ดราม่าจะจบลง

20171216_drama

เมื่อเรายอมรับทุกอย่างอย่างที่มันเป็น

“When you live in complete acceptance of what is, that is the end of all drama in your life.”
-Eckhart Tolle

คนไทยเสพติดดราม่า

พูดอย่างนี้ก็ไม่แฟร์เท่าไหร่ เพราะฝรั่งก็เสพติดดราม่าเช่นกัน ฝรั่งมีหนังสือพิมพ์ tabloid มากมายที่เอาไว้เมาธ์ว่านักบอลคนไหนแอบไปมีกิ๊กหรือดาราคนไหนกำลังติดยางอมแงม

ถามว่าดราม่าคืออะไร

สำหรับผม คีย์เวิร์ดของดราม่ามันคือคำว่า struggle (ดิ้นรน ดึงดัน ต่อสู้)

เด็กกำพร้าขายพวงมาลัยตามสี่แยกเพื่อมีเงินมาเลี้ยงน้อง

คู่กรณีต่างออกมาแฉว่าอีกฝ่ายทำผิดอะไรไว้บ้าง

ชาวเน็ตรุมประณามมือที่สามที่ทำให้คู่รักดาราเตียงหัก

หลายคนก็คงเคยผ่านประสบการณ์ดราม่ามานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับความต้องการของเรา

เมื่อความจริงคลาดเคลื่อนไปจากความคาดหวัง เราจึงทั้ง “ดิ้น” ทั้ง “รน” เพื่อจะปิดช่องว่างระหว่างสองอย่างนี้

ยิ่งดิ้นก็ยิ่งทุกข์ใจ และหลายครั้งก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นซักนิด

แต่ถ้าเรายอมรับสถานการณ์นั้นได้ว่า “มันเป็นเช่นนั้นเอง” ความคาดหวังก็จะค่อยๆ ลดลง

เมื่อไม่คาดหวัง ก็จะไม่ดิ้น เมื่อไม่คาดหวัง ก็จะไม่รน

พอไม่ดิ้นรน ใจก็เลยนิ่ง เมื่อนิ่งก็เลยมีสติ เมื่อมีสติก็เลยมีปัญญา

และเมื่อมีปัญญา ก็จะเจอทางออกได้โดยไม่ต้องเปลืองเวลาและพลังงานไปกับการดราม่าครับ

ชีวิตที่ดี

20171215_greatlife

คือชีวิตที่เต็มไปด้วยวันที่ดี

“A great life is just a bunch of great days put together”
Tim Ferriss on James Altucher’s podcast

เราทุกคนก็อยากมีชีวิตที่ดีด้วยกันทั้งนั้น

และทางเดียวที่จะทำให้มีชีวิตที่ดีได้ ก็ด้วยการทำให้วันนี้มันดี

ท่านพุทธทาสเคยสอนไว้ว่า ถ้าวันนี้ดี ก็ไม่ต้องกังวลถึงวันพรุ่งนี้

ในทางกลับกัน ถ้าเราไม่ทำวันนี้ให้ดี ก็อย่าไปหวังว่าพรุ่งนี้มันจะดีขึ้นเองได้

วันที่ดีคืออะไร? สำหรับผมมันคือวันที่

ได้ตื่นขึ้นมา

ได้เขียนบล็อก

ได้ออกกำลังกาย

ได้อ่านหนังสือ

ได้เล่นกับลูก

ได้กินข้าวกับภรรยา

ได้ไปทำงาน

ได้ทำงานที่มีคุณค่าสำเร็จ

ได้สร้างความก้าวหน้าให้กับเป้าหมายระยะยาวของเรา

ได้อ่านหรือได้ฟังไอเดียที่นำมาเขียนบล็อกต่อได้

ได้คุยกับพ่อแม่

ได้นั่งสมาธิ

ได้นอนหลับผลอย

แน่นอน ผมไม่สามารถทำได้ครบทุกข้อในทุกวัน แต่ในบางวันที่ผมทำได้มันจะเป็น a perfect day และถ้าทำได้เกินครึ่ง ผมก็คือว่ามันเป็น a great day

และเมื่อมี great days หลายๆ วันเข้า มันก็จะกลายเป็น a great life โดยที่เราอาจไม่ทันรู้ตัวเลยก็ได้

ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ทางตรงและทางเดียวที่มีคือทำวันนี้ให้ดี ทำชั่วโมงนี้ให้ดี และทำนาทีนี้ให้ดีครับ

นิทานข้ามถนน

20171215_crosstheroad

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานที่สร้างจากเรื่องจริงกันนะครับ

“เช” ชายหนุ่มจากสิงคโปร์ไปเที่ยวญี่ปุ่นโดยนัดเจอกับ “ฮารูกิ” เพื่อนที่มีบ้านอยู่ชานเมือง

ทั้งสองเดินมาถึงสี่แยก เห็นไฟคนข้ามถนนเป็นสีแดงอยู่ วันนั้นเป็นบ่ายวันอาทิตย์ มองไปรอบๆ ไม่มีรถวิ่งมาซักคัน

เชเลยชวนฮารูกิ “ข้ามถนนกันเลยดีมั้ย”

ฮารูกิส่ายหน้า “ไม่ได้ ต้องรอให้ไฟข้ามถนนเป็นสีเขียวก่อนสิ”

เชไม่เข้าใจ “ทำไมต้องรอด้วย ไม่มีรถเลยซักคันนะ”

ฮารูกิยิ้มน้อยๆ แล้วถามกลับ “แล้วถ้ามีเด็กมองเราอยู่ล่ะ?”

—–

ขอบคุณเรื่องจริงจาก Quora: Sze Yao Tan’s answer to What is an only in Japan moment?

I was waiting at a traffic light to cross the road with Haruki, a Japanese friend. It was a lazy Sunday afternoon in a small town on the Tokyo outskirts and there was not a vehicle or soul in sight. So I turned to Haruki and said, “Hey, I know it’s a red man but should we just cross?”

Haruki looked at me and shook his head. “No, we wait for the green man.”

I was a bit perplexed – it did not seem to me that it would make any difference whether we waited or not. “There aren’t any cars. Why do we need to wait?”

Haruki smiled, then asked me a question in return: “What if a child is watching?”

ความรู้สึกเชื่อได้มากกว่าพระคัมภีร์

20171213_feelings2

ในหนังสือ Homo Deus ของ Yuval Noah Harrari (คนเขียน Sapiens) กล่าวไว้ว่าความรู้สึกและสัญชาติญาณนั้นเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่วิวัฒนาการมอบให้เรามาและอาจเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือกว่าคำสอนของศาสดา

ถ้าคุณอ่านคัมภีร์ คุณจะได้ชุดความรู้-ความเชื่อที่อยู่ยงคงกระพันมานานนับพันปี

แต่ความรู้สึกของคุณ ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความกลัว ความหลงใหล ล้วนแล้วแต่เป็น algorithm สำหรับการอยู่รอด ซึ่งได้รับการปรับปรุงและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาเป็นเวลานับแสนนับล้านปี

ดังนั้นความรู้สึกหรือ gut feelings อาจเป็นสิ่งที่เราไว้ใจได้กว่าที่คิด

แต่ก็ใช่ว่าเราควรจะเชื่อแต่ gut feelings อย่างเดียวนะครับเพราะหลายครั้ง gut feelings ก็หลอกเราได้เช่นกัน

การตัดสินใจหลายๆ อย่างมันอาจต้องมีทั้ง เหตุผล คุณธรรม และความรู้สึกประกอบกัน

เหตุผลเป็นสิ่งที่เราเรียนรู้ผ่านการเรียนการสอนในโรงเรียน ซึ่งการใช้ตรรกะนั้นมีต้นกำเนิดมาจากโสเครตีส เพลโต และอริสโตเติล 

ความรู้สึกเป็น survival mechanism ที่ผ่านการคัดกรองมานับล้านปี

ส่วนคุณธรรม-ศีลธรรมเป็นสิ่งที่มีสอนอย่างเข้มข้นในพระคัมภีร์ และเป็น survival mechanism อย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะถ้าเราเบียดเบียนคนอื่น เราย่อมโดนเบียดเบียนกลับ เราจึงมีความรู้สึกผิด-ชอบ-ชั่ว-ดีติดตัวกันมาทุกคนอยู่แล้ว

เวลาตัดสินใจเรื่องอะไร จึงควรศึกษาข้อมูล ใช้เหตุผลในการหาข้อดี-ข้อเสีย พิจารณาว่ามันถูกศีลธรรมหรือไม่ และสุดท้ายใช้ความรู้สึกตัดสินว่าจะเอายังไงครับ

ชีวิตไม่มีรอบซ้อมใหญ่

20171213_dressrehearsal

“Enjoy life. This is not a dress rehearsal.”
-Friedrich Nietzsche

Dress rehearsal แปลว่ารอบซ้อมใหญ่ เป็นการซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนจะเปิดการแสดงจริง ทั้งฉาก แสง สี เสียง และการแต่งตัวของนักแสดงต้องเหมือนกับการแสดงจริงทุกประการ

เขาว่ากันว่าโลกใบนี้คือละครโรงใหญ่ แต่กลับไม่มีรอบซ้อมใหญ่

แถมการแสดงก็มีแค่รอบเดียวด้วย พลาดแล้วไม่มีโอกาสแก้ตัวรอบหน้า หรือถ้าจะมีก็ไม่ใช่เวทีนี้-ไม่ใช่ละครเรื่องนี้

ไหนๆ ก็ขึ้นเวทีมาแล้ว และไม่รู้ว่าต้องลงจากเวทีเมื่อไหร่ ดังนั้นแสดงให้สุดฝีมือเลยนะครับ โลกรอดูคุณอยู่