ปากเบา หูหนัก

20150107_LightLips

อะไรไม่รู้ก็ถาม อย่าเดาเอง เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะรู้ทุกอย่างในโลก และคุณต้องใช้การถามเพื่อหาคำตอบ อยากให้คิดว่าต้นทุนของการถามนั้นไม่แพงเลย เพียงแค่คุณอ้าปากพูดเท่านั้น แต่ถ้าคุณไม่ถามและเดาเอาเอง มูลค่าของความเสียหายที่เกิดจากการคิดเอง เดาเอง อาจจะมากกว่าต้นทุนของการถามร้อยเท่าพันเท่า แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าคนส่วนมากเลือกที่จะไม่ถามแล้วเดาเอาเอง เรียกว่ากล้าเสี่ยงในเรื่องที่ไม่ควรจริงๆ

คนเราควรปากเบา แต่หูหนัก ถามให้ง่าย เชื่อให้ยาก (อย่าเชื่อทุกเรื่องโดยไม่ไตร่ตรอง) แต่ก็แปลกที่คนกว่า 99 เปอร์เซ็นต์กลับเป็นในสิ่งที่ตรงกันข้าม

– ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์
หนังสือ ทำธุรกิจ คิดเยอะจึงเหนื่อยน้อย

 

ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมรู้จักกับพี่ปิ๊ก ธรรศภาคย์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้

แม้จะเป็นการรู้จักกันแบบห่างๆ เพราะว่าเราไม่เคยเจอหน้ากัน เคยแต่คุยกันทางเฟซบุ๊ค เพราะพี่ปิ๊กผ่านมาเจอบล็อกผมเข้าเลยเข้ามาให้กำลังใจ

ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นเจ้าของเพจ Trick of the Trade ที่มีแฟนคลับหลายหมื่นคน เพราะเพจนี้มีคำแนะนำดีๆ สำหรับคนทำ (หรือคิดทำ) ธุรกิจ SME มาแบ่งปันตลอด

—–

ผมได้หนังสือ “ทำธุรกิจคิดเยอะจึงเหนื่อยน้อย” มาจากร้านนายอินทร์ที่ตึกอื้อจื่อเหลียง

อารมณ์ว่าเดินเข้าไปในร้าน เห็นปก แล้วพอรู้ว่าพี่เขาเป็นคนเขียนก็หยิบมาโดยไม่ลังเลเลย (อ้อ จ่ายตังค์ด้วยนะครับ)

ตอนแรกกะว่าจะอ่านช่วงหยุดปีใหม่ แต่แล้วก็มัวแต่เก็บบ้านและเลี้ยงลูก

เมื่อสองวันที่ผ่านมาเลยหยิบขึ้นมาอ่านใหม่

หนังสือของพี่เขาประหลาด คือเนื้อหาเยอะ รูปประกอบแทบไม่มีเลย แต่กลับอ่านได้อย่างลื่นไหลจนผมอ่านจบโดยใช้เวลาแค่แป๊บเดียว

ความโดดเด่นของหนังสือเล่มนี้มีอยู่สามอย่าง

หนึ่ง คือความสดใหม่ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ค่าที่พี่เขาเล่นเขียนขึ้นมาเองเกือบทั้งดุ้น และน่าจะมาจากประสบการณ์ตรงเสียส่วนใหญ่ จึงแทบไม่มีอะไรที่อ้างอิงหรือลอกฝรั่งมาเลย เนื้อหาจึงไม่มีซ้ำกับหนังสือ How To ที่มีมากมายจนล้นตลาด

สอง คือเทคนิคการใช้อุปมาอุปไมยตลอดทั้งเล่ม ซึ่งนอกจากจะทำให้อ่านง่ายแล้ว ยังทำให้เราจดจำเนื้อหาได้มากกว่าการเขียนแบบปกติอีกด้วย

ตัวอย่างของการใช้อุปมาอุปไมยก็เช่น

  • การทำธุรกิจก็เหมือนกับการขับรถที่ต้องมองข้างหน้าเพื่อพร้อมรับปัญหา มองกระจกข้างเพื่อให้รู้ว่าคู่แข่งของเรากำลังทำอะไร และมองกระจกหลังเพื่อเรียนรู้อดีต
  • คนทำธุรกิจแต่ละรุ่นก็เหมือนไฟบนเตาที่มีความแรงไม่เหมือนกัน
  • ลูกค้ามีหลายแบบ เหมือนปิ่นโตที่มีห้าชั้นและใส่อาหารไม่เหมือนกัน
  • ทำธุรกิจแบบ SME ต้องคิดอย่างต้นหญ้า ถึงจะสู้ธุรกิจยักษ์ที่เป็นเหมือนไม้ใหญ่ได้
  • การรับมือคู่แข่งก็เหมือนวัวไบซันรับมือฝูงหมาป่า

สาม หนังสือเล่มนี้มีข้อความชวนคิด ที่นอกจากจะช่วยนำทางเรื่องธุรกิจแล้ว ยังนำทางเรื่องการใช้ชีวิตด้วย

อย่างเช่นประโยคที่ยกมาเปิดหัวเรื่องเป็นต้น

คนเราควรปากเบา แต่หูหนัก ถามให้ง่าย เชื่อให้ยาก แต่ก็แปลกที่คนกว่า 99 เปอร์เซ็นต์กลับเป็นในสิ่งที่ตรงกันข้าม

จะบอกพี่ปิ๊กว่า ผมเองก็(ยัง)อยู่ใน 99 เปอร์เซ็นต์นั้นนะครับ!

โดยเฉพาะเรื่องปากหนัก เพราะมีนิสัยชอบทำอะไรเอง เลยเกรงใจไม่ค่อยขอความช่วยเหลือใครถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้น อาจจะเป็นเพราะตัวเองยังมีอีโก้สูงอยู่ กลัวว่าการถามออกไปจะทำให้เราดูไม่เก่งในสายตคนอื่นรึเปล่า

ซึ่งก็อย่างที่พี่บอก ว่ามันทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุจริงๆ

—–

อีกหนึ่งช่วงตอนที่ผมประทับใจ คือตอนที่พี่ปิ๊กพูดถึงนางเอกหนังเรื่อง Little Forest ที่นั่งอยู่บนคันนาและนึกพูดกับตัวเองว่า

“วันนี้ฉันกำลังนั่งกินข้าวที่ฉันปลูกไว้เมื่อปีที่แล้ว
และปีหน้า ฉันก็จะนั่งกินข้าวที่ฉันกำลังปลูกวันนี้”

ประโยคธรรมดาๆ นี้มีความหมายยิ่งใหญ่มากในความรู้สึกของผม มันหมายความว่าเราทุกคนจะต้องได้รับผลของสิ่งที่เราทำไว้ในอดีต ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน ทุกสิ่งที่เราทำในวันนี้จะส่งผลกับตัวเราในวันข้างหน้า แปลง่ายๆ คือ เราทุกคนเป็นคนกำหนดชีวิตของเราเอง ไม่ต้องรอโชคชะตาฟ้าบันดาล

ประโยคธรรมดาสั้นๆ ในหนัง เป็นผมฟังคงไม่ได้คิดอะไร (เพราะมัวแต่มองนางเอก) แต่พี่แกสามารถผูกเรื่องข้าวกับเรื่องกรรมและวิบากได้อย่างเนียนกริบเลย

—–

สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากบอกคือความรู้สึกตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว

ผมรู้สึกว่าพี่เขาใส่ใจกับหนังสือเล่มนี้มาก เพราะนอกจากเนื้อหาที่สดใหม่แล้ว ผมยังไม่พบตัวสะกดผิดซักคำเดียว (แต่ผมเจอเว้นวรรคผิดที่นึงนะครับพี่!)

เลยขอเชียร์ออกนอกหน้านิดนึงว่า ลองอ่านดูเถิด

เนื้อหาแปลกใหม่ อ่านง่าย และมีข้อคิดดีๆ ที่จะติดตัวคุณไปอีกนาน

กับหนังสือเล่มหนึ่ง จะขออะไรได้มากกว่านี้?

แต่อย่าเพิ่งเชื่อผมครับ

เพราะคนเราควรปากเบา แต่หูหนัก

ลองไปยืนอ่านดูก่อน ถ้าคิดว่าใช่ ก็อย่าลืมช่วยอุดหนุนพี่เขานะครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ ทำธุรกิจ คิดเยอะจึงเหนื่อยน้อย โดย ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์ เจ้าของเพจ Trick of the Trade

2 thoughts on “ปากเบา หูหนัก

  1. Pingback: เราไม่ได้เครียดเพราะงานเยอะเกินไป | Anontawong's Musings

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s