากจะอยู่ให้ดีและอยู่ให้นาน นิสัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

เราไม่อาจขอให้ชีวิตมีแต่ขาขึ้นได้ก็จริง  แต่เราขอให้ตัวเองทำตัวน่ารักได้เสมอนะครับ