ถนอมตาเวลาทำงานด้วยสูตร 20-20-20

สูตร 20-20-20 ก็คือ ทำงาน 20 นาทีแล้วให้พักสายตา 20 วินาทีด้วยการมองสิ่งของที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต

อาจจะนึกภาพไม่ออกว่า 20 ฟุตนั้นไกลแค่ไหน แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ 20 ฟุตครับ แค่มองอะไรที่อยู่ห่างออกไปไกลๆ ก็พอแล้ว อาจจะมองออกไปนอกหน้าต่างก็ได้

สถาบันจักษุวิทยาในอเมริกา (American Academy of Ophthalmology) ระบุว่าแม้การจ้องคอมนานๆ ไม่ได้ทำให้สายตาเสียก็จริง แต่ก็สามารถสร้างความตึงเครียดให้ดวงตาได้ (eye strain)

โดยปกติคนเราจะกะพริบตานาทีละ 15 ครั้ง แต่เวลาจ้องคอมหรือเล่นมือถือเราจะกะพริบตาน้อยลงมาก ซึ่งนำไปสู่อาการอย่างตาแห้ง ตาฉ่ำ ตาเบลอ หรือเวียนหัวได้

ดังนั้นเราจึงควรเตือนตัวเองให้พักสายตาทุก 20 นาที และพักอย่างน้อย 20 วินาทีเพื่อให้ตาผ่อนคลายอีกครั้งหนึ่งครับ

อ่านบทความนี้จบแล้ว ลองทำดูเลยก็ได้นะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก Healthline: How Does the 20-20-20 Rule Prevent Eye Strain?

มันคือความฝันหรือมันคือการชดเชยปมด้อย

พาดหัวอาจจะดูแรงนิดนึง เนื่องจากได้อ่านบทความหนึ่งของ Mark Manson:

“Look, most of your dreams aren’t really dreams, they’re merely imaginative over-compensations for the feelings of inadequacy you are trying to avoid in yourself.”

มีคนเคยพูดไว้ว่า เด็กสมัยก่อนโตขึ้นอยากมีรถเบนซ์ขับ แต่เด็กสมัยนี้ไม่ได้อยากขับรถเบนซ์แล้ว แต่อยากขับรถสปอร์ตที่ราคาแพงกว่าเบนซ์เสียอีก

รถหรู บ้านหลังใหญ่ เลขเจ็ดหลักในบัญชี เหล่านี้น่าจะเป็นความฝันของใครหลายคน และเรียกมันว่า “การเติมเต็ม”

แต่ก่อนจะเติมได้ ก็ต้องมีรู

รูที่อาจถูกสร้างขึ้นมาตั้งวันที่เรายังเด็ก วันที่เราเห็นเด็กบ้านข้างๆ ได้ของเล่นแล้วเราไม่ได้ โตขึ้นมาเลยต้องหาของเล่นชิ้นใหญ่เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดไปในวันนั้น

ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่มันเป็นสิ่งที่เหนื่อย

เหนื่อยกับการไล่ล่าไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริงด้วยซ้ำ

มันคือความฝันหรือมันคือการชดเชยปมด้อย

สังเกตตัวเองให้ดี แล้วจะรู้ว่าความฝันบางอย่างไม่คุ้มค่ากับการพิชิตครับ

เรากังวลเพราะเรายึดมั่นถือมั่น

ไม่มีใครกังวลว่าดาวเสาร์อากาศจะเป็นยังไง เพราะไม่มีใครคาดหวังให้อากาศดีบนดาวเสาร์

แต่เรากังวลว่า AQI ในกรุงเทพจะเป็นค่าเท่าไหร่ กังวลว่ารถติดอย่างนี้จะไปถึงออฟฟิศกี่โมง ทั้งๆ ที่ความคิดของเราไม่มีผลใดๆ ต่อสภาพอากาศและสภาพการจราจร

“If the problem can be solved, why worry?
And if the problem can’t be solved, then worrying will do you no good.”
-Shantideva

เวลาที่เรากังวล เรากำลังใช้เวลาไปกับการพยายามควบคุมสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่เราอยากให้เป็น

ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปอย่างใจ แต่เป็นไปตามเหตุปัจจัย

อะไรที่แก้ไม่ได้ กังวลไปก็เท่านั้น

ส่วนเรื่องที่แก้ได้ เอาเวลากังวลไปทำในสิ่งที่เราควรทำดีกว่าครับ


ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ The Practice by Seth Godin

นิทานละครสัตว์

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

คณะละครสัตว์เพิ่งมาเปิดการแสดงในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง พวกเขาติดป้ายประกาศรับคนงานเอาไว้ว่า

  1. ทำงาน 5 ชั่วโมง ได้ตั๋วเข้าชมบริเวณด้านนอก
  2. ทำงาน 10 ชั่วโมง ได้ตั๋วเข้าชมละครสัตว์
  3. ทำงาน 15 ชั่วโมง ได้ตั๋วเข้าชมละครสัตว์แถวหน้าสุด

พี่น้องสองคนจากครอบครัวยากจนเห็นประกาศแล้วก็สมัครทันที พวกเขาอยากดูละครสัตว์มานานแล้ว และไหนๆ จะได้ดูแล้วก็อยากได้นั่งแถวหน้าไปเลย

พวกเขาเข้างานตั้งแต่ตี 4 และทำงานโดยไม่หยุดหย่อน ได้พักกินแซนด์วิชแค่ชิ้นเดียวตอนสายๆ ก่อนจะทำงานต่อ

บ่ายคล้อย สองพี่น้องเหนื่อยล้า จริงๆ พวกเขาทำงานมากพอที่จะไปขึ้นตั๋วดูละครสัตว์ได้แล้ว แต่ด้วยใจที่อยากได้ที่นั่งแถวหน้า พวกเขาจึงกัดฟันทำงานต่อจนครบ 15 ชั่วโมง

พี่น้องไปขึ้นตั๋วและเดินอย่างอ่อนเพลียไปที่นั่งแถวหน้าสุด ละครสัตว์กำลังจะเริ่มตอนสองทุ่ม

แต่พอการแสดงเริ่มไปได้เพียง 5 นาที ทั้งคู่ก็หลับไหลเพราะความเหน็ดเหนื่อย และพลาดการแสดงอันตื่นตาตื่นใจตลอด 2 ชั่วโมงนั้น

นี่คือเรื่องน่าเศร้าของสองพี่น้องในนิทาน

และอาจเป็นเรื่องน่าเศร้าของใครหลายคนในชีวิตจริงที่ตรากตรำเสียมากมายเพื่อจะได้ที่นั่งแถวหน้า

แต่เมื่อถึงวันที่ได้ตั๋วมา เรากลับไม่เหลือแรงและเวลาอีกแล้ว


ขอบคุณนิทานจากไลน์ภาษาจีน

ทำไมชุดนักบินอวกาศถึงมีแต่สีขาวกับสีส้ม

เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมชุดนักบินอวกาศถึงมีแต่สีขาวกับสีส้ม?

ชุดส้มมีชื่อเรียกว่า Advanced Crew Escape Suit (ACES)

นักบินอวกาศจะใส่ชุดสีส้มตอนปล่อยตัวและตอนกลับสู่โลกมนุษย์ หากเกิดเหตุฉุกเฉินตอนปล่อยตัว หรือตอนกลับเข้ามาบนโลกแล้วทีมงานก็จะมองเห็นได้ง่าย เพราะสีส้มนี้ไม่ใช่ส้มธรรมดาแต่เป็น “ส้มอินเตอร์” (International Orange) ที่มองเห็นได้ชัดจากที่ไกลๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด โดยเฉพาะถ้าต้องล่องลอยอยู่กลางทะเล

ชุดส้มจึงมีทั้งร่มชูชีพ เรือชูชีพ และแม้กระทั่งชุดยังชีพ เพื่อให้แน่ใจว่านักบินอวกาศจะอยู่รอดปลอดภัยหลังถูกดีดตัวกลับลงมายังดาวเคราะห์โลก

ส่วนชุดขาวมีชื่อเรียกว่า Extravehicular Activity Suit (EVA) มีไว้สำหรับการทำภารกิจนอกตัวยานเมื่ออยู่ในอวกาศแล้ว ซึ่งก็คือการ “เดินอวกาศ” หรือ spacewalk นั่นเอง

สีขาวจะมองเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ในอวกาศที่เวิ้งว้างว่างเปล่าและมืดมิด แถมสีขาวยังสะท้อนแสงจึงไม่ดูดซึมความร้อนจากดวงอาทิตย์มากเกินไป ในชุดนี้มีระบบ cooling system ที่ใช้เหงื่อของเรา และมีมีน้ำดื่มเพียงพอสำหรับการทำ mission นอกยานอวกาศถึง 6 ชั่วโมง

แม้จะเป็นเรื่องที่ไกลตัวเรามาก แต่การพิชิตอวกาศก็เป็นสิ่งที่มนุษยชาติผูกพันมานาน จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง

ใครอยากรู้จักชุดอวกาศมากกว่านี้ลองกูเกิ้ลชื่อเต็มของ ACES กับ EVA ดูนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Phani Priya’s answer to What is something that most people don’t know?