
เคยมั้ยครับ เวลาขับรถไปไหนแล้วเตรียมจะจอดริมฟุตบาทแล้วดันมีกรวยมาวางกันที่เอาไว้
กรวยจราจรทำจากวัสดุที่ค่อนข้างนิ่มและเบา ดังนั้นในทางกายภาพ กรวยจึงไม่สามารถ “กั้น” รถได้จริงๆ หรอก เพราะถ้าเราจะจอดจริงๆ ก็แค่ถอยรถไปชนกรวยให้ล้มหน่อยเดียวก็เข้าจอดได้แล้ว หรือถ้าเราจะจอดรถเดินไปขยับกรวยให้พ้นทางก็ย่อมทำได้
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่เคยเห็นคนขับรถคนไหนกล้าท้าทายกรวย
อาจเป็นเพราะว่ากรวยเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความเป็นเจ้าข้าวเจ้าเจ้าของ กรวยจึงมี “พลังพิเศษ” บางอย่างที่ทำให้มันสามารถ “ผลัก” รถที่ใหญ่และแข็งแรงกว่ามันเป็นร้อยเป็นพันเท่าได้สบายๆ
ผมสนใจ “พลังพิเศษ” ที่ทำหน้าที่คล้ายๆ กับ “กำแพงล่องหน” ที่มีประสิทธิภาพยิ่งนัก
กำแพงล่องหน ในความหมายของผมคือสิ่งของหรือคำพูดอะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่มีความแข็งแรงเชิงกายภาพแต่กลับมีความแข็งแรงต่อจิตใจพอที่จะช่วยกันคนส่วนใหญ่ไม่ให้ทำบางสิ่งบางอย่างได้
เช่นเชือกที่มัดกับเสาเล็กๆ ล้อมรอบสนามหญ้าเพื่อกันไม่ให้คนเข้า
หรือบาริเคด (barricade) ที่ควบคุมคนให้ยืนเป็นแถวเวลาซื้อตั๋วหนัง
หรือเส้นทึบตีขนานสองเส้นบนถนนเพื่อบอกว่าเอ็งห้ามเปลี่ยนเลนนะ
หรือคำพูดว่า “งดฝากร้านนะคะ” ของดาราในอินสตาแกรม (ผมสังเกตหลายทีแล้วว่า เวลาดาราใส่คำว่า “งดฝากร้าน” ลงไป จะแทบไม่เห็นร้านไหนกล้ามาโพสต์ฝากร้านเลย แต่ถ้าดาราคนไหนไม่ใส่คำนี้ ก็จะมีคนมาฝากร้านกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง)
—–
ในทางกลับกัน…
นอกจากกำแพงล่องหนที่คนจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างแล้ว ยังมีกำแพงล่องหนที่เราไม่ได้ตั้งใจสร้างขึ้นมา แต่มันก็เกิดขึ้น และคอยกั้นเราไม่ให้ทำบางสิ่งบางอย่างที่เราอาจอยากทำด้วย
ตอนอยู่ที่บ้านเก่า ผมจะใช้ผ้าคลุมเตียงที่มีเนื้อผ้าค่อนข้างหนามาพับจนเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสเพื่อใช้เป็นเบาะรองนั่งสมาธิ
แต่พอย้ายบ้าน เตียงเปลี่ยนไซส์ ผ้าคลุมเตียงผืนเดิมไม่รู้ไปเก็บไว้ที่ไหนแล้ว (หรืออาจจะเผลอโละทิ้งไปแล้ว) ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าผมไม่ได้นั่งสมาธิแบบเป็นกิจจะลักษณะมาหลายสัปดาห์แล้ว ทั้งๆ ที่จริงๆ ผมน่าจะหาผ้าผืนอื่นมาแทนกันได้ไม่ยากนัก
หรือย้อนกลับไปสมัยผมยังเขียนไดอารี่ก่อนเข้านอน (ใช้ดินสอเขียนลงสมุดไดอารี่) ถ้าช่วงไหนที่โต๊ะผมรกๆ ผมก็จะไม่ค่อยได้เขียนไดอารี่ เพราะขี้เกียจเคลียร์โต๊ะเพื่อเขียนไดอารี่
กูรูหลายคนบอกว่า ถ้าคุณอยากจะสร้างนิสัยตื่นมาวิ่งทุกเช้า ก่อนเข้านอนคุณควรจะเอาชุดวิ่งออกมาจากตู้เสื้อผ้า รวมถึงเอารองเท้าวิ่งออกมาวางเตรียมไว้ให้พร้อมตรงปลายเตียงนอนเลย
“ผ้าปูเตียงที่หายไป” “ของรกๆ บนโต๊ะ” และ “ตู้เสื้อผ้า” คือกำแพงล่องหนในสามตัวอย่างที่กล่าวมานี้
สิ่งที่ผมพยายามจะบอกก็คือ สภาพแวดล้อมรอบตัวเรามีอำนาจต่อพฤติกรรมของเรามากกว่าที่คิด
วันนี้ ลองสังเกตตัวเองดูนะครับว่า อะไรที่เราควรทำแต่ยังไม่ได้ทำนั้น มีกำแพงล่องหนที่คอยกั้นคุณอยู่รึเปล่า
ถ้าเจอแล้ว อย่าลืมนะครับว่าเราทำลายกำแพงล่องหนนั้นได้เสมอ
เพราะบางที กรวยจราจรบางกรวยก็อยู่ผิดที่ผิดทาง และสมควรโดนหยิบออกจากชีวิตครับ
—–
อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/
อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)
ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”
—–
ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com