ทฤษฎีงูเห่า

20190521_cobra

ผมเพิ่งได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า Cobra Effect หรือ ทฤษฎีงูเห่า เห็นว่าน่าสนใจเลยอยากเอามาแชร์ครับ

เรื่องนี้มีที่มาจากเรื่องเล่าในสมัยที่อังกฤษยังปกครองอินเดียอยู่

สมัยนั้น เมืองเดลี (Delhi) มีงูเห่าชุกชุมมาก รัฐบาลจึงตั้ง “ค่าหัว” ให้กับงูเห่า ใครฆ่างูเห่าและนำศพงูเห่ามาให้เจ้าหน้าที่ ก็จะได้รับเงินรางวัลไป

ช่วงแรกทุกอย่างก็ไปได้สวยเพราะงูเห่ามากมายถูกจับตายและส่งตัวให้รัฐบาล

แต่แล้วพวกหัวหมอก็นำงูเห่ามาเพาะเลี้ยงเป็นจำนวนมากเพื่อจะสร้างรายได้ให้ตัวเอง

เมื่อรัฐบาลรู้เข้า จึงยกเลิกค่าหัวงูเห่า

คนที่เลี้ยงงูเห่าจึงปล่อยงูเห่าเข้าป่า เพราะเลี้ยงไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว

สุดท้ายงูเห่าในเดลีจึงชุกชุมยิ่งกว่าเดิม

ในบ้างครั้ง การลงมือแก้ปัญหากลับทำให้ปัญหายิ่งแย่ลง

เรื่องราวงูเห่าในเดลีนี้อาจเป็นเพียงตำนานที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง แต่ Cobra Effect นั้นมีอยู่จริง

มองย้อนกลับมาในปัจจุบัน เราอาจเคยเห็น Cobra Effect ที่บ้าน ที่ออฟฟิศ หรือในระดับประเทศ

ดังนั้นเราควรจะมองให้ออกว่าสิ่งที่เรากำลังจะตัดสินใจทำมันเปิดมีโอกาสให้เกิด Cobra Effect รึเปล่า

ถ้าใช่ ก็อาจต้องคิดอะไรให้รัดกุมมากกว่านี้ครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia

ผิดบวกผิดไม่เท่ากับถูก

20190522_twowrongs

แต่เราก็เผลอใช้สมการนี้ตลอดเวลา

เวลาใครด่าเรามา เราก็เลยด่ากลับ

เวลาเห็นเพื่อนอู้งาน เราก็เลยอู้งานบ้าง

เวลาแฟนทำอะไรให้เราไม่พอใจ เราก็เลยประชดประชัน

เพราะหนึ่งใน need พื้นฐานของมนุษย์ คือการไม่อยากถูกเอาเปรียบ

ถ้าเขาทำได้ ฉันก็ต้องทำได้สิ

แต่บางทีก็ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความยุติธรรม หากความยุติธรรมนั้นไม่ได้ส่งผลดีต่อเรา

เพราะผิดบวกผิดไม่เคยเท่ากับถูกครับ

นิทานรถเมล์

20190521_bus.png

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

บนรถเมล์ มีคุณป้าหิ้วตะกร้าผักเพื่อไปตลาดขึ้นรถมา

ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบลุกให้นั่ง

คุณป้ายิ้มแล้วถามว่า

“ไอ้หนุ่ม ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”

“28 แล้วครับ”

“28 แล้วยังต้องขึ้นรถเมล์อีกเหรอ ลูกสาวป้า 24 ก็ซื้อรถเองแล้ว”

ชายหนุ่มสะดุดเล็กน้อย ก่อนยิ้มตอบ

“ผมก็ซื้อรถไว้คันหนึ่งเหมือนกันครับ”

“อ้าว แล้วทำไมมาขึ้นรถเมล์ล่ะ?”

“ผมซื้อให้แม่ใช้ครับ แกไปจ่ายตลาดบ่อย เลยไม่อยากให้ต้องลำบากขึ้นรถเมล์ครับ”

—–

ขอบคุณนิทานที่ส่งต่อมาทางไลน์ (ต้นฉบับน่าจะเป็นของจีน ผมนำมาดัดแปลงเล็กน้อยครับ)

ขอบคุณภาพจาก Wikipedia

แทนที่จะถามว่าต้องทำยังไงจะไปถึงเป้าหมาย

20190520_whodoineedtobe

ลองถามว่า “เราต้องเป็นคนแบบไหนถึงจะไปถึงเป้าหมาย” ดู

เช่นถ้าเราอยากมีเงินซัก 10 ล้านบาทก่อนเกษียณ

เราก็ควรเป็นคนที่

– ขยันทำงาน

– เข้าใจเรื่องการลงทุน

– กล้าเสี่ยงอย่างมีสติ

– มองเห็นโอกาสในปัญหา

– ชอบลงมือทำมากกว่าพูด

– ไม่ใช้จ่ายเกินตัว

ถ้าการคิดว่าเราควรเป็นคนแบบไหนนั้นยากเกินไป อีกวิธีนึงก็คือการคิดว่าเราไม่ควรเป็นคนแบบไหน

ถ้าเราอยากมีเงินซัก 10 ล้านบาทก่อนเกษียณ เราก็ไม่ควรเป็นคนที่

– ขี้เกียจ

– ไม่เคยศึกษาเรื่องการลงทุน

– กลัวนั่นกลัวนี่ไปหมด

– มองเห็นปัญหาแล้วเอาแต่บ่น

– พูดมากกว่าทำ

– ใช้เงินมากกว่าที่หามาได้

แล้วก็บอกตัวเองว่าอย่าเป็นคนแบบนั้น

เมื่อเราเข้าใจตัวตนของคนที่จะบรรลุเป้าหมายที่เรามุ่งหวัง เราก็จะรู้เองครับว่าเราต้องทำอะไรบ้าง

ใครเห็นความโง่ คนนั้นเห็นโอกาส

20190520_stupidity

ใครที่เห็นความโง่ของตัวเอง เขาย่อมเห็นโอกาสที่จะเป็นคนที่ฉลาดและดีกว่านี้

ใครที่เห็นความโง่ของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีอยู่ เขาย่อมเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ

ใครที่เห็นความโง่ของคนอื่น เขาย่อมเห็นโอกาสที่จะสร้างสังคมที่น่าอยู่กว่าเดิม

ดังนั้น เมื่อพบกับความโง่ทั้งในตัวเองและในตัวคนอื่น อย่ามัวแต่เสียเวลาหงุดหงิดอยู่เลยนะครับ

โอกาสมารออยู่ตรงหน้าคุณแล้ว