ถ้าไม่ชอบ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น

20180108_9to6

เราก็มีเวลา 6 โมงเย็นถึง 9 โมงเช้าที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์

สมมติว่าเราไม่ได้ชอบชีวิตที่เรามีอยู่ตอนนี้

อาจจะเป็นงานที่ทำแล้วไม่มีความสุข รายได้ที่น้อยเกินไป หรือรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนตลอดทั้งวันที่อยู่ออฟฟิศ

ถ้าอยากจะพ้นจากเรื่องราวเหล่านี้ไปได้ เราก็ต้องหัดใช้เวลานอกออฟฟิศให้คุ้มค่า

เวลาเดินทางเราทำอะไร กลับถึงบ้านเราทำอะไร ก่อนเข้านอนเราทำอะไร

เรามีเวลาอย่างน้อยคืนละ 3 ชั่วโมงเพื่อจะเปลี่ยนชีวิตตอนกลางวันของเราได้

แต่ถ้าเรามัวแต่เอาเวลาเหล่านั้นไปกับการ “พักผ่อนหย่อนใจ” อย่างการเล่นมือถือหรือดูละคร ก็แสดงว่าเรากำลังแลกความบันเทิงชั่วคราวกับชีวิตที่เราไม่ชอบไปตลอด

หากไม่ชอบชีวิตตอนกลางวัน หันมาใส่ใจชีวิตตอนกลางคืนและตอนเช้าตรู่ให้มากขึ้นนะครับ

สอนลูกต่อจิ๊กซอว์

20180107_jigsaw

ตอนนี้ปรายฝน ลูกสาวของผมอายุ 2 ขวบ 3 เดือนแล้ว อยู่ในวัยที่พอจะพูดและฟังรู้เรื่องแล้ว ของเล่นก็เลยโตต้องตามวัยไปด้วย

สองสามวันมานี้ผมให้เขาลองต่อจิ๊กซอว์ของ Hello Kitty ดู (ตามภาพประกอบ)

ปรายฝนเองยังไม่สามารถจะเลือกได้ว่าต้องต่ออะไรก่อนหลัง ผมเลยมีหน้าที่คอยส่งตัวถัดไปให้เขา ไล่เรียงจากเลข 1 2 3 ไปเรื่อยๆ แล้วให้เขาพยายามลองต่อจิ๊กซอว์เข้าไปทีละอัน

สิ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ

– บางทีปรายฝนจะพยายามต่อโดยไม่หมุนจิ๊กซอว์ชิ้นนั้นให้หันหัวถูกทางก่อน ผมเลยต้องคอยเตือนให้เขาหมุนเรื่อยๆ จนกว่าจะเป็นทิศทางที่ใช่

– แม้จะหันหัวถูกต้องแล้ว ปรายฝนก็มักจะพยายามดันจิ๊กซอว์ไปในทางราบ ซึ่งทำให้ดันไม่เข้า ผมต้องคอยเตือนลูกให้ยกจิ๊กซอว์ขึ้นมานิดนึงเพื่อวางลงจากด้านบน

– และแม้จะหันถูกทาง และวางลงจากด้านบนแล้ว แต่ก็ยังต้องขยับนิดๆ หน่อยๆ เพื่อให้จิ๊กซอว์มันลงล็อคพอดี หลายครั้งปรายฝนก็พยายามไปขยับแผงจิ๊กซอว์ที่มีอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งขยับยากกว่ามาก แถมบางทีจะทำให้ตัวที่ต่อเอาไว้หลุดออกมาเสียอีก ผมต้องคอยเตือนว่าให้หมุนเฉพาะชิ้นที่มีอยู่ในมือก็พอแล้ว

เมื่อนั่งดูลูกทำผิดพลาดเรื่องเดิมหลายๆ รอบเข้า ก็ทำให้คิดได้ว่าบางทีผู้ใหญ่อย่างเราก็ใช้ชีวิตเหมือนเด็กต่อจิ๊กซอว์เหมือนกัน

บางทีเราก็เร่งรีบเกินไปที่จะทำอะไรบางอย่างโดยไม่ได้สำรวจเสียก่อนว่ามันใช่ทิศทางที่เราอยากไปแล้วหรือยัง

บางทีเราก็เคยชินกับการแก้ปัญหาทางเดียว พอแก้ไม่ได้ก็ท้อ ทั้งๆ ที่จริงๆ แค่ปรับวิธีการแค่หน่อยเดียวก็อาจจะแก้ได้แล้ว เหมือนที่ยกจิ๊กซอว์ขึ้นมานิดนึงเพื่อให้จิ๊กซอว์ลงล็อคจากแนวดิ่งแทนที่จะพยายามดันเข้าไปตรงๆ ทางแนวราบ

และสุดท้าย – ซึ่งสำคัญที่สุด – เรามักจะเผลอเรียกร้องหรือคาดหวังให้ “แผงจิ๊กซอว์” นั้นปรับตัวเข้ากับจิ๊กซอว์ตัวเดียวที่เราถืออยู่ ซึ่งบางทีมันก็ทำได้นะ แต่น่าจะง่ายกว่าถ้าเราปรับจิ๊กซอว์ชิ้นเดียวที่อยู่ในมือเราให้เข้ากับแผง

จิ๊กซอว์ตัวนั้นอาจจะมีชื่อว่า “ทัศนคติ” “ความคาดหวัง” หรือ “การกระทำ” ของเราก็ได้ แต่การปรับที่ตัวเรานั้น มีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการไปพยายามเปลี่ยนแผงจิ๊กซอว์ทั้งแผงมากมายนักครับ

เทคนิคแล้วไง

20180106_sowhat

ผมเคยเขียนเรื่อง เทคนิค 5 Why’s ที่ให้ถามว่า “ทำไม” 5 ครั้งเพื่อหาต้นตอของปัญหา

วันนี้เจออีกเทคนิคนึงที่คล้ายคลึงกัน เลยอยากเอาแชร์ครับ

คือให้ถามว่า “แล้วไง” (so what) จนกว่าจะไปต่อไม่ได้แล้ว

ซึ่งเหมาะกับตอนที่เราเจอเรื่องที่ทำให้เราผิดหวังหรือเรื่องที่เรากังวลครับ

ยกตัวอย่างเช่น

วันนี้เล็กมันพูดจาแย่ว่ะ

แล้วไงอ่ะ?

ก็รู้สึกเหมือนไม่ให้เกียรติกันเลย

แล้วไงอ่ะ?

เราไม่ชอบเวลาคนไม่ให้เกียรติกันน่ะ

แล้วไงอ่ะ?

ถ้าเกิดทุกคนทำตัวอย่างนี้กับเราล่ะ

แล้วไงอ่ะ?

เราก็จะกลายเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบไง

แล้วไงอ่ะ?

เราไม่อยากอยู่ตัวคนเดียว

แล้วไงอ่ะ?

จริงๆ การอยู่คนเดียวก็ไม่แย่ขนาดนั้นเนอะ

แล้วไงอ่ะ?

ก็คงเป็นการกลัวเกินเหตุ

แล้วไงอ่ะ?

ก็ไม่แล้วไงแล้ว ไม่เป็นไรแล้วล่ะ

ฟังดูเหมือนเป็นการยียวน แต่ถ้าเราถามตัวเองจนสุดทางจริงๆ เราอาจจะพบว่า หลายๆ อย่างที่เราคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่โต สุดท้ายแล้วกลับเล็กนิดเดียวนะครับ

—–

ขอบคุณไอเดียจาก Richa Chadha: Tribe of Mentors by Tim Ferriss

นิทานคำภาวนา

20180104_prayer

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

“โปรดเหลียวมองลูกผู้น่าละอาย มีชีวิตอยู่ราวถูกใครไล่ล่า

โปรดให้ก้าวเดินอันรีบเร่งวุ่นวายของลูก ผ่อนลงเป็นเดินช้าๆ ด้วยเถิด

โปรดให้ลูกฟังเสียงอย่างเข้าอกเข้าใจ แม้เป็นเพียงเสียงลมเหนือพัดปลายหลังคาบ้าน

โปรดให้ลูกทำการใดๆ สำเร็จลุล่วง รู้จักรักษาและเห็นคุณค่า แม้เป็นเพียงเศษใยแมงมุมน้อยนิด

โปรดนำบทเพลงกล่อมเด็กที่ลูกเฝ้าร้องในวัยเยาว์ให้อยู่คุ้นปากตลอดเวลา

โปรดประทานความอ่อนโยนอย่างทิวทุ่งหญ้า แม้เป็นเพียงสายลมเปล่าเปลี่ยว ก็ขอจงพัดเรี่ยใบหน้าลูกยามจิตใจแข็งกระด้าง

เมื่อใดที่ลูกชอบวลีหนึ่งในหนังสือ โปรดให้ลูกรู้จักเงยหน้ามองฟ้าด้วยใจขอบคุณสักครู่

แม้เป็นเพียงน้ำชาจอกเดียว แต่โปรดให้ลิ้นของลูกรู้คุณค่า และพึงใจรสของมันได้นานแสนนาน

แม้ดอกเบญจมาศน้อยดอกเดียว เพียงแย้มกลีบจากรอยแยกของหินใด โปรดให้หัวใจลูกสัมผัสความงามของมันได้

แม้เพียงเศษตะไคร่น้ำบนกระเบื้องหลังคาบ้าน แต่โปรดให้ลูกรู้จักศึกษาบางสิ่งจากมันด้วยเถิด”

เมื่อคำภาวนาจบลง มีเสียงหนึ่งลอยมาตามสายลม

“เรื่องเหล่านี้ ต่อให้ไม่มีเราคอยช่วย เจ้าเองก็ทำได้เช่นกัน และหากเจ้าทำได้ครบทุกเรื่อง เราต่างหากที่ต้องขอบใจเจ้า”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือ คิดถูกก็สุขใจ ชุดนิทานเติมพลังความคิด Chung, Che-bong เขียน, ตรองสิริ ทองคำใส แปล 

มันไม่ได้ทำให้เรามีความสุขด้วยซ้ำ

20180103_doesntmakeyouhappy

มนุษย์เป็นผลผลิตของความเคยชิน

อะไรหลายๆ อย่างที่เราทำ จึงไม่ใช่เพราะว่ามันมีประโยชน์ แต่เป็นเพราะเราชินที่จะทำมันเฉยๆ

นั่งกินข้าวแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู

กลับถึงบ้านแล้วต้องเปิดทีวีทิ้งไว้

กินขนมห่อนั้นต่อไปแม้จะคอแห้งผากแล้วแต่ก็ต้องกินให้หมดซอง

เช็ค Facebook / Instagram ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง

ช่วงสองสามนาทีแรกอาจจะสุขเพราะสมองหลั่งโดพามีน แต่แม้จะผ่านจุดที่สุขที่สุดไปแล้ว เราก็ยังไม่เลิกใช้ เพราะคนที่ออกแบบผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีเป้าหมายเดียวคือทำให้เราใช้เวลาอยู่กับมันให้นานที่สุด

เราจึงไถฟีดที่เป็นอนันต์และดูดทุกสิ่งทุกอย่างทั้งเวลาและความฝันของเราไป

แต่เราก็ยังไม่หยุดไถ ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ทำให้เรามีความสุขด้วยซ้ำ

ลองสังเกตอุปนิสัยของเราดีๆ นะครับ ว่าเราเป็นทาสของความเคยชินอยู่รึเปล่า

เมื่อใช้ชีวิตอย่างรู้ตัว ความเป็นทาสจะน้อยลง แล้วเราจะมีอิสระมากขึ้นครับ