
วันนี้มีบทความดีๆ จากเว็บ 99u.com มาฝากครับ
บทความมีชื่อว่า A Science-Backed Guide to Taking Truly Restful Breaks ซึ่งแนะนำว่าคนที่ทำงานออฟฟิศอย่างพวกเราควรจะพักเบรคอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับคนที่งานยุ่งมากๆ จนแทบไม่มีเวลาพักเบรคเลย ยิ่งจำเป็นต้องอ่านบทความนี้ เพราะมนุษย์เราก็เหมือนรถ ที่ต้องคอยเติมน้ำมันเรื่อยๆ ถ้ามัวแต่ตะบี้ตะบันเหยียบคันเร่งมุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว ก็อาจไปไม่ถึงปลายทางนะครับ
Dr. Christian Jarrett ผู้เขียนบทความ ได้แนะนำเคล็ดลับการพักเบรคเอาไว้สามข้อด้วยกัน
1. Fully switch off
2. Take short breaks early and often
3. Get out of the office
มาเจาะดูแต่ละข้อกันดีกว่า
1. เบรคทั้งทีก็ขอให้สมองได้พัก – Fully switch off
หลายคน (รวมทั้งผมด้วย) มักจะเบรคด้วยการทำสิ่งที่เราชอบ ซึ่งก็มักไม่พ้นการเช็คเฟซบุ๊ค เข้าเว็บหรือเปิดแม็กกาซีนอ่านโน่นอ่านนี่ให้บันเทิงใจ แต่ผลการวิจัยได้ระบุว่าการพักเบรคจะเติมพลังเราได้จริงก็ต่อเมื่อเราใช้สมองให้น้อยที่สุด
ยกตัวอย่างผลงานวิจัยจาก University of Illinois at Urbana-Champaign และ George Mason University ที่ทำการศึกษาพนักงานออฟฟิศชาวเกาหลีกว่า 100 คน โดยให้แต่ละคนจดไดอารี่เป็นเวลา 10 วัน ว่าช่วงพักเที่ยงนั้นทำอะไรบ้าง และงานตอนบ่ายนั้นมีความกดดันสูงแค่ไหน และสุดท้าย ตอนหมดวันนั้นมีความเหนื่อยระดับเท่าไหร่
เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว นักวิจัยก็แบ่งกิจกรรมที่กลุ่มตัวอย่างทำระหว่างพักเที่ยงออกเป็น 4 ประเภทคือ Relaxing เช่นยืดเส้นยืดสาย, Nutrition-based เช่นกินกาแฟ, Social เช่นพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน และ Cognitive เช่นอ่านข่าวบนเว็บไซต์
นักวิจัยพบว่า พนักงานที่รู้สึกว่างานตอนบ่ายไม่กดดันและตอนเย็นยังมีพลังเหลือเฟือ มักจะเป็นคนที่ได้เบรคแบบ Relaxing และแบบ Social เท่านั้น
อีกงานวิจัยหนึ่งจาก Ajou University ในเกาหลีก็พบว่า คนที่เล่นมือถือตอนพักเที่ยงอาจจะรู้สึกว่าตัวเองได้พักผ่อนพอๆ กับคนที่ได้คุยเฮฮากับเพื่อน แต่คนที่เล่นมือถือนั้นจะรู้สึกว่าหมดแรงกว่าในช่วงบ่าย
2. เบรคตั้งแต่เนิ่นๆ และเบรคบ่อยๆ Take short breaks early and often
ตอนเช้าเรามักจะมีแรงเหลือเฟือ เราจึงมักจะทำงานโดยไม่ค่อยได้หยุดพัก แต่งานวิจัยได้ระบุแล้วว่าการหยุดพักเบรคช่วงเช้านั้นจะมีประโยชน์มากกว่า
Baylor University ได้ทำการศึกษาเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยจำนวน 95 คนเป็นเวลา 5 วันโดยให้จดว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรหลังจากได้พักแล้ว
ผลก็คือ คนที่ได้พักเบรคช่วงเช้านั้นจะรู้สึกว่าทั้งกายและใจมีแรงกว่า และถ้าได้พักบ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องพักนานๆ แค่เพียงสองนาทีก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เราพลังของเรากลับมาเหมือนเดิม
3. ออกไปนอกออฟฟิศเสียบ้าง – Get out of the office
คนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่อาจแทบไม่เคยได้ออกจากตึกเลย เวลาพักเบรคก็อาจจะแค่ได้เดินไปที่โต๊ะเพื่อนหรือที่มุมกาแฟเท่านั้น แต่ถ้าเราอยู่ในออฟฟิศ เราก็ยังต้องคอยระวังว่าคนอื่นจะมองเรายังไง ทำให้ไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่จริงๆ
การได้ออกไปเดินข้างนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้เจอต้นไม้เขียวๆ บ้าง ก็จะช่วยเพิ่มพลังกายและพลังใจได้เป็นอย่างดีครับ
ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้ครบทั้งสามข้อนี้ (โดยเฉพาะข้อสาม) เพราะคนอื่นอาจจะมองว่าเรามีเวลาว่างมากนักหรือไง แต่จริงๆ แล้วการได้พักเบรคทั้งสามข้อนี้จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โอกาสเจ็บป่วยก็น้อยลง ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเราเองและกับบริษัทครับ
ถ้ากลัวว่าทำไปแล้วหัวหน้าจะไม่เข้าใจ ก็ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านด้วยก็ได้นะครับ
เผื่อหัวหน้าเห็นดีเห็นงามจะได้ชวนมาเป็นแนวร่วม!
ขอบคุณข้อมูลจาก 99U.com: A Science-Backed Guide to Taking Truly Restful Breaks
facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่
ขอบคุณภาพจาก Pexels.com