หวังน้อยๆ ทำเยอะๆ

Slide2

ระยะหลังผมถูกถามเรื่อง OKR – Objectives and Key Results ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ Intel และ Google ใช้งานกัน ส่วนองค์กรไทยกำลังตื่นตัว และช่วงนี้ก็มีหนังสือออกมาหลายเล่ม

ทุกครั้งที่ผมได้รับเชิญไปพูด ผมจะจบด้วยประโยคที่ว่า OKR ไม่ใช่ยาวิเศษ มันก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือตัวหนึ่งเท่านั้น

แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ผมพยายามจะบอกว่า อย่าไปหวังกับมันเยอะเกินไป เพราะจริงๆ แล้วมันมีปัจจัยอีกมากมายที่องค์กรจะสำเร็จหรือไม่

—–

แน่นอนว่าคนเราควรมีความหวัง

แต่ความหวังบางทีมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความคาดหวัง

เมื่อมีความคาดหวังเมื่อไหร่ก็ทุกข์เมื่อนั้น

เพราะสมการแห่งความสุขคือ

Happiness = Reality – Expectations

ถ้าความจริงมันไม่ดีอย่างที่หวัง ความสุขก็ติดลบ

ถ้าเราไม่คาดหวัง ความจริงจะเป็นอย่างไรเราก็ยังจะพอสุขอยู่ได้

ดังนั้น อย่าไปหวังเยอะ แต่เรามีสิทธิ์ที่จะเพิ่มโอกาสสำเร็จได้ด้วยการลงมือทำ

สุภาษิตของแอฟริกันบอกว่า When you pray, move your feet

สวดมนต์ได้ แต่อย่านั่งอยู่เฉยๆ ให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายด้วย

หวังน้อยๆ ทำเยอะๆ

แล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราก็น่าจะพอใจกับมันได้ครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ความเชื่อไหนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็เก็บเอาไว้

Slide6

หลายอย่างที่เราคิดว่าเป็นความจริง ในที่สุดแล้วมันอาจจะเป็นแค่ความเชื่อ เป็นนิทานที่เราเลือกที่จะฟัง

ความเชื่อว่าทำงานหนักแล้วจะประสบความสำเร็จ

ความเชื่อว่าประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่ดีที่สุด

หรือแม้กระทั่งความเชื่อว่า 1+1 = 2 ซึ่งอาจารย์ของผมที่จบด็อกเตอร์ด้านคณิตศาสตร์บอกว่าพิสูจน์ไม่ได้แต่ “It feels right!”

ความเชื่อบางอย่างอาจจะจริงสำหรับบางคน และไม่จริงสำหรับบางคนก็ได้

ดังนั้นการแสวงหาว่าความจริงคืออะไร อาจจะเป็นการใช้เวลาที่สิ้นเปลืองสำหรับชีวิตมนุษย์ที่แสนสั้น ใช้เวลาเถียงกันทั้งชีวิตก็ไม่จบ

สุดท้ายเราจึงทำได้เพียงแค่เลือก

ความเชื่อไหนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็เลือกที่จะเก็บมันไว้

เหมือนที่เราเลือกที่จะเชื่อว่า 1+1 = 2 แล้วสามารถเอาไปต่อยอดเรื่องอื่นๆ ได้

ส่วนความเชื่อไหนที่ทำให้ชีวิตเราแย่ลงก็วางมันลง

แม้ความเชื่อนั้นจะมีคนบอกว่าจริงสำหรับเขา แต่ถ้าเราลองแล้วมันไม่ได้จริงสำหรับเราก็ไม่ต้องไปฝืนครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

นิทานแมวกับหมู

Slide1

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

แมวกับหมูเป็นเพื่อนรักกัน

วันหนึ่งแมวตกลงไปในหลุมลึก จึงตะโกนขอความช่วยเหลือ

“หมูๆ ช่วยเราด้วย เราตกลงมาในหลุม ปีนขึ้นไปไม่ได้”

“ให้ชั้นช่วยยังไงดีล่ะ?!”

“ไปหาเชือกยาวๆ มาซักเส้นนึงสิ”

หมูวิ่งไปหาเชือกมาจนได้ แล้วโยนเชือกลงมาในหลุม

“โยนมาทั้งเส้นอย่างงี้ได้ไงเล่า!” แมวต่อว่าหมู

“อ้าว แล้วจริงๆ แล้วต้องทำยังไงเหรอ”

“มันต้องจับปลายข้างนึงไว้สิเฟ่ย”

หมูกระโดดลงมาในหลุม หยิบปลายเชือกข้างนึงขึ้นมาแล้วยิ้มแฉ่ง

“อ่ะ หยิบละ แล้วไงต่อ?”

—–

แปลจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

โรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

Slide4

แต่เขาก็ก่ออิฐกันทุกชั่วโมงนะ

ทำงานใหญ่ ย่อมต้องใช้เวลา ต้องมีความอดทน ต้องเป็นคนที่รอได้

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องทำอย่างไม่หยุดหย่อน ทำอย่างไม่ยอมแพ้ ทำแม้จะน่าเบื่อขนาดไหน

การสร้างมหาวิหารหรืออาณาจักร แม้จะฟังดูยิ่งใหญ่ แต่เนื้องานจริงๆ มันก็คือการก่ออิฐดีๆ นี่เอง

ผมเองมีหนังสือออกมาแล้วสองเล่ม

แต่ก่อนจะเป็นหนังสือแต่ละเล่ม มันเคยเป็นบทความมาก่อน

ก่อนจะเป็นบทความ มันเคยเป็นย่อหน้ามาก่อน

ก่อนจะเป็นย่อหน้า มันเคยเป็นประโยคมาก่อน

ก่อนจะเป็นประโยค มันเคยเป็นคำมาก่อน

และก่อนจะเป็นคำได้ มันเคยเป็นไอเดียมาก่อน

ไอเดียแต่ละไอเดีย ประโยคแต่ละประโยค คืออิฐที่ก่อขึ้นทุกวัน จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน

“Rome wasn’t built in a day, but they were laying bricks every hour.”
-James Clear

ก่ออิฐ โบกปูน ทาสี มือต้องเปรอะ ตัวต้องเปื้อน ไม่มีอะไรสวยหรูเลยแม้แต่นิด

แต่เมื่องานเสร็จ ผลที่ออกมาย่อมจะทำให้เราภูมิใจได้แน่นอน

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

3 จุดร่วมของคนสำเร็จ

Slide5

1. คิดแล้วทำ

ความคิดและการกระทำมันออกมาได้ 4 หน้า

ไม่คิด ไม่ทำ ก็ช่วยอะไรไม่ได้

คิดแต่ไม่ทำ ก็เสียของ

ทำแบบไม่คิด ก็อันตราย

คิดแล้วทำ คือจุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จ

2. ทบทวนตน

หรือภาษาพระที่เรียกว่าวิมังสา

เราไม่ค่อยอยากทบทวนตัวเองเท่าไหร่ หนึ่งเพราะเราติดกับดักความเคยชิน สองเพราะการทบทวนมันเจ็บปวด ต้องสบตากับความบกพร่องของตัวเอง

พี่ต่อ ฟีโนมีน่าเคยบอกว่า ข้อผิดพลาดนั้นโคตรมีประโยชน์ เพราะถ้าเราเรียนรู้จากมันและไม่ทำผิดซ้ำ กราฟชีวิตของเราจะพุ่ง

3. ล้มแล้วลุก

กว่าจะขึ่จักรยานสองล้อได้ มีใครไม่เคยเข่าถลอกบ้าง

แล้วก็ต้องขอบคุณตัวเองที่แม้จะจักรยานล้มไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นตอนนี้เราก็คงยังขี่จักรยานไม่เป็น

ล้มแล้วเจ็บ คนเราเลยไม่อยากลุกเพราะกลัวจะเจ็บอีก ซึ่งนั่นแหละคือความแตกต่างระหว่างคนที่ครึ่งๆ กลางๆ กับคนที่ไปได้จนสุดทาง

คนสำเร็จกลางๆ จะหลีกเลี่ยงความล้มเหลวเพราะไม่อยากเจ็บตัวและเจ็บใจ

คนสำเร็จสุดๆ จะไม่กลัวความล้มเหลว เพราะเข้าใจว่าถึงล้มก็แค่เข่าถลอก แต่ถ้าขี่จักรยานเป็นจะสบายไปอีกนาน

คิดแล้วทำ ทบทวนตน ล้มแล้วลุก

ทำสามอย่างนี้ได้ โอกาสสำเร็จก็เกิน 90% แล้วครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer