
You can never make the same mistake twice, because the second time it’s not a mistake, it’s a choice.
คุณไม่สามารถทำผิดเรื่องเดิมได้สองครั้งหรอก เพราะครั้งที่สองมันไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็นสิ่งที่คุณเลือกที่จะทำเองต่างหาก
– Steve Denn
คำว่า Mistake และคำว่า Error
ถ้าแปลเป็นไทยเราคงแปลว่า “ความผิดพลาด” ทั้งคู่
แต่ทราบมั้ยครับว่าสองคำนี้ต่างกันยังไง?
ลองให้เวลาตัวเองคิดนิดนึง ติ๊กต๊อกๆ
…
…
…
…
…
Mistake คือความผิดพลาดที่ random คาดเดาไม่ได้ และไม่มีแพทเทิร์น
Error คือความผิดพลาดที่ systematic คือผิดอย่างเป็นระบบและมีแพทเทิร์น
ขอยกตัวอย่างจากสมุดการบ้านเลขของเด็กชายมานะ
2+7 = 9
3+5 = 7
7+9 = 16
4+3 = 7
9+4 = 14
2+8 = 10
3+8 = 15
5+9 = 14
4+5 = 9
1+3 = 4
จะเห็นได้ว่ามานะได้คะแนน 7/10 เพราะทำผิดสามข้อ โดยทั้งสามข้อนั้นเป็น mistake เพราะความผิดพลาดนี้ random และไม่มีแพทเทิร์นอะไร
คราวนี้มาดูสมุดการบ้านเลขของเด็กหญิงมานีกันบ้าง
2+7 = 9
3+5 = 8
7+9 = 15
4+3 = 7
9+4 = 12
2+8 = 10
3+8 = 11
5+9 = 13
4+5 = 9
1+3 = 4
มานีทำผิดสามข้อ ได้คะแนน 7/10 เท่ากับมานะ แต่ถ้าสังเกตดีๆ ข้อที่มานีผิดคือข้อที่มีการบวกด้วยเลข 9 ทั้งหมดเลย แถมเวลาผิดก็ผิดเหมือนกัน คือได้คำตอบน้อยกว่าความเป็นจริงอยู่ 1
เวลามานีผิดพลาดอย่างนี้ เรียกว่า Error ครับ คือเป็นข้อผิดพลาดที่ systematic ถ้าให้เจอสถานการณ์เดิมคือให้บวกเลข 9 อีก มานีก็จะทำผิดอีก
สังเกตว่าเวลาคอมพิวเตอร์เจอข้อผิดพลาดอะไร มันจะไม่เค่ยบอกว่าเป็น Mistake แต่จะบอกว่าเป็น Error เสมอ เพราะคอมพิวเตอร์นั้นมีระบบแบบแผนชัดเจน ถ้าเจอสถานการณ์หรือ Input แบบเดิม ก็จะให้ผลลัพธ์เหมือนเดิมทุกครั้ง
You can never make the same mistake twice, because the second time it’s not a mistake, it’s a choice.
– Steve Denn
ไม่มีใครผิดพลาดซ้ำสอง
แต่จากประสบการณ์ตัวเอง คนเราก็เคยผิดพลาดซ้ำสองด้วยกันทั้งนั้นจริงมั้ย?
ผมมองว่าการที่คนเราผิดพลาดซ้ำสองนั้น แบ่งออกได้เป็นสามกรณี
กรณีแรกคือ ข้อผิดพลาดครั้งที่สองนั้น ไม่เหมือนกับครั้งแรกเสียทีเดียว มันจึงไม่ใช่ the same mistake
กรณีที่สอง คือความผิดครั้งที่สองนั้น เป็นความผิดโดยตั้งใจเหมือนอย่างที่ Steve Denn บอกไว้ว่า it’s not a mistake, it’s a choice
กรณีที่สาม คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ Mistake แต่เป็น Error
ผมว่าพวกเราส่วนใหญ่ที่ผิดพลาดซ้ำซากนั้นอยู่ในกลุ่มสองกับกลุ่มสาม
พวกที่ “รู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำ” (กลุ่มสอง) คงต้องบอกว่า โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง และไม่มีสิทธิ์ร้องขอความเห็นใจจากใครด้วย
ส่วนกลุ่มที่สาม ที่ไม่ได้อยากจะผิดพลาด แต่พอเจอสถานการณ์แบบนี้ทีไรก็ Error ทุกที พวกนี้น่าเห็นใจ แต่ก็พอมีทางออกได้สองทาง คือหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือ Input ที่จะนำไปสู่ Error นั้น หรือไม่ก็เปลี่ยนกระบวนการคิดเสียใหม่เพื่อให้ตอบสนองได้อย่างถูกต้อง
ถ้าเทียบกับเด็กหญิงมานี การหลีกเลี่ยง Input ก็คือการขอให้คุณครูอย่าให้การบ้านที่ต้องบวกเก้า (ซึ่งในบางครั้งเราก็เลี่ยงไม่ได้)
ส่วนการเปลี่ยนกระบวนการคิด ก็คือเรียนรู้วิธีการบวกเลขเก้าเสียใหม่ เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง
ข้อดีอย่างหนึ่งของ Error ก็คือ เมื่อเราแก้ไขแล้วครั้งหนึ่ง มันจะไม่กลับมาผิดอีก
ในกรณีของมานี ถ้าเธอเรียนรู้ที่จะบวกเลขเก้าให้ถูกต้อง สามข้อที่เธอเคยทำผิดนั้นจะกลายเป็นของง่ายขึ้นมาทันที และจะทำให้เธอได้ 10/10 ได้ไม่ยาก
ลองกลับมาดูตัวเองนะครับว่า เรื่องบางเรื่องที่เราผิดซ้ำซากนั้นเกิดจากอะไร
เพราะเราทำตัวเองหรือเพราะกระบวนการคิดของเราบกพร่องครับ
อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)
อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/
ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”
ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com