จงมีวันดีๆ ให้ได้ก่อน 12:00

20200106

“Look, the goal is to have a great day by noon.”
-Gary Keller

Gary Keller คือผู้เขียน The One Thing ซึ่งเป็นหนังสือด้าน Productivity ที่ผมชอบมากที่สุดเล่มหนึ่ง

แกรี่ได้ให้สัมภาษณ์ในพ็อดคาสท์ของ Tim Ferriss ไว้ว่าคนเราควรจะมีวันดีๆ ให้ได้ก่อนเที่ยง

เพราะช่วงเช้าคือช่วงที่เราพลังงานเยอะสุด มี willpower สูงที่สุด มีชั่วโมงที่เราได้อยู่กับตัวเอง สามารถทำงานได้โดยไม่มีใครขัดจังหวะ

ดังนั้น ถ้ามีเรื่องสำคัญอะไร จงทำให้เสร็จเสียเรียบร้อย แล้วปล่อยให้อะไรก็ตามที่เข้ามาใหม่ในช่วงเช้าเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เราจะทำในช่วงบ่าย

พูดง่ายๆ ก็คือช่วงเช้าจงทำเพื่อตัวเอง ช่วงบ่ายค่อยทำเพื่อคนอื่น

หนึ่งในสาเหุตที่เรารู้สึกแย่กับงาน เพราะวันๆ เราเอาแต่วิ่งเป็นหนูถีบจักรเพื่องานที่สำคัญสำหรับคนอื่น แผนที่เราวางไว้มักไม่ค่อยได้ทำ เพราะพอมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาเราก็มักจะกระโดดไปหามันก่อนเสมอ

จากนี้ไปลองเปลี่ยนใหม่ ตั้งเป้าว่าจะมี a great day ก่อนพักเที่ยงด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองวางไว้ ส่วนอะไรที่เข้ามาใหม่ๆ ค่อยเก็บไปทำตอนบ่ายก็ยังไม่สาย

แล้วลองดูว่าความรู้สึกที่เรามีต่อวันจันทร์จะเปลี่ยนไปอย่างไรนะครับ

—–

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

รีวิวหนังสือ ความสุขปัจจุบันสุทธิ

20200105b

เมื่อวานนี้อาจารย์นภดล ร่มโพธิ์เพิ่งรีวิวหนังสือ “ช้างกูอยู่ไหน” ลงในพอดคาสท์ Nopadol’s Story และระบุว่าช้างกูอยู่ไหนเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายที่อ่านจบในปี 2019

วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาบอกว่า หนังสือเล่มแรกที่ผมอ่านจบในปี 2020 คือ “ความสุขปัจจุบันสุทธิ” ของอาจารย์นภดลนี่แหละครับ อ่านจบวันปีใหม่พอดีเลย

ผมได้รู้จักอาจารย์นภดลในงานที่ PMAT จัดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งทั้งอาจารย์และผมได้พูดใน session เดียวกันว่าด้วยเรื่อง OKR

ก่อนถึงวันงานผมก็เลยค้นประวัติของอาจารย์ดู แล้วก็ amazing มากเพราะอาจารย์นภดลได้เป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่อายุสี่สิบกว่าๆ ซึ่งหลายคนน่าจะรู้ว่าการได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ในเมืองไทยเป็นเรื่องที่ยากมาก ยากกว่าการเป็น Professor ในเมืองนอกเสียอีก

ชื่อหนังสือ “ความสุขปัจจุบันสุทธิ” เป็นชื่อที่ชวนให้ค้นหาว่ามันคืออะไร ดังนั้นตอนที่ผมเปิดหนังสือขึ้นมา ผมก็รีบตรงไปที่หน้าสารบัญแล้วพลิกไปดูเรื่องนี้เป็นบทแรกเลย

ใครที่พอจะเข้าใจเรื่องการเงินอยู่บ้าง ย่อมจะเคยได้ยินคำว่า NPV หรือ Net Present Value

เพราะเงิน 100 บาทในอนาคต ย่อมมีมูลค่าน้อยกว่าเงิน 100 บาทในตอนนี้ ดังนั้นวิชาการเงินจึงมีสูตรเพื่อคำนวณว่าเงิน 100 บาทใน 10 ปีข้างหน้านั้นจะมี “มูลค่าปัจจุบันสุทธิ” หรือ NPV เท่าไหร่นั่นเอง ซึ่งถ้าให้ผมกะๆ เอาก็น่าจะประมาณ 60-70 บาท

มันก็เลยเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ Net Present Happiness หรือ “ความสุขปัจจุบันสุทธิ” ของอาจารย์นภดล ที่บอกว่าความสุขในอนาคต ไม่เท่ากับความสุขในตอนนี้ เราจึงยังไม่ทำสิ่งที่เรารู้อยู่แก่ใจว่าดีกับตัวเราในระยะยาว และเลือกสิ่งที่จะทำให้เรามีความสุข “ที่นี่เดี๋ยวนี้” เลยมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น ฉันก็อยากหุ่นดีนะ แต่ความสุขที่จะได้หุ่นดีในอนาคตอาจจะมีมูลค่า 100 แต้ม พอคำนวณ NPH แล้วเหลือแค่ 70 แต้ม ขณะที่ถ้าฉันอยากกินชานมไข่มุกแล้วต้องอดใจไว้ คะแนนความสุขฉันจะลดฮวบทันที 100 แต้ม

70-100 = -30

พอค่าความสุขปัจจุบันสุทธิเป็นติดลบ ฉันเลยขอเลือกกินชานมไข่มุกดีกว่า

ดังนั้น ถ้าอยากจะให้ชีวิตเราดีขึ้น เราควรทำให้ค่า NPH ของเราเป็นบวกในทุกการตัดสินใจ อันจะนำมาซึ่งพฤติกรรมที่เป็นคุณกับเราในระยะยาว โดยอาจารย์นภดลก็ได้ให้คำแนะนำไว้ 3 ข้อ ส่วนจะมีวิธีใดบ้างลองไปหาอ่านดูนะครับ 🙂

—–

ผมขอยกตัวอย่างอีก 3 เรื่องที่ผมชอบเป็นพิเศษในหนังสือเล่มนี้

เรื่องแรกคือการผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งนับเป็นศัตรูของเรามาโดยตลอด เพราะมันทำให้เราไม่ได้เริ่มอะไรซักอย่าง

แต่เราสามารถใช้นิสัยนี้ให้เป็นคุณกับเราได้ ด้วยการ “ผัดผ่อนการทำไม่ดี” ออกไป

ยกตัวอย่างเช่น เราอยากจะกินข้าวให้เยอะกว่านี้ แต่ก็บอกตัวเองว่า พรุ่งนี้ค่อยกินดีกว่า จะกินให้เต็มที่เลย แล้วพอพรุ่งนี้มาถึงเราก็ผัดผ่อนการกินเยอะๆ ไปอีกรอบ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ผอมเสียแล้ว

หรือถ้าเวลาไปเดินห้างแล้วเห็นเสื้อที่อยากซื้อ ก็บอกตัวเองว่าเอาไว้ก่อน ไว้กลับถึงบ้านแล้วถ้ายังอยากซื้อค่อยมาซื้อใหม่ก็ยังไม่สาย ซึ่งมันจะทำให้เรารู้ว่าเราต้องการเสื้อตัวนั้นจริงๆ อยู่รึเปล่า

—–

เรื่องที่สองคือประโยคสั้นๆ แต่กินใจมาก

คำว่ารักสะกดว่า “เ-ว-ล-า”

เป็นคำแนะนำในการเลี้ยงลูกแต่จริงๆ มันก็ใช้ได้กับทุกความสัมพันธ์

พ่อแม่สมัยนี้ภารกิจมากมายเหลือเกิน ขนาดวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังไม่ค่อยได้พัก (เช่นผมที่มานั่งเขียนบล็อกเป็นต้น!)

แต่ของขวัญที่มีค่าที่สุด และวิธีที่จะทำให้ลูกรับรู้ได้ดีที่สุดว่าเรารักเขาก็คือการให้เวลากับเขานั่นเอง

ส่วนจะไปจัดการยังไงก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของแต่ละคน ขอแค่ให้เราระลึกเสมอว่าลูกจะเป็นเด็กอยู่แค่แป๊บเดียวเท่านั้น เมื่อผ่านช่วงนี้ไป มันก็คือโอกาสที่ไม่อาจย้อนกลับ

—–

เรื่องสุดท้ายที่ผมจะนำมาฝากจากหนังสือเล่มนี้คือคำถามสำคัญ:-

“ถ้าตัวเราในอีก 5 ปี ข้างหน้ามาคุยกับตัวเราตอนนี้ คิดว่าเขาจะบอกอะไรเรา”

เขาจะขอบคุณหรือเขาจะโกรธเคือง เขาจะเตือนหรือเขาจะชมเชย

เป็นคำถามที่อาจต้องใช้เวลาคิดค่อนข้างนาน แต่ผมเชื่อว่าคำถามที่ดีที่มาถูกที่ถูกเวลามันมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนทิศทางของชีวิตคนคนหนึ่งได้เลย

—–

ยังมีอีกหลายข้อความที่ชวนให้คิดให้ค้นต่อในหนังสือเล่มนี้ เช่น

– บางทีเราก็ไม่ควรมีความอดทน
– เราไม่เคยยุ่งจนไม่ได้กินข้าวติดต่อกัน 3 วัน
– ที่มันยากเพราะมันยังไม่ใช่นิสัย ถ้าเป็นนิสัยมันก็ไม่ยาก

และอาจารย์นภดลได้แชร์เทคนิคที่ช่วยให้อาจารย์ทำงานวิจัยออกมาได้มากมาย ไขข้อสงสัยของผมว่าทำไมถึงได้ตำแหน่งศาสตราจารย์รวดเร็วเช่นนี้

โดยสรุป ความสุขปัจจุบันสุทธิจึงเป็นหนังสือที่ดี อ่านง่าย ควรแก่การซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเองและคนรักในปีใหม่นี้ครับ


ป.ล. ถ้าเข้าเว็บของซีเอ็ด แล้วหาหนังสือความสุขปัจจุบันสุทธิ จะเห็นว่าคนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ มักจะซื้อหนังสือช้างกูอยู่ไหน และหนังสือ วิธีแก้ปัญหายากให้ง่ายฯ ไปอ่านด้วยกันครับ 😉

รออะไรก็ไม่รู้ กลัวอะไรก็ไม่รู้

20200104

รออะไรก็ไม่รู้ กลัวอะไรก็ไม่รู้

แต่เราก็รอมาเรื่อยๆ และกลัวมาเรื่อยๆ

เลยมีหลายเรื่องที่ยังไม่ได้สะสาง หลายอย่างที่เป็นเพียงฝันเลื่อนลอย

เราบอกไม่ได้ว่าเรากลัวสิ่งใด เราบอกไม่ได้ว่าเรากำลังรออะไร

เราเลยกลบความไม่ชัดเจนนี้ด้วยเหตุผลคลาสสิกว่าเราไม่มีเวลา แต่เรากลับมีเวลาเล่นมือถือได้วันละเป็นชั่วโมง

ซึ่งเรื่องที่ค้างคานี้อาจไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เราก็เลยอยู่รอดมาได้โดยไม่ต้องทำอะไร

แต่ข้อเสียคือมันรกหูรกตารกใจ และกลับมาคอยย้ำเตือนว่าเรายังปล่อยปละละเลย ทำให้เราสูญเสียความนับถือในตัวเองไปอย่างช้าๆ

ถ้าสุดท้ายก็ต้องทำอยู่ดี สู้กัดฟันทำเสียตอนนี้ก็น่าจะคุ้มค่านะครับ

—–

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ชวนคุณมาตั้งคำถามว่า เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดนี้ อะไรกันแน่ที่ยังสำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

นิทานเม็ดทรายกับไข่มุก

20200102b

เด็กหนุ่มคนหนึ่งจบปริญญาตรีด้วยคะแนนดีเยี่ยม เขามั่นใจมากว่าจะต้องได้งานที่ตัวเองฝันไว้อย่างแน่นอน

แต่หลังจากได้ไปสัมภาษณ์กับหลายบริษัทที่ตัวเองหมายตาเอาไว้ เขากลับไม่ถูกเรียกให้เข้าไปเซ็นสัญญาเลยแม้แต่ที่เดียว

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ จึงไปเดินเล่นที่หาดทรายเผื่อจะคิดอะไรออก

เขาได้พบกับชายชราผู้หนึ่งที่อัธยาศัยดีและคุยกันถูกคอ ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง

ชายชราได้ยินดังนั้นจึงก้มลงหยิบทรายเม็ดหนึ่งขึ้นมาชู ก่อนที่จะปล่อยมันตกพื้น

“เอาล่ะพ่อหนุ่ม ช่วยเก็บทรายเม็ดเมื่อกี้ให้ลุงหน่อย”

“ผมจะไปหาเจอได้ไงล่ะครับลุง ทรายตรงนี้มีไม่รู้ตั้งกี่พันเม็ด แถมหน้าตาก็เหมือนกันหมดด้วย”

ชายชราไม่ว่าอะไร ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมา มันเป็นไข่มุกสีขาวนวลขนาดพอๆ กับลูกปัด แล้วเขาก็ปล่อยมันตกลงพื้น

“คราวนี้เธอเก็บไข่มุกให้ลุงได้มั้ย?”

“ก็แหงอยู่แล้วสิครับ ดูง่ายจะตายไป”

“ตอนนี้เธอคิดว่าตัวเองพิเศษกว่าใคร แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ต่างอะไรกับเม็ดทรายนับร้อยนับพันบนชายหาดนี้ จงฝึกฝนและกวดขันตัวเองจนกว่าจะเป็นไข่มุกเถอะ แล้วเมื่อถึงวันนั้นใครๆ ก็ย่อมต้องการตัวเธอและหาเธอเจอได้อย่างง่ายดาย”

—–

ขอบคุณนิทานภาษาจีนจากไลน์

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

ไม่มีมีดด้ามไหนที่ลับแล้วไม่คม

20200102

สมองของมนุษย์เรามีคุณสมบัติที่เรียกว่า neuroplasticity

neuro = เกี่ยวกับระบบประสาท

plasticity = ยืดหยุ่นปรับรูปโฉมได้เหมือนพลาสติก

หมายความว่าสมองของเราปรับเปลี่ยนได้ตลอดชีวิต

ถ้าคิดว่าเราแก่เกินไปที่จะหัดเขียนโปรแกรม ให้รู้ว่าคุณมาซาโกะ วากายิมะจากโตเกียวสร้างแอปไอโฟนตอนสิริอายุรวม 81 ปี

ถ้าคิดว่าเด็กเกินไปที่จะสร้าง impact ได้ ให้รู้ว่า Youtuber ที่รายได้มากที่สุดในปีนี้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบชื่อ Ryan Kaji จากรัฐเท็กซัส

ถ้าคิดว่าเราอ้วนเกินไปที่จะออกกำลังกาย ให้รู้ว่านักวิ่งมาราธอนหลายคนเคยน้ำหนักเกินร้อยกิโลมาก่อน

ถึงอ้วนก็ออกกำลังกายได้ ถึงไม่เก่งก็ฝึกฝนได้ ถึงไม่รู้ก็ศึกษาได้

สมองคนเรานั้นมหัศจรรย์ ร่างกายคนเราก็มหัศจรรย์ และใจคนเราก็มหัศจรรย์ จงอย่าปล่อยให้ความมหัศจรรรย์นี้สูญเปล่า

ไม่มีมีดด้ามไหนที่ลับแล้วไม่คม

คำถามคือเราได้ลงมือลับมีดบ้างแล้วหรือเปล่า

หรือเรายังมัวแต่ถกเถียง วางแผน ซื้ออุปกรณ์ และทำอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมดยกเว้นการลับมีด

ปีใหม่ 2563 นี้ ขอให้ทุกคนเริ่มลับมีดของตน

และถ้าไม่เลิกล้ม มีดนี้จะคมกริบก่อนปี 2564 จะมาถึงแน่นอน

—–

ขอบคุณข้อความจากโรงเรียนโพหัก”วงศ์สมบูรณ์ราษฎร์อุปถัมภ์” จ.ราชบุรี

 

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมเดินทางถึงนายอินทร์ ซีเอ็ด และ B2S แล้ว อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room