เราไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้

20190409_cantchangethepast

แต่เราเปลี่ยนความหมายที่เราให้กับอดีตได้

ถ้าเรากำลังไร้ความสุขกับปัจจุบัน ก็เป็นไปได้ว่าเรากำลังจมอยู่กับอดีตมากเกินไป

อดีตดีๆ ที่จบไปแล้ว เราก็ฟูมฟายอยากให้มันเกิดขึ้นอีก

ส่วนอดีตที่เลวร้าย ก็เป็นแพะให้เราโยนบาปให้ว่ามันทำให้ปัจจุบันของเราย่ำแย่

แต่จุดประสงค์ของอดีตที่เลวร้ายไม่ใช่เพื่อให้เราไม่มีความสุขในวันนี้

อดีตอันเจ็บปวดมีไว้เพื่อทำให้เราฉลาดขึ้น แข็งแรงขึ้น มีสติมากขึ้น – what doesn’t kill you makes you stronger.

เมื่อวานผ่านพ้นไปแล้ว วันนี้เรายังมีลมหายใจ และหัวใจที่โตขึ้นและดวงตาคู่ใหม่

เราไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราเปลี่ยนความหมายที่เราให้กับอดีตได้เสมอ

อย่าปล่อยให้ปัจจุบันตกเป็นตัวประกันของอดีตอยู่เลย

เค้าไม่ได้จ้างเรามาเข้าประชุม

20190408_meeting

ไม่ได้จ้างเรามาตอบอีเมล

และไม่ได้จ้างเรามาทำรีพอร์ต

เขาจ้างเรามาทำงานให้เสร็จ

และงานนั้นมันควรจะสร้างมูลค่าเพิ่มบางอย่างให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์จากบริษัทของเราต่อไป

บางทีเราก็หลงลืมประเด็นนี้ เราเลยยังต้องเข้าประชุมที่น่าเบื่อ ตอบเมลที่ไม่ควรต้องตอบ และทำรีพอร์ตที่ไม่มีใครอ่าน เพียงเพราะว่าเค้าทำกันอย่างนี้มานานแล้ว

ถ้ากำลังยุ่งอยู่กับงานที่เราไม่เห็นว่าสร้างคุณค่าเพิ่มให้ใคร ลองหยุดถามตัวเองและถามหัวหน้าว่าเรากำลังทำงานนี้ไปเพื่ออะไร

อาจจะเป็นเราเองที่มองไม่เห็นคุณค่านั้น ซึ่งหัวหน้าควรจะช่วยให้เราตาสว่างได้

แต่ถ้าแม้แต่หัวหน้าก็ตอบไม่ได้ว่างานนี้สร้างคุณค่ายังไง ก็อาจถึงเวลาแล้วที่จะหยุดทำรีพอร์ตฉบับนั้นหรือยกเลิกการประชุมอันนั้นได้แล้ว

จะได้เอาแรงและเวลาอันจำกัดไปทำอย่างอื่นกันครับ

วิธีที่เรามองปัญหานั่นแหละคือปัญหา

201904074_howweseetheproblem

“The way we see the problem is the problem.”
-Stephen Covey

เราไม่เคยมองโลกอย่างที่มันเป็น

เรามองโลกอย่างที่เราเป็นเสมอ

ปัญหาหนึ่งอย่าง มีทางแก้ได้หลายวิธี

แต่ถ้าเรารู้จักทางแก้แค่วิธีเดียว เราก็มักจะใช้วิธีนั้นกับทุกปัญหา เหมือนในมือที่มีแต่ค้อน อะไรๆ ก็ดูเหมือนตะปูไปเสียหมด

ถ้าเราคุ้นเคยแต่การใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เราก็จะทำแต่แบบนั้น

ถ้าเราคุ้นเคยแต่การใช้เหตุผลและตรรกะในการแก้ปัญหา เราก็จะทำแต่แบบนั้น

ถ้าเราคุ้นเคยแต่การวิ่งหนีปัญหา เราก็จะเอาแต่วิ่งหนีปัญหาอยู่อย่างนั้น

ทั้งๆ ที่ปัญหาแต่ละอย่างต้องการวิธีรับมือไม่เหมือนกัน

บางปัญหาต้องใช้เหตุผล บางปัญหาต้องละเอียดอ่อนต่ออารมณ์ บางปัญหายังทำอะไรไม่ได้

และบางปัญหาก็ไม่ใช่ปัญหา แต่เราดันไปเป็นเดือดเป็นร้อนกับมันเอง

“The way we see the problem is the problem.”

ถอยออกมาหนึ่งก้าว มองปัญหาด้วยใจที่เป็นกลาง อย่าเพิ่งกระโจนเข้าไปด้วยความคุ้นเคย

จะได้รับมือกับมันได้โดยไม่ทำให้ปัญหามันแย่ลงไปกว่าเดิมครับ

ข้อแนะนำสำหรับคนที่ปฏิเสธใครไม่เป็น

20190406_cantsayno

คนไทยขี้เกรงใจ ไม่กล้าพูดตรงๆ เพราะกลัวทำร้ายคนอื่นหรือกลัวตัวเองจะดูไม่ดี

เวลาใครมาขอให้เราช่วยหรือทำอะไร เราจึงมักจะตอบรับเอาไว้ก่อน

ซึ่งการตอบรับทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจนี้มักจะนำไปสู่ผลลัพธ์ได้สองแบบ

หนึ่งคือรับปากแต่ไม่ทำ แล้วก็ผิดคำพูดไปเรื่อยๆ จนอีกฝ่ายอิดหนาระอาใจ

สองคือรับปากแล้วทำ แต่ทำด้วยความอึดอัดและขุ่นข้องหมองใจ

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหนึ่งหรือสองก็ไม่ค่อยดีทั้งคู่

อะไรที่เราไม่เต็มใจทำหรือไม่อยากทำ สู้เราบอกออกไปตั้งแต่ต้นดีกว่าว่าไม่สะดวกเขาจะได้ไปหาคนอื่นที่เต็มใจมากกว่า

แต่การปฏิเสธคนมันยากจริงๆ ยิ่งถ้าเราเป็นคนที่ไม่กล้าปฏิเสธใครมาทั้งชีวิตด้วยแล้วยิ่งยากเข้าไปใหญ่

ความคิดหนึ่งที่อาจจะพอช่วยได้บ้างคืออันนี้ครับ:

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเซย์เยสกับสิ่งหนึ่ง เราก็กำลังเซย์โนกับอีกสิ่งหนึ่งเสมอ

ถ้าเราเซย์เยสกับการให้เพื่อนคนนี้ยืมเงิน เราก็กำลังเซย์โนกับการเอาเงินส่วนนี้ไปทำอย่างอื่นให้มันงอกเงย

ถ้าเราเซย์เยสกับงานที่เจ้านายมาขอให้ทำกะทันหันจนต้องกลับดึก เราก็กำลังเซย์โนกับโอกาสที่จะได้อ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน

ถ้าเราเซย์เยสกับการไปร่วมงานเลี้ยงที่เราไม่ได้อยากไป เราก็กำลังเซย์โนกับการพักผ่อนชิลล์ๆ ในแบบที่ชอบกับคนที่ใช่

ตอนที่เราเซย์เยสด้วยความรู้สึกว่ามันง่ายกว่าการปฏิเสธ และเพราะเรามักหลงลืมต้นทุนที่เรียกว่า opportunity cost ตรงนี้ไป

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราระลึกได้ว่า การเซย์เยสมันจะทำให้เราสูญเสียอะไรไปบ้าง เราก็น่าจะกล้าเซย์โนมากขึ้นครับ

นิทานสูตรคูณ

20190403_timestable

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ครูโรงเรียนประถมเขียนสูตรคูณบนกระดานดำ

9×1=7
9×2=18
9×3=27
9×4=36
9×5=45
9×6=54
9×7=63
9×8=72
9×9=81
9×10=90

เมื่อครูเขียนเสร็จ เด็กๆ ต่างหัวเราะเยาะเธอที่เขียนสูตรบรรทัดแรกผิด

“ที่ครูเขียนผิด เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่โลกจะปฏิบัติกับพวกเธอ”

ทั้งห้องเงียบตั้งใจฟัง

“ครูเขียนสูตรถูกตั้ง 9 ครั้ง ไม่มีใครชื่นชมครูเลย แต่กลับหัวเราะเยาะและตัดสินครูที่เขียนผิดเพียงครั้งเดียว”

—–

ขอบคุณนิทานจาก GPlusQuotes