5 คำแนะนำสำหรับคนตื่นนอนกลางดึก

20200107c

1. ถ้าปวดฉี่ ให้ลุกไปเข้าห้องน้ำ อย่าขี้เกียจลุกแล้วนอนอั้นอยู่อย่างนั้น

2. ถ้าไม่ได้ปวดฉี่ แต่ผ่านไป 10 นาทีแล้วก็ยังไม่หลับ ก็ลุกขึ้นมาดีกว่า เพราะถ้ายิ่งพยายามนอน จะยิ่งหงุดหงิดและจะยิ่งนอนไม่หลับ

3. เมื่อลุกขึ้นมาแล้ว อย่าเล่นมือถือหรือดูทีวี เพราะอุปกรณ์ LED จะปล่อยแสงสีน้ำเงิน (blue light) ซึ่งกระตุ้นให้เราตื่นตัวยิ่งกว่าเดิม เอาจริงๆ เราก็จ้องอุปกรณ์เหล่านี้มาตลอดทั้งวันอยู่แล้ว ถนอมตาบ้างเถอะ

4. ทำกิจกรรมเบาๆ เช่นอ่านหนังสือที่ไม่ได้หวือหวา เขียนสิ่งที่อยู่ในหัวลงกระดาษ ทบทวนสัปดาห์ที่ผ่านมา สวดมนต์-นั่งสมาธิ

5. เมื่อทำข้อ 4 ได้สักพักเดี๋ยวจะรู้สึกง่วงเอง แล้วเราก็จะกลับไปนอนได้อย่างสันติสุข หรือถ้าไม่ง่วงก็ไม่เป็นไร ให้ทำโน่นทำนี่จนกว่าจะรู้สึกง่วงแล้วค่อยพาตัวเองกลับไปที่เตียง

อย่าไปกังวลว่าเราจะนอนไม่พอ ให้คิดว่ากำไรเพราะได้ mini evening แถมมาฟรีๆ เป็นโอกาสให้เราได้ทำอะไรที่ปกติเราไม่ค่อยมีเวลาทำครับ


“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

นิทานตกนรก

20200110

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

“สิน” เป็นผู้ชายที่ขยันขันแข็งและไม่เคยทำร้ายใคร เขากตัญญูกับพ่อแม่ ซื่อสัตย์กับภรรยา และเป็นพ่อที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรับผิดชอบต่อครอบครัว

แต่สินทำงานหนักเสียจนไม่ได้พักผ่อน ไม่ว่าพ่อแม่หรือภรรยาเตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง วันหนึ่งเมื่อร่างกายมาถึงขีดจำกัด เขาจึงล้มป่วยลงและจากไปในวัยเพียงสามสิบกว่าๆ

สินคิดว่าด้วยความดีที่เขาทำมาทั้งชีวิตเขาน่าจะได้ไปสวรรค์ แต่ท้าวพญายมราชกลับตัดสินให้เขาลงนรก เมื่อสินทักท้วง พญายมราชจึงบอกให้สินเดินไปที่หน้าต่างบานหนึ่งหลังบัลลังก์ เมื่อสินมองลงไปก็เห็นโลกมนุษย์ที่เขาจากมา

พ่อที่แก่ชราของสินต้องเดินเคาะประตูตามบ้านเพื่อขออาหาร ภรรยาอันงดงามของสินนั้นดูโทรมลงไปเยอะเพราะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ส่วนลูกของสินก็โดนเพื่อนๆ ในหมู่บ้านล้อเพราะไม่ได้ไปโรงเรียน

สินมองภาพเหล่านั้นด้วยใจปวดร้าว ก่อนที่พญายมราชจะกล่าวขึ้นว่า

“ในเมื่อเจ้าไม่เคยดูแลตัวเองจนสุขภาพเสื่อมโทรม และการจากมาของเจ้าได้ทำให้คนเหล่านี้ต้องทุกข์ทนราวกับอยู่ในนรก เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าตัวเองคู่ควรที่จะได้ขึ้นสวรรค์ด้วยเล่า?”

—–

ดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนทางไลน์

ไม้ผุไม่อาจใช้แกะสลักได้

20200107b

เพราะไม้ที่ผุนั้นเปราะบาง ข้างในเป็นโพรง ไม่มีแก่นสาร หากพยายามจะกระเทาะส่วนใดออกก็รังแต่จะทำให้ไม้หักไปทั้งยวง

คนเราก็เหมือนกัน หากเป็นคนไร้หลักการ ไร้ความขยันหมั่นเพียร ไร้ซึ่งความมุ่งหมาย ก็เหมือนไม้ผุที่โดยกระเทาะหน่อยเดียวก็แตก

หากอยากให้ชีวิตนั้นสวยงาม ขั้นตอนแรกคือต้องทำตัวเองให้มีแก่นสารก่อน จะได้พร้อมรับแรงกดดัน แรงกระแทก แรงเสียดสี ซึ่งวันหนึ่งแรงต่างๆ เหล่านี้จะแกะสลักชีวิตของเราให้มีลวดลายที่น่าชื่นชมและมีคุณค่าต่อผู้คนและโลกใบนี้ครับ

—–

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

เอ่ยปากชมคนอื่นให้มากขึ้น

20200107

นี่เป็นอีกหนึ่งนิสัยที่ผมอยากจะทำให้ได้ในปีใหม่นี้

เพราะคนไทยนั้นมักปากหนักเวลาชมเชย ผิดกับฝรั่งที่ใช้คำชมเสียจนชิน

“Wow, this cake is amazing!”

“The presentation was awesome!”

“You’re doing great!”

Amazing, Awesome, Great ฝรั่งใช้คำนี้กันทุกวัน จนบางทีเราก็รู้สึกว่าความหมายของมันก็ถูกลดทอนคุณค่าลงไป

ในขณะที่คนไทยจะตรงกันข้ามเลย ถ้าใครทำดีมากๆ เราก็อาจจะพูดแค่ว่า “โอเคเลยนะ” หรือ “ใช้ได้เลยนะ” หรือ “อันนี้ดี พี่ชอบ” แค่นี้คือถือว่าชมมากๆ แล้ว น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยที่จะเห็นใครชมกันว่า “สุดยอดไปเลย” โดยเฉพาะในที่ทำงาน

แต่แม้กระทั่งการชมแบบที่กล่าวมาก็ยังถือว่าน้อยอยู่ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ควรจะเป็น

การเอ่ยชมนั้นถือเป็นไม่กี่อย่างในชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ผลตอบแทนสูง

ความเสี่ยงต่ำเพราะไม่ต้องใช้เงินซักบาท ใช้เวลาเพียงแค่สองวินาที เผลอๆ คนพูดจำไม่ได้ด้วยซ้ำ

แต่คำชมที่ออกไปนั้น มันมีความหมายมากพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งยิ้มได้ทั้งวันและจดจำได้ไปอีกหลายปี

ตัวผมเองตั้งใจว่าจะชมให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง จะโดยวาจา ทางแชท หรืออีเมลก็ได้

ก้าวข้ามความเขิน เอ่ยสิ่งที่เรารู้สึก แล้วถ้อยคำของเราจะกลายเป็นของขวัญชั้นดีครับ


“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

โรคเคี้ยวแล้วไม่กลืน

20200106b

ตอนนี้ “ใกล้รุ่ง” ลูกชายของผมอายุสองขวบกว่าแล้ว

ใกล้รุ่งก็เหมือนเด็กทั่วไปคือห่วงกิน เห็นอะไรก็อยากกินไปเสียหมด

แต่นิสัยอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่คือพอเคี้ยวได้สักพัก เขาจะคายทิ้ง จากนั้นก็จะหยิบอาหารแบบเดิมนี่แหละมาเคี้ยวใหม่ ก่อนจะคายทิ้งอีกรอบ

ดูเค้าน่าจะสนุกกับการเคี้ยวและได้ลิ้มลองรสชาติ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมกลืนมัน ผู้ใหญ่อย่างผมก็รู้สึกเสียของ ต้องคอยปรามว่าถ้าเคี้ยวเล่นๆ อย่างนี้จะไม่ให้กินแล้วนะ

ผมว่าผู้ใหญ่อย่างเราก็เป็นโรคเคี้ยวแล้วไม่กลืนกันเยอะนะครับ

เพราะนี่คือช่วงเวลาที่เรามีอะไรให้ลองให้เลือกมากกว่าที่เคยเป็นมา เน็ตฟลิกซ์ก็น่าดู IF ก็น่าลอง ดริปกาแฟก็อินเทรนด์ ไอโฟนใหม่ก็น่าซื้อ สิ่งล่อตาล่อใจมีมากมายเหลือคณานับ

แต่เมื่อเราอยากลองไปเสียทุกอย่าง เราจึงกลายเป็นผู้ใหญ่สมาธิสั้น เห็นอะไรน่าสนใจก็พุ่งเข้าหา แต่ไม่ทันจะได้ประโยชน์จากมันเราก็ผละไปลองสิ่งอื่นอีกแล้ว

เหมือนเด็กที่เคี้ยวอาหารแต่ไม่ยอมกลืน ได้ความอร่อยแต่ไม่ได้รับสารอาหารใดๆ

ใช่ ชีวิตคือการทดลอง ใช่ ชีวิตควรกล้าทำสิ่งใหม่ๆ แต่ชีวิตก็ควรเรียนรู้ที่จะช้าลงและใช้เวลากับสิ่งที่มีคุณค่าและเก็บเกี่ยวจากมันให้เต็มที่ด้วย

เคี้ยวแล้วกลืนถึงจะเติบโตได้ดีครับ

—–

IF = Intermittent Fasting อดอาหารเพื่อให้หัวสมองโล่ง เป็นเทรนด์ Silicon Valley ในปีที่ผ่านมา

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room