นิทานเรือรบ

20190615_battleship

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เรือรบอเมริกาออกลาดตระเวนย่านน้ำยามค่ำคืน

คืนนั้นทัศนวิสัยไม่ดีเพราะมีหมอกหนา กัปตันจึงกำชับลูกเรือให้เฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

“มีแสงไฟอยู่ข้างหน้าครับกัปตัน” ลูกเรือตะโกนบอก

“แสงไฟอยู่กับที่หรือเคลื่อนไหว” กัปตันถาม

“อยู่กับที่ครับ” ลูกเรือตอบ ซึ่งแสดงว่าเรือลำนั้นกำลังมุ่งตรงมาทางนี้

กัปตันจึงพูดใส่เครื่องส่งสัญญาณวิทยุ

“เรากำลังจะชนกัน ขอให้คุณหันหัวเรือ 20 องศา เปลี่ยน”

เงียบไปหลายอึดใจ สักพักก็มีเสียงตอบกลับมา

“ผมขอแนะนำให้คุณเป็นฝ่ายหันหัวเรือ 20 องศา เปลี่ยน”

เจ้านี่คิดว่ามันเป็นใครกันถึงมาสั่งเรา กัปตันคิดก่อนโต้ตอบกลับ

“ผมเป็นกัปตัน ขอให้คุณหัน 20 องศา เปลี่ยน”

“ผมเป็นกะลาสี ด้วยความเคารพ ท่านหัน 20 องศาดีกว่าครับ เปลี่ยน”

กัปตันหมดความอดทน

“นี่คือเรือรบอเมริกา หัน 20 องศาเดี๋ยวนี้ เปลี่ยน!!”

“ที่นี่เป็นประภาคาร แล้วแต่ท่านแล้วกันครับ เปลี่ยน”

ขอบคุณนิทานจาก Wisdom Stories to Live By และ Clookclick

อยู่อย่างนี้ก็ไม่มีความสุข

20190615_limbo

แต่ก็เจ็บไม่พอที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง

ฝรั่งเรียกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ว่า in limbo กลับก็ไม่ได้ ไปก็ไม่ถึง

ซึ่งอันตราย

เพราะเมื่อมันเจ็บไม่มากนักก็ทนเอา ทนนานๆ เข้าก็ชิน

เมื่อชินก็เลยไม่ยอมเปลี่ยน เมื่อไม่เปลี่ยนก็เลยไม่ดีขึ้น

กว่าจะรู้ตัวอีกที ชีวิตก็ล่วงเลย โอกาสก็ผ่านพ้น

ใครที่รู้สึกว่าอยู่ในสภาวะนี้มานานเกินไปแล้ว ก็ลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่างดูนะครับ

Follow this blog on LINE: bit.ly/tgimline

เถียงให้ตายก็ไม่ชนะ

20190515_argument

สู้ทำให้ดูเลยดีกว่า

เวลาคนสองคนเถียงกัน ต่างฝ่ายต่างจะพูดอะไรก็ได้ จริงบ้างเท็จบ้าง เกินเลยไปบ้าง เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าตัวเองนั้นถูกต้องกว่า-ฉลาดกว่าอีกฝ่าย

การเถียงกันเลยมักจะจบลงด้วยการ “เสมอกัน” โดยที่ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในความคิดของตัวเองมากกว่าเดิม

หรือในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีพาวเวอร์มากกว่า เช่นหัวหน้ากับลูกน้อง หรือแม่กับลูก การเถียงมักจะจบลงด้วยการที่หัวหน้าเป็นฝ่ายชนะ ลูกน้องต้องยอมโอนอ่อนตาม แต่จริงๆ แล้วในใจของลูกน้องก็อาจจะไม่ยอมรับอยู่ดี

เมื่อการเถียงไม่เกิดประโยชน์ การทำให้ดูจึงมีประโยชน์กว่า

ต้องใช้เวลามากกว่าแน่นอน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาจะพิสูจน์ตัวมันเอง โดยที่เราไม่ต้องใช้คำพูดโน้มน้าวหรือใช้อารมณ์เข้าห้ำหั่นกันเลย

มีเพื่อนพันคนบนเฟซบุ๊ค

20190514_thousandfbfriends

แต่จะมีซักกี่คนที่เราโทร.หาได้ตอนตีสอง?

ไม่ได้จะบอกว่าการโทร.หาเพื่อนตอนตีสองเป็นเรื่องที่ควรทำ เพียงแต่มันเป็นตัววัดที่ดีว่าในชีวิตเรานี้มีคนที่เราสนิทใจซักกี่คน

Social Media ทำให้เรามี “เพื่อน” มากมาย แต่เป็นเพื่อนที่เน้นปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ

บางคนชื่ออะไร เจอกันตอนไหนยังจำไม่ได้เลย

และชีวิตของเพื่อนที่เราเห็นตามช่องทางเหล่านี้ ก็เป็นชีวิตที่ผ่านฟิลเตอร์มาแล้ว ทั้งฟิลเตอร์ของแอป และฟิลเตอร์เนื้อหาว่าจะเอาส่วนไหนของชีวิตมาอวดให้คนอื่นดู

ความสัมพันธ์ผ่านตัวกรองนั้นอาจดูสวยงาม แต่เปราะบางและว่างเปล่า

จึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย ถ้าเราจะไปให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์บนโลกเสมือนที่สะท้อนโลกแห่งความจริงเพียง 10% (หรือ -10%)

ยกมือถือขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อเข้าแอป แต่เพื่อโทร.หา ถ้ามีเวลาก็นัดเจอกันเสียหน่อย เวลาอยู่ด้วยกันก็อย่าเอาแต่เล่นมือถือ

แล้วเราอาจจะพบสิ่งที่เราทำหล่นหายมานาน

ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตเราต้องการเพื่อนดีๆ ไม่กี่คนหรอก

ปริมาณไม่ต้องมาก ขอให้คุณภาพคับแก้วก็พอ

Anontawong’s Musings on LINE: bit.ly/tgimline

ทำตอนที่ยังไม่พร้อม

20190513_notready

ดีกว่าพร้อมแต่ไม่เคยได้ทำ

เท่าที่สังเกตคนสำเร็จ หลายๆ อย่างเขามักจะเริ่มทำตอนที่ยังไม่พร้อม

ไม่พร้อมทั้งเรื่องทุนทรัพย์ ความรู้ ตลาด และอะไรต่อมิอะไร

เหตุผลเดียวที่เดินหน้า ก็เพราะว่าเห็นโอกาสและคิดว่าควรจะลองดู เจอปัญหาอะไรก็ค่อยๆ แก้กันไป ถ้าสุดท้ายมันจะไม่เวิร์คก็แค่เลิกแล้วไปทำอย่างอื่นแทน

และผมก็เห็นตัวอย่างอีกมากมาย (ซึ่งตัวเองก็รวมอยู่ในนั้น) ที่ไม่ยอมลงมือทำด้วยเหตุผลว่าอยากรอให้พร้อมกว่านี้ สุดท้ายก็เลยไม่ได้ทำซักที กว่าจะพร้อมความฝันนั้นก็แทบจะหมดอายุไปแล้ว

ถ้ามีอะไรที่อยากทำ อย่ารีรออยู่เลยนะครับ เริ่มจากเล็กๆ ลงมือทำอย่างมีสติ และคอยสำรวจตัวเองอยู่ตลอด เดี๋ยวก็จะเก่งขึ้น-เดี๋ยวก็จะพร้อมขึ้นเอง