อย่าตั้งโจทย์ให้ยากเกินไป

20181022_makeiteasy.png

ถ้าไม่เคยวิ่งมาก่อน อย่าตั้งโจทย์ว่าวันนี้จะออกไปวิ่ง 5 กิโล แค่ตั้งโจทย์ว่าจะใส่ชุดกีฬาและรองเท้าวิ่งก็พอแล้ว

ถ้าไม่เคยเขียนบล็อกมาก่อน อย่าตั้งโจทย์ว่าจะต้องมีคนไลค์บล็อกของเรา แค่ตั้งโจทย์ว่าจะเขียนให้ได้ซัก 3 ย่อหน้าก็พอ

ถ้าไม่เคยเล่นกีตาร์มาก่อน อย่าตั้งโจทย์ว่าจะเล่น More than words แค่ตั้งโจทย์ว่าจะเล่นคอร์ด Em ให้ได้

หลายคนบอกว่าเป้าหมายที่ดีคือเป้าหมายที่เร้าใจ

แต่ถ้าเร้าใจเกินไป มันอาจจะทำให้เรากลัวที่จะลงมือทำก็ได้

ถ้าค้นพบว่าตัวเองมีเป้าหมายที่เร้าใจแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมือทำสิ่งที่ควรทำ เราควรจะซอยเป้าหมายให้ย่อยที่สุด แล้วเหลือเพียง next step ที่ง่ายดายเสียจนใครๆ ก็ทำได้

เมื่อโจทย์มันง่ายพอ เราก็จะกล้าพอที่จะเริ่มต้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

สิ่งที่สำคัญอันดับสอง คือความสม่ำเสมอ ถ้าโจทย์เราง่ายพอ เราก็จะทำสำเร็จได้โดยไม่ต้องพยายามมากนัก เมื่อทำสำเร็จ เราก็รู้สึกดี เมื่อรู้สึกดี เราก็สามารถทำได้ทุกวัน

ตั้งโจทย์ให้ง่าย เพื่อการเริ่มต้นและความเสมอต้นเสมอปลาย

เมื่อมีสองสิ่งนี้แล้ว จึงค่อยตั้งโจทย์ให้ยากขึ้นอีกนิดครับ

ข้อเท็จจริงไม่สำคัญเท่าความเชื่อ

20181021_facts

ก่อนจะจบมหาวิทยาลัยผมอยากจะหาเงินเข้าชมรมดนตรี เลยเอาเพลงที่ตัวเองและน้องๆ แต่งกันมาอัดกันง่ายๆ และไรท์ลงซีดี

เราทำปกซีดีและพิมพ์สติ๊กเกอร์แปะทับบนซีดีด้วย ส่วนกล่องซีดีก็ใช้แบบบางเฉียบให้ดูวัยรุ่น ทำออกมา 200 แผ่นก็ขายให้นักศึกษาจนหมดเกลี้ยง ได้เงินมาซื้อกลองชุดและแอมป์ให้ชมรมดนตรีสมความตั้งใจ

แต่ผมก็ได้ยินเสียงบ่นจากคนที่ซื้อซีดีไป (คงมีบางคนสงสัยจึงลองแกะสติ๊กเกอร์ดู) ว่าไม่น่าใช้แผ่น Princo เลย

ครับ พวกเราไรท์ซีดีโดยใช้แผ่น Princo ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นยี่ห้อที่ดังที่สุด ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง

Princo สมัยนั้นมีหลายเกรดด้วย แผ่นเปล่าตกราคาตั้งแต่แผ่นละ 5 บาทถึงเกือบ 20 บาท ผมมั่นใจว่าเราไม่ได้ใช้รุ่นต่ำสุดแน่ๆ แต่ภาพจำของคนก็คือ ซีดี Princo เป็นยี่ห้อที่ถูกที่สุด เกลื่อนตลาดที่สุด มันจึงดูเหมือนเราทำสินค้าโดยไม่ลงทุนเท่าไหร่ เขาบอกว่าทำไมไม่ใช้แผ่นมียี่ห้ออย่าง Sony หรือ maxell จะได้รู้สึกดีหน่อย

ผมพยายามจะอธิบายว่าเราใช้ Princo คุณภาพดีนะ แถม Princo ก็เล่นได้กับทุกเครื่องด้วย ไม่เหมือนแผ่นยี่ห้ออื่นๆ ที่ใช้กับบางเครื่องแล้วจะเปิดไม่ได้

แต่คำอธิบายเหล่านี้ไม่เป็นผล เพราะคนเชื่อและเสียความรู้สึกไปแล้วว่าเราใช้ของถูก

ผมจึงพบความจริงที่ว่า การที่เราไปโฟกัสกับการอธิบายข้อเท็จจริง บางทีมันก็ไม่ช่วยอะไร เพราะข้อเท็จจริงนั้นไม่สามารถเปลี่ยนความเชื่อคนได้

ไม่ใช่แค่ความเชื่อในเรื่องยี่ห้อซีดี แต่ยังหมายรวมถึงความเชื่อในตัวบุคคลอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ คุณทักษิณ พลเอกประยุทธ์ กำนันสุเทพ และคุณธนาธรด้วย

หรือความเชื่อว่าโลกแบน (theflatearthsociety.org) และความเชื่อว่าการไปเหยียบดวงจันทร์เป็นเรื่องหลอกลวงนั่นก็ใช่

เมื่อคนเราเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว การเอาข้อมูลที่ตรงกันข้ามไปใส่ให้เขามากขึ้น มีแต่จะทำให้เขายึดถือความเชื่อของตัวเองยิ่งกว่าเดิม

เพราะข้อเท็จจริงนั้นมีหลายด้านเสมอ

ความเชื่อ + ข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับความเชื่อนั้น = ความจริงของคนๆ นั้น

แล้วจะเปลี่ยนความเชื่อเขาอย่างไร?

ผมเองไม่มีความสามารถพอที่จะชี้ทางออก ได้แต่ชี้ทางเข้า เพื่อที่คราวหน้าเราจะได้เห็นและรู้ตัว

จะได้ไม่เสียแรงหรือเสียเวลาไปกับการพยายามเปลี่ยนใจคนมากจนเกินไปครับ

นิทานจิ้งจอกกับกระต่าย

20181019_fox

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ขณะที่ศิษย์และอาจารย์เดินทางไปที่แห่งหนึ่ง เห็นสุนัขจิ้งจอกกำลังไล่ล่ากระต่ายอยู่ พระอาจารย์พูดขึ้นว่า

“ในอดีตพูดต่อๆกันมาว่า กระต่ายส่วนใหญ่ที่มีสติดีมักจะหนีสุนัขจิ้งจอกได้พ้น ตัวนี้ก็ย่อมจะหนีพ้น”

“เป็นไปไม่ได้ สุนัขจิ้งจอกวิ่งเร็วกว่ากระต่าย” ลูกศิษย์ตอบ

“เดี๋ยวกระต่ายก็จะหลบหนีพ้นได้เอง” พระอาจารย์ยังยืนกราน

“ทำไมท่านอาจารย์ถึงยืนยันแน่นอนอย่างนี้”

“เพราะว่าสุนัขจิ้งจอกกำลังไล่ล่าอาหารมื้อเย็น แต่กระต่ายกำลังวิ่งหนีเอาชีวิต”

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

บัญชีเวลา

20181018_timeledger

แต่ก่อนเวลาซื้อของ ผมมักจะดูราคาว่ามันคุ้มค่ากับคุณภาพหรือไม่

เดี๋ยวนี้เวลาจะซื้ออะไร ผมจะไม่คิดถึงราคาเป็นอย่างแรก แต่จะดูว่าของหรือบริการชิ้นนี้มันจะใช้เวลาของผมไปเท่าไหร่

ยกตัวอย่างเช่น แม้ผมจะอยากได้เครื่องเกม Playstation 4 มาเล่นที่บ้านมาก เดินผ่านกี่ทีก็หยุดดู แต่ผมก็ยังไม่ซื้อเพราะคิดว่าเวลาสองสามชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่เราจะเอาไปเล่นเกมนี้ ย่อมหมายถึงเวลาส่วนตัวที่เหลือน้อยลงสำหรับการพักผ่อนหรือเล่นกับลูก

ถ้าผมซื้อหนังสือราคา 500 บาทมาอ่านแล้วมันไม่ได้เรื่อง ผมจะไม่เสียดายเงิน 500 บาทเท่ากับเวลาที่เสียไปกับการอ่านหนังสือที่ไม่สร้างคุณค่าเพิ่มให้ชีวิต

คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมบัญชีเวลา ซึ่งต่างจากบัญชีเงินฝากหลายประการ

บัญชีเงินฝาก แค่เปิดแอ็ปก็ดูยอดได้แล้ว แต่บัญชีเวลาเราไม่รู้เลยว่าตัวเลขในบัญชีเหลือเท่าไหร่

บัญชีเงินฝาก ถ้าเราขยัน ฉลาด หรือโชคดีหน่อย ก็อาจจะเพิ่มตัวเลขเป็นสองเท่าหรือสิบเท่าได้

แต่กับบัญชีเวลา ไม่ว่าเราจะทำยังไง เราก็ไม่สามารถเพิ่ม 70 ปี ให้เป็น 140 ปีหรือ 700 ปีได้

ดังนั้นบัญชีเวลาจึงสำคัญยิ่งกว่าบัญชีเงินฝากเสียอีก เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เรามีจริงๆ

ซื้อของและบริการครั้งต่อไป อย่าลืมคำนึงถึงบัญชีเวลากันด้วยนะครับ

เทคนิค “โซ่ยาว” ของ Jerry Seinfeld

20181017_longchain

เจอร์รี่ ไซน์เฟลด์ (Jerry Seinfeld) เป็นดาราตลกและ standup comedian (เดี่ยวไมโครโฟน) ที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งของอเมริกา

ละครซีรี่ส์ Seinfeld ที่ออนแอร์ในยุค 90’s ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน Sitcom ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

เจอร์รี่เล่าให้ฟังถึงเคล็ดลับที่ทำให้เขามีมุกตลกมากมายเพื่อมาใช้ในการเดี่ยวไมโครโฟนและเขียนบทให้ Seinfeld

เจอร์รี่บอกว่า วิธีเดียวที่เขาจะมีมุกตลกจำนวนมากได้ คือเขาต้องเขียนมุกตลกทุกวัน

เจอร์รี่จะมีปฏิทินแผ่นใหญ่ที่ปิดไว้บนข้างฝา เมื่อเขาเขียนมุกตลกประจำวันเสร็จเรียบร้อย เขาก็จะกากบาท X ไว้บนวันนั้น

พอเขียนมุกตลก ติดต่อกันได้หลายวัน เขาก็จะมีเครื่องหมาย XXX ติดต่อกันหลายวัน

เมื่อเขียนได้นานวันพอ เครื่องหมาย X ก็จะร้อยเรียงกันเป็น “โซ่ยาว” (long chain) XXXXXXXXXXXXXXXXX

“เคล็ดลับก็คือ คุณต้องระวังไม่ให้โซ่ขาด” เจอร์รี่บอก

เมื่อเห็นโซ่ที่ยาวขนาดนั้น เจอร์รี่จึงมีกำลังใจเขียนมุกตลกทุกวันเพื่อให้โซ่ที่เขาเพียรสร้างขึ้นมานั้นยาวที่สุดเท่าที่จะยาวได้

ผมไม่รู้ว่าโซ่ที่เจอร์รี่สร้างไว้นั้นยาวแค่ไหน แต่ผมเดาว่าน่าจะยาวหลายร้อยหรือหลายพันวันเลยทีเดียว

หากเราต้องการที่จะสร้างอุปนิสัยอะไรบางอย่าง เช่นออกกำลังกาย นั่งสมาธิ เขียนบล็อก ฯลฯ ลองนำเทคนิคโซ่ยาวของเจอร์รี่ ไซน์เฟลด์ไปปรับใช้ดูนะครับ

—–

ขอบคุณภาพจาก Alan Right