ไม้ล้มมันดัง ไม้ขึ้นคนไม่ทันสังเกต

“ผมรู้จักคนรุ่นใหม่ดีๆ เยอะเลย
แต่สิ่งที่ดีในสังคมไทย คนจะมองไม่เห็น
เหมือนต้นไม้ เวลาล้มมันดัง
อย่างข่าวไอ้เณรคำอะไรนี่มันดัง
แต่เวลาต้นไม้งอก คนไม่ทันสังเกต
เมืองไทยตอนนี้มันมีอะไรงอกเยอะเลย”

-สุลักษณ์ ศิวรักษ์
นิตยสาร Happening ฉบับที่ 78
สิงหาคม 2556

ในห้วงยามที่เต็มไปด้วยโรคระบาดและความขัดแย้งทางการเมือง เป็นการยากเหลือเกินที่จะดำเนินชีวิตในแต่ละวันโดยไม่เกิดความขุ่นใจ

เราถูกวิวัฒนาการให้มองเห็นสิ่งเลวร้ายก่อนสิ่งดีงาม ถ้าเราเห็นพุ่มไม้กำลังเคลื่อนไหว เราต้องระแวดระวังภัยว่าเราจะกลายเป็นผู้ถูกล่าหรือเปล่า

ข่าวดีจึงขายไม่ได้ ข่าวร้ายจึงขายดี สำนักข่าวและฟีดโซเชียลจึงเป็นเครื่องขยายเสียงให้กับเรื่องลบมากกว่าเรื่องบวก เพราะนั่นคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบเสพกัน

เมื่อมองไปทางไหนก็ไม่ดีสักอย่าง ใครหลายคนจึงมองโลกเป็นสีเทาเข้ม

แต่สิ่งสำคัญมักจะไม่ตะโกน สิ่งดีงามมักจะเงียบเชียบ เวลาดอกไม้ผลิบานมันไม่เคยป่าวประกาศบอกใคร มันก็แค่ผลิบานอยู่ตรงนั้น ใครที่หยุดมองมันก็ย่อมเห็นความงาม ส่วนใครที่หมกมุ่นเกินไปก็ย่อมพลาดโอกาส

หากรู้สึกว่าอารมณ์ของเรากำลังติดลบเหลือเกิน ให้เตือนตัวเองว่าในทุกวิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นมีคนกำลังทำงานอย่างหนัก

ท่ามกลางความไม่เรียบร้อยของการจัดสรรวัคซีน ยังมีแพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร นับพันนับหมื่นคนที่พาตัวเองเข้าไปอยู่กลางสมรภูมิ ผมเดาว่าคนเหล่านี้ปริปากบ่นน้อยกว่าคนดู เพราะเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำจนเหลือแรงและเวลาไม่มากนักที่จะมาเล่นโซเชียลหรือดันแฮชแท็กอะไร

และยังมีกลุ่มจิตอาสาอีกมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ นี่คือต้นไม้ที่กำลังแตกหน่อผลิใบขึ้นมาอย่างเงียบๆ คนกลุ่มนี้แหละที่เราควรจะเงี่ยหูฟังเป็นพิเศษ และช่วยเหลือเขาเท่าที่กำลังของเราจะทำได้

ต้นไม้ล้มมันดังอยู่แล้ว อย่าไปสนใจมันมากนักเลย ไม่มีแก่นสารอะไรหรอก

หันมาใส่ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดินให้กับต้นกล้ากันดีกว่านะครับ