90% ของงานนั้นน่าเบื่อ

20170829_boring

วันก่อนผมได้ฟังคนๆ นึงให้สัมภาษณ์ไว้ในพอดคาสท์ว่า

“90% of my work is boring.”

นี่คือคำพูดจากปากของคนที่รักในสิ่งที่ตัวเองทำ และทำมันได้ดีจนประสบความสำเร็จในระดับที่มีคนเชิญไปสัมภาษณ์ลงพอดคาสท์นะครับ

ผมลองกลับมามองงานของตัวเองที่ทำเป็น Head of People ที่ Wongnai ซึ่งเป็นงานที่ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าชอบมาก

แต่ถ้าลองให้มนุษย์ต่างดาวมานั่งสังเกตการณ์ผมทั้งวัน จะเห็นว่าผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอม นั่งจ้อง spreadsheet ที่มีหลายร้อยบรรทัด ไม่ก็อ่าน resume 40-50 ฉบับ นานๆ ทีก็จะเปิด Gmail ขึ้นมาส่งเมลครั้งนึง สลับกับเปลี่ยนหน้าจอไปคุย Slack กับเพืื่อนร่วมงาน  ทุกชั่วโมงอาจจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำหรือดื่มน้ำบ้าง บางทีก็มีคนเดินมาคุยที่โต๊ะแบบเงียบๆ หรือบางวันก็มีคนเดินมาถามว่า “พี่รุตม์ว่างมั้ยครับ” เพื่อเข้าห้องไปนั่งฟังปัญหาที่น้องเค้าประสบอยู่

เป็นอย่างนี้เกือบทุกวันในสัปดาห์และเกือบทุกสัปดาห์ของปี

เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวคงทนอยู่กับผมได้ซักสองสามวันแล้วส่งรายงานกลับไปยังงานแม่ว่างานของมนุษย์นี่น่าเบื่อชะมัด

งานทุกงานทุกสายอาชีพจึงไม่มีงานใดที่สนุกไปหมด 100%

เป็นเจ้าของธุรกิจก็ต้องเบื่อเรื่องคนออก เรื่องบัญชี เรื่องหมุนเงิน เรื่องลงทุนแล้วเจ๊ง

โค้ชสร้างแรงบันดาลใจก็มีเรื่องน่าเบื่อ (คนสมัครไม่เต็มซะที โฆษณาไปหลายรอบแล้วนะ!)

ขนาดอาชีพในฝันของใครหลายๆ คนอย่างนักดนตรี มันก็ต้องมีเรื่องน่าเบื่อ เช่นเล่นแทบตายแต่คนไม่ฟัง หรือมีคนฟังแต่มันไปหน่อยจนยกพวกตีกัน หรือเรามีเพลงดีๆ เป็นสิบแต่คนอยากฟังอยู่แค่สองสามเพลง

แค่คิดภาพว่าผมเป็นพี่ป๊อดที่โดนขอเพลง “ก่อน” เป็นรอบที่ 8,792 ผมก็รู้สึกเบื่อแทนแล้ว

—–

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรตั้งอยู่ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับไป

ก็น่าจะพออนุมานได้ว่า นอกจากความน่าเบื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากความน่าเบื่อไม่มีอะไรตั้งอยู่ และนอกจากน่าเบื่อไม่มีอะไรดับไป

เป้าหมายจึงไม่ใช่การหางานที่มีแต่เรื่องสนุก เพราะมันไม่อยู่จริงหรอก

เป้าหมายคือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับเรื่องน่าเบื่อในงานที่เราเลือกแล้วต่างหาก

และแม้งานมันจะมีเรื่องน่าเบื่อถึง 90% แต่มันก็ยังมีอีกตั้ง 10% ที่โผล่มาให้เราชื่นใจ

สำหรับผม 10% นั้นคือตอนที่เราได้คนเก่งๆ มาร่วมงานกับเรา หรือตอนที่คำพูดบางประโยคของผมทำให้น้องที่คิดจะออกเปลี่ยนใจอยู่กับเราต่อไป

มองหา 10% ของความสนุกในงานของเราให้เจอ และเรียนรู้ที่จะเป็นเพื่อนกับความน่าเบื่ออีก 90% ให้ได้

แล้วเราอาจจะพบว่า “งานที่ใช่” นั้นหาง่ายกว่าที่คิดครับ

—-

ขอบคุณคุณผู้อ่านที่อุดหนุนหนังสือเล่มแรกของผม “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” จนตอนนี้ติด Top 10 หนังสือขายดีหมวดจิตวิทยาของซีเอ็ดครับ (https://goo.gl/e326HZ)  หากใครยังไม่ได้จับจอง ยังสามารถหาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ คิโนะคุนิยะ เอเชียบุุ๊คส์ บีทูเอส และศูนย์หนังสือจุฬาครับ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ  bit.ly/tgimannounce