ติมาก็วางไว้ ชมมาก็วางไว้

ที่บอกอย่างนี้เพราะเราชอบเข้าไปถือ

ใครติเราเพียงนิดเดียว หัวเราจะร้อน อยากกระโดดออกไปปกป้องชี้แจง

ใครชมเราเพียงนิดเดียว ตัวเรามักจะลอย ขาไม่ค่อยติดดิน

บางทีการที่เราโดนติ ก็ไม่ใช่เพราะเราทำผิด และก็ไม่ใช่เพราะเขาเข้าใจผิด แต่มีหลายๆ ปัจจัยรวมกัน หน้าที่ของเราคือแยกแยะส่วนที่มีประโยชน์เอาไปปรับปรุงตัวเองต่อ

บางทีการที่เราโดนชม ก็ไม่ใช่เพราะว่าเราเก่ง หรือเพราะว่าเขาชมชอบเรา บางทีอาจเป็นเพียงแค่จังหวะหรือโชคดี อย่าไปคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป อย่าไปหิวกระหายที่จะได้รับการยอมรับเพราะมันจะทำให้เรากลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้

ติมาก็วางไว้ ชมมาก็วางไว้ครับ

นี่อาจเป็นครั้งสุดท้าย

สมัยเด็กๆ เราจะมีเพื่อนข้างบ้านที่ออกไปเล่นด้วยกันอยู่เสมอ

เจอหน้ากันเกือบทุกวัน เล่นเสร็จก็ไปกินน้ำกินขนมของบ้านใครบ้านหนึ่ง ได้รู้จักพ่อแม่ของเพื่อน เพื่อนก็รู้จักพ่อแม่ของเรา สนิทสนมกันยิ่งกว่าญาติบางคน

แล้ววันที่เราได้เจอเพื่อนคนนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก็มาถึง โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคือครั้งสุดท้าย เผลอๆ ไม่ได้บอกลากันด้วยซ้ำ

หลายๆ อย่างในชีวิตที่เกิดขึ้นจากนี้ไป อาจเป็นครั้งสุดท้ายโดยที่เราไม่รู้ตัว

ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น

ครั้งสุดท้ายที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

ครั้งสุดท้ายที่ได้กอดคนที่เรารัก

ชีวิตนั้นไม่แน่นอน ถ้าเราตระหนักได้ว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายของอะไรบางอย่าง ใจเราอาจ”อยู่ตรงนี้” ได้มากกว่าที่ผ่านมาครับ