5 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการขึ้นหอไอเฟล
หอไอเฟลน่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวที่มาปารีสจึงต้องแวะมาที่นี่แทบทั้งนั้น
วันนี้เลยขอนำเรื่องหอไอเฟลมาฝากกันนะครับ
1. หอไอเฟลมีทั้งหมดสามชั้น
ทุกชั้นจะสามารถดูวิวได้โดยรอบ แต่ที่เพิ่มขึ้นมาในแต่ละชั้นก็คือ
ชั้นแรกจะมีร้านอาหาร ห้องฉายวีดีโอ และพื้นกระจกให้คนถ่ายภาพแบบสวยๆ ได้
ชั้นที่สองมีร้านขายของชำร่วยและลิฟต์ขึ้นชั้นสาม
ชั้นที่สามมีจุดชมวิว และตุ๊กตาหุ่นคุณกุ๊ฟต๊าฟ ไอเฟล
เวลาเราขึ้น ลิฟต์จะไปจอดที่ชั้นสอง และเราต้องไปต่อลิฟต์อีกทีเพื่อขึ้นชั้นสาม
เวลาซื้อตั๋วขึ้นหอไอเฟล สามารถเลือกได้ว่าจะขึ้นไปแค่ชั้นสอง (9 ยูโร) หรือชั้นสองบวกชั้นสาม (15.5 ยูโร)
โดยชั้นสองจะซื้อตั๋วแบบเดินขึ้นหรือขึ้นลิฟต์ก็ได้ (แบบเดินขึ้นตั๋วก็จะถูกกว่า 9 ยูโร แต่ผมไม่ทันดูว่าเท่าไหร่) แต่จากชั้นสองขึ้นชั้นสามต้องใช้ลิฟต์เท่านั้น ค่าลิฟต์จากชั้นสองขึ้นชั้นสามคือ 6.5 ยูโรครับ
2. จงจองตั๋วแต่เนิ่นๆ
ไม่แนะนำให้ไปซื้อตั๋วที่นั่นเพราะจะรอคิวนานมาก เข้าคิวซื้อตั๋วไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงแน่ๆ เสร็จแล้วยังต้องมาเข้าคิวขึ้นลิฟต์อีก (ทั้งจากข้างล่างขึ้นไปชั้นสอง และจากชั้นสองขึ้นชั้นสาม)
ผมเอง ขนาดจองตั๋วออนไลน์ก่อนจะมาประมาณสิบวัน ยังหาตั๋วแบบขึ้นไปชั้นสามไม่ได้ ต้องซื้อตั๋วแบบไปชั้นสอง แล้วพอไปถึงชั้นสองแล้วค่อยเข้าคิวซื้อตั๋วไปชั้นสามอีกที
เพราะฉะนั้นแนะนำว่าควรจะจองตั๋ว อย่างน้อยๆ สองสัปดาห์ล่วงหน้าครับ กูเกิ้ล eiffel tower ticket ก็เจอแล้ว
เวลาจองตั๋วออนไลน์ ต้องระบุชื่อคนขึ้นลงไปในตั๋วด้วย (เค้าคงป้องกันไม่ไห้ใครเอาตั๋วออนไลน์มาขายคนที่เข้าคิวซื้อตั๋วหน้างาน)
ต้องปริ๊นท์ใส่กระดาษ A4 นะครับ และดูแลเอกสารให้ดีอย่าให้เยินมาก เพราะมันมีบาร์โค้ดอยู่
ตอนตรวจตั๋วเขาอาจขอดูบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตของเรา เพราะฉะนั้นอย่าลืมพกไปด้วยนะครับ (แต่ตอนผมขึ้นเขาไม่ได้ตรวจบัตรนะ)
อ้อ แล้วถ้าพลาดไม่ได้จองไว้ก่อน แต่ยังแรงดีอยู่ ก็แนะนำให้เข้าคิวซื้อตั๋วเแบบเดินขึ้นครับ เพราะคิวจะสั้นกว่ามาก พอเดินถึงชั้นสองแล้วค่อยไปซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ไปชั้นสามครับ
3. ชั้นบนสุดใช่ว่าจะได้วิวดีที่สุด
เพราะบางทีมันก็อาจสูงเกินไปจนวิวด้านล่างดูไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อมองผ่านเลนส์กล้อง
ชั้นที่สามจะมีข้อเสียอีกอย่างคือมันแคบมาก ผลก็คือคนก็จะมาออรอถ่ายรูปกันในแต่ละมุม แถมถ้าแดดดี ก็จะได้รูปย้อนแสงเสียส่วนใหญ่
แนะนำว่าให้เผื่อเวลาเดินชมวิวทั้งสามชั้นเลยครับ สามชั่วโมงน่าจะกำลังดี เพราะต้องเสียเวลาเกือบๆ ชั่วโมงในการขึ้นลิฟต์ทั้งขาขึ้นและขาลง
4. อดอล์ฟ ฮิตเลอร์และโทมัส เอดิสันเคยมาที่หอไอเฟลแล้ว
ฮิตเลอร์นั้นอาจไม่เคยขึ้น แต่ตอนที่นาซียึดฝรั่งเศสได้ ฮิตเลอร์ก็ได้มาเดินเต๊ะจุ๊ยตรง Trocadero ที่ห่างจากไอเฟลประมาณสองร้อยเมตร ผมเคยเห็นวีดีโอที่ฉายภาพฮิตเลอร์และมีหอคอยไอเฟลเป็นฉากหลังและยังจำติดตามาทุกวันนี้
ส่วนเอดิสัน คนคิดค้นหลอดไฟก็เคยมาเยี่ยมคุณกุ๊สต๊าฟ ไอเฟล โดยมีหุ่นจำลองเหตุการณ์นี้อยู่ที่ชั้นสามของหอไอเฟลครับ
5. หอไอเฟลเตี้ยกว่าตึกของไทย
ที่ชั้นสาม จะมีแผนผัง 360 องศาที่ระบุตึกที่สูงที่สุดในแต่ละเมืองทั่วโลก โดยจะมีเส้นประระบุความสูงของไอเฟลเพื่อให้เห็นว่าตึกเหล่านั้นเตี้ยหรือสูงกว่าไอเฟลแค่ไหน
เมื่อหันหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ ก็ได้เจอกับตึกใบหยก 2 ของพี่ไทย ที่มีความสูง 328 เมตร เฉือนชนะหอไอเฟลที่สูง 324 เมตรไปแค่นิดเดียวเท่านั้น!
5.1 อย่าลืมดูหอไอเฟลตอนกลางคืน
เพราะพอติดไฟแล้วจะสวยมากขึ้นไปอีก อย่าลืมว่าหอไอเฟลทำมาจากเหล็กล้วนๆ ดังนั้นตอนกลางวันเราจะเห็นแต่เหล็กแดงๆ เกี่ยวไปเกี่ยวมา ไม่ได้สวยอะไรมากนัก แต่พอตอนกลางคืนพอเขาเปิดไฟแล้ว มันจะดูงามตามากครับ (แต่ถ้ามาหน้าร้อนอย่างผม ซึ่งมืดตอนสามสี่ทุ่ม ก็ต้องกะเวลาดีๆ เช่นขึ้นลิฟต์รอบหนึ่งทุ่มตรง ลงมาตอนสี่ทุ่มเขาก็น่าจะเปิดไฟแล้ว)
อ้อ! ทุกๆ ชั่วโมง (ตอนเข็มยาวของนาฬิกาชี้เลข 12) หอไอเฟลก็จะ “เปล่งประกายระยิบระยับ” ประมาณ 3 นาที ซึ่งทำให้ดูสวยมากขึ้นไปอีกครับ
เป็นอันจบเรื่องเล่าจากหอไอเฟลนะครับ พรุ่งนี้จะมาเล่าเรื่องปารีสและฝรั่งเศสต่อครับ



