อ่านหนังสือยังไงไม่ให้ลืม

20170813_readretain

วันนี้ผมเพิ่งไปเดินงานหนังสือ Big Bad Wolf ที่อิมแพคเมืองทองธานีมาครับ

ใครที่ยังไม่รู้จักงานนี้ บอกเลยว่าถ้าคุณเป็นคอหนังสือฝรั่ง คุณห้ามพลาดงานนี้ เพราะมันคืองานที่มีหนังสือดีๆ ลดราคา 60%-80% โดยงานนี้จะจัดถึงวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม

งานเปิด 24 ชั่วโมง ผมไปถึงกับแฟนไปถึงตอนแปดโมงเช้า ได้หนังสือมาเต็มรถเข็น แต่ก็ยังอยากดูเพิ่ม จะลากรถเข็นไปด้วยก็เกะกะ เลยจอดเอาไว้ มีแชะรูปเอาไว้ด้วย (รูปที่เห็นในคัฟเวอร์นี่แหละครับ) ก่อนจะเดินไปดูหนังสือในละแวกที่ไม่ไกลกันนัก พอเลือกได้ซัก 2-3 เล่มก็จะเดินกลับมาใส่รถเข็นคันนั้น

จนถึงเวลา 11 โมงครึ่ง ก็คิดว่าพอได้แล้ว จึงเดินไปเอารถเข็นเพื่อจะไปจ่ายเงิน ปรากฎว่ารถเข็นหายครับ สอบถามเจ้าหน้าที่เขาบอกให้ไปติดต่อแผนก sorting แผนกนี้จะส่งคนไปคอยเก็บ “รถเข็นที่ไม่มีเจ้าของ” ในงาน แล้วเอาหนังสือในรถคันนั้นมาแยกแยะและจัดหมวดหมู่เพื่อขึ้นเชลฟ์อีกครั้ง

หนังสือที่ผมกับแฟนใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งเลือกสรรมาจึงอันตรธานไปหมดเลย ผมเลยติงเขาไปว่า ถ้าเขาจะมีคนมาคอยเก็บรถเข็นอย่างนี้ อย่างน้อยก็ควรจะเอาจอดไว้ตรงพื้นที่ “รถเข็นต้องสงสัย” ซัก 1 ชั่วโมงก็ยังดี ถ้าไม่มีใครมาเอาค่อยทลายหนังสือในรถเข็นก็ไม่ว่ากัน

ใจหนึ่งก็อยากเดินออกจากงานเป็นการประท้วง แต่ก็คิดได้ว่าอุตส่าห์ขับรถข้ามเมืองมาขนาดนี้ จะกลับบ้านมือเปล่าก็น่าเสียดาย ผมกับแฟนเลยตัดสินใจไปเดินหาหนังสืออีกรอบ แต่คราวนี้ไม่ปล่อยให้รถเข็นห่างมืออีกต่อไปแล้ว

เราได้หนังสือมาให้ตัวเองประมาณยี่สิบกว่าเล่ม และหนังสือให้ลูกอีกหลายสิบเล่มเช่นกัน (รอบแรกเลือกไว้เยอะกว่านี้อีก ดันเก็บไปเสียนี่)

คราวนี้โจทย์ของผมก็มีอยู่สองข้อ

1.จะได้อ่านมั้ย?
2.อ่านแล้วจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงรึเปล่า?

สำหรับโจทย์ข้อแรก ผมตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือให้ได้วันละ 5 หน้า (ผมชอบตั้งเป้าง่ายๆ ก่อน ถ้าบรรลุเป้าอย่างสม่ำเสมอแล้วค่อยปรับเป้าให้สูงขึ้น)

สำหรับโจทย์ข้อสอง ผมเพิ่งไปอ่านเจอบทความ How To Retain More From The Books You Read In 5 Simple Steps ของ Darius Foroux (ชื่อของเขาน่าจะอ่านว่า ดาริอุส โฟรู) เลยคิดว่าจะลองนำไปปรับใช้ดู และขอนำมาแชร์ไว้ตรงนี้ด้วยครับ

วิธีอ่านให้ไม่ลืมใน 5 ขั้นตอน (ตัวอย่างบางส่วนผมคิดขึ้นเองนะครับ)

1.มีวัตถุประสงค์ชัดเจน (Have a purpose)
เราอ่านนิยายเพื่อความบันเทิง แต่หนังสือ non-fiction นั้นเราอ่านเพื่อจะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ เราจึงควรตั้งคำถามว่าตอนนี้ชีวิตของเรากำลังต้องการอะไร อยากทำงานให้ดีกว่าเดิมรึเปล่า? หรือกำลังจีบสาว? หรือกำลังพยายามสร้างธุรกิจ? คุณ Foroux บอกว่าหนังสือที่เราเลือกอ่านควรจะตอบโจทย์สถานการณ์ชีวิตเราในตอนนี้

2.บอกตัวเองว่าเป็นอาจารย์ที่ต้องเอาความรู้นี้ไปสอนคนอื่น (See yourself as a teacher)
ถ้าเราคิดเสียว่าเราจะนำสิ่งที่อ่านเจอในหนังสือเล่มนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟังด้วย เราก็จะอ่านอย่างใส่ใจมากขึ้น และไม่ปล่อยให้อะไรที่เราไม่เข้าใจผ่านตาไปเฉยๆ ตอนที่ผมตั้งใจจะสรุป Sapiens ลงบล็อก บางย่อหน้าต้องอ่านซ้ำหลายหนกว่าจะเข้าใจมันเพียงพอจนนำมาถ่ายทอดในบทความได้

3.ไฮไลท์และเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ (Highlight & make mental connections)
อย่าไปหวงว่าหนังสือจะรก เราควรจะใช้ปากกาไฮไลท์ให้เต็มที่ ไฮไลท์เสร็จแล้วเราควรจะเขียนกำกับด้วยว่าทำไมเราถึงเน้นตรงคำนี้หรือประโยคนี้ ไม่อย่างนั้นตอนที่เรากลับมาอ่านอาจจะจำเหตุผลไม่ได้แล้วก็ได้

อีกคำแนะนำหนึ่งก็คือ เราจะจำข้อมูลใหม่ๆ ได้ดีขึ้นหากเรานำมันไปผูกกับกับข้อมูลเก่าที่เรามีในหัวอยู่แล้ว เช่นช่วงนี้ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ Artificial Intelligence กำลังเป็นที่ถกเถียงว่ามันอันตรายต่อมนุษยชาติหรือไม่ ถ้าเราเชื่อว่าน่าจะอันตราย เราก็อาจจะเชื่อมโยง AI กับภาพของ Skynet จากหนัง Terminator 2  “คนเหล็ก 2029” (ใครเกิดไม่ทันก็ขออภัยด้วยนะครับ)

4.วาดภาพในหัวและใช้จินตนาการ (Visualize & Imagine)
หากอ่านหนังสือเรื่องการจูงใจคน ก็ลองนึกภาพตัวเองกำลังใช้ประโยคเด็ดในการจูงใจคนๆ หนึ่งดู การวาดภาพในหัวนี้จะทำให้ความรูู้ใหม่นั้นฝั่งแน่นอยู่ในสมองเรามากขึ้น

5.นำความรู้ใหม่ไปใช้ทันที (Immediately apply one piece of new knowledge)
เพราะความรู้ที่ไม่ได้นำไปถูกใช้งานนั้นไม่มีประโยชน์อันใด
ยกตัวอย่างเช่นพอผมอ่านบทความนี้ของคุณ Foroux จบแล้ว ผมก็นำมาเขียนเล่าในบล็อกทันที และเดี๋ยวจะลองใช้ขั้นตอนตั้งแต่ 1-4 ในการเลือกหนังสือและกำกับพฤติกรรมของตัวเองช่วงที่อ่านหนังสือเล่มนั้นครับ

มีเป้าหมายที่ชัดเจน อ่านอย่างอาจารย์ สร้างความเชื่อมโยง คิดตามจนเห็นภาพ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ทันที นี่คือบันได 5 ขั้นสู่การเป็นนักอ่านที่ดีขึ้นครับ

—–

“Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” หนังสือเล่มแรกของผมวางแผงแล้ว หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ และศูนย์หนังสือจุฬาครับ bit.ly/tgimannounce

20170812_122723