
คนไทยเราใช้สำนวนว่า “ชิดซ้าย” มาเนิ่นนาน
ผมลองกูเกิ้ลคำว่า “ยังชิดซ้าย” ก็จะได้ข่าวพาดหัวประมาณนี้
“ออเจ้า ยังชิดซ้าย!! แฟนคลับ มโนหนักมาก”
“ลอนดอนยังชิดซ้าย! เจอป้าย “หยุด” พี่ไทยฉบับพกพา”
“ซับไทย:ฮา – นี่แหละ!!!! ขนาด ปู ไปรยา ยังชิดซ้าย”
แล้วผมก็สงสัยว่าทำไมต้อง “ชิดซ้าย” กันด้วย? ทำไมไม่ชิดขวา
แล้วก็เดาเอาเองว่า มันน่าจะเชื่อมโยงกับที่บ้านเราขับรถเลนซ้าย
หากมีรถคันไหนมาแรงกว่า มาเร็วกว่า เราก็ต้องชิดซ้ายเพื่อให้เขาแซงเราไป
—–
เมื่อเช้านี้ผมเพิ่งไปวิ่งที่สวนหลวงร.9 มาครับ
เป็นสวนที่ไม่คุ้นเคยนักทั้งที่อยู่ใกล้บ้าน เพราะแต่ก่อนวิ่งแต่สวนลุมที่อยู่ตรงข้ามออฟฟิศเก่า
ที่สวนหลวงร.9 ทิศทางที่คนส่วนใหญ่วิ่งคือทวนเข็มนาฬิกาเหมือนกับที่สวนลุม ไม่แน่ใจว่ามันเป็นประเพณีไปแล้วรึเปล่าว่าถ้าวิ่งต้องวิ่งทวนเข็มนาฬิกา เวลาเราดูเขาวิ่งแข่งโอลิมปิกเขาก็วิ่งทวนเข็มเช่นกัน และถ้าดูทีวี นักวิ่งจะวิ่งจากฝั่งซ้ายมาเข้าเส้นชัยฝั่งขวามือเสมอ
สวนหลวงร.9 นั้นใหญ่กว่าและซับซ้อนกว่าสวนลุม มีทางให้วิ่งได้หลายทาง เพื่อให้ไม่หลง เช้านี้ผมเลยบอกตัวเองว่าจะลองวิ่งชิดขวาไปเรื่อยๆ
การวิ่งชิดขวาทำให้ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
หนึ่ง ทางสะดวกกว่า เพราะคนส่วนใหญ่วิ่งชิดซ้าย
สอง ผมวิ่งแซงได้หลายคน และไม่ค่อยโดนใครแซง
สาม ตรงทางโค้ง ถ้าจะวิ่งให้ทันคนวิ่งชิดซ้าย เราต้องออกแรงมากกว่าเขา
สี่ ผมรู้สึกว่าฝั่งขวาร่มเงามันมีน้อยกว่า ตอนวิ่งเลยร้อนเป็นพิเศษ
ห้า ถ้าวิ่งไปเพลินๆ เราจะวิ่งชิดซ้ายโดยไม่รู้ตัว อาจเพราะจิตใต้สำนึกสั่งให้ประหยัดพลังงานและสั่งให้วิ่งเข้าหาร่มเงา
—–
ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือ Homo Finishers ของนิ้วกลม มาได้ครึ่งเล่มแล้ว
หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยมนุษย์พันธุ์พิเศษ – มนุษย์ที่วิ่งเข้าเส้นชัย – มนุษย์ที่เมื่อออกวิ่งแล้วต้องวิ่งเข้าเส้นชัยล่องหนตามที่ตั้งใจไว้
ตอนวิ่งที่สวนหลวงร.9 ผมก็คิดสนุกๆ ว่าเรามีมนุษย์อีกพันธุ์นึง
ผมขอเรียกมนุษย์พันธุ์นี้ว่า “มนุษย์ชิดขวา”
เขาคือมนุษย์ที่วิ่งอยู่ใน “สวนสาธารณะ” เดียวกับเรา แต่วิ่งคนละเลน ด้วยสปีดที่เร็วกว่าเรา จึงวิ่งระยะทางได้มากกว่าในเวลาที่เท่าๆ กัน
มนุษย์ชิดขวาคนแรกที่ผมนึกถึงคือผู้ชายคนหนึ่งที่มาแชร์ประสบการณ์ใน Quora (เสียดายผมหาลิงค์ไม่เจอแล้ว) ว่าเขาเรียนปริญญาตรีด้านดนตรีจบภายใน 2 ปี โดยใช้วิธีไปต่อรองกับอาจารย์ว่าจะไม่เข้าชั้นเรียนแต่ขอสอบให้ผ่านก็พอ โดยคนที่แนะนำเขาให้ใช้วิธีนี้สอนไว้ว่า
“หลักสูตรของมหาวิทยาลัยมันออกแบบมาให้คนที่เรียนอ่อนที่สุดก็ยังจบได้ในสี่ปี ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องไปทำตามระบบที่สร้างขึ้นสำหรับคนที่ช้ากว่าเรา”
มนุษย์ชิดขวาคนที่สองก็คือยอด CEO ของ Wongnai ที่ผมเขียนถึงเมื่อวันพุธ ยอดเคยบอกกับเพื่อน (แต่ผมดันได้ยินด้วย) ว่าตอนที่เรียนจบมาใหม่ๆ และเข้าทำงานที่ Thomson Reuters ในตำแหน่ง support consultant ยอดก็ตั้งใจขยันทำงานโชว์ฝีมือเป็นพิเศษเพื่อจะได้ fast forward หน้าที่การงานของตัวเอง ซึ่งยุทธศาสตร์นี้ก็เวิร์คเพราะทำงานแค่ไม่ถึงปียอดก็ได้เป็นหัวหน้าทีมที่เด็กที่สุดในองค์กร
มนุษย์ชิดขวาอีกคนหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ก็คือ Elon Musk ที่ขึ้นชื่อว่าทำงานสัปดาห์ละ 80 ชั่วโมงมาเนิ่นนาน และได้สร้างธุรกิจที่ปฏิวัติหรือกำลังจะปฏิวัติความเป็นอยู่ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น Paypal, SpaceX, Tesla, Solarcity, และ Neuralink
เป็นมนุษย์ชิดขวาใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน เพราะมันทั้งเหนื่อยกว่า ร้อนกว่าและต้องใช้สติและความตั้งใจอย่างมากเพราะสมอง ร่างกาย และกิเลสพร้อมจะพาเราชิดซ้ายเสมอ และผมเองก็ไม่ปรารถนาจะเห็นใครทำงาน 80 ชั่วโมงอย่างอีลอน มัสก์
แต่ถ้าคุณเป็น “มนุษย์ชิดซ้าย” ที่ปล่อยให้คนอื่นแซงมานาน บางทีคุณอาจอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นมนุษย์ชิดขวาดูบ้าง แม้เพียงชั่วคราวก็ยังดี
แล้วคุณอาจจะค้นพบทางที่สะดวกกว่าเดิม สนุกกว่าเดิม และไปได้เร็วกว่าเดิมครับ