จะมีอะไรน่าเศร้าไปกว่างานที่ทำไม่เสร็จ?

20171128_unfinished

ก็งานที่ไม่ได้เริ่มยังไงล่ะ

Can anything be sadder than work left unfinished? Yes, work never begun.
-Christina Rossetti

นี่คือยุคที่เรามีเครื่องมือทุ่นเวลามากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา

และตลกร้ายก็คือเราดูจะมีเวลาเหลือน้อยกว่าทุกยุคที่ผ่านมาด้วย

และเวลาว่างที่มีอยู่เล็กน้อยก็มักจะโดนมือถือหรือไอแพดกลืนกินราวหลุมดำที่ดูดซับทุกอย่าง

ชีวิตที่เหลือจากการทำงานจึงหมดไปกับการเสพสื่อ

แต่การเสพอย่างเดียวไม่น่าจะทำให้เรามีความสุขได้

ความสุขจะเกิดขึ้นเมื่อเรารู้จักสร้างด้วย

ผมเชื่อว่าทุกคนมีหนังสืออยู่ในตัวอย่างน้อยคนละ 1 เล่ม มีเพลงอยู่ในตัวอย่างน้อยคนละ 1 เพลง มีกวีอยู่ในตัวอย่างน้อยคนละ 1 บท

แต่หากเราเอาแต่เสพ เราก็จะไม่มีเวลาเขียนหนังสือ ไม่มีเวลาแต่งเพลง และไม่เหลือเวลาร่ายกวี

หากพลังงานสร้างสรรค์เหล่านี้ถูกฝังกลบอยู่ในตัวเราไปตลอดชีวิต ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายสุดๆ

Can anything be sadder than work left unfinished? Yes, work never begun.

มีอะไรดีๆ อยู่ในตัวก็ปล่อยมันออกมาเถอะนะครับ

เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่า งานของคุณมันมีความหมายมากเพียงใด จนกว่าคุณจะนำมันออกมาให้โลกเห็น


หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 วางแผงแล้วนะครับ รอบนี้ไม่มีหน้าซ้ำครับ! หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S คิโนะคุนิยะ Asia Books และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสั่งตรงกับสำนักพิมพ์ได้ที่ bit.ly/tgimorder2 ครับ

บางทีคำถามก็ซับซ้อน

20171128_complicated

และคำตอบก็เรียบง่าย

Sometimes the questions are complicated and the answers are simple.
-Dr. Seuss

เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวแล้ว มนุษย์น่าจะมีสมองทีี่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหลายบนโลกใบนี้

สมองที่ใหญ่เกินตัว เอื้อให้เราทำอะไรได้ใหญ่เกินตัว และพาเราขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

แต่สมองที่ซับซ้อนก็นำพาปัญหาที่ซับซ้อนมาให้ด้วย

แมวไม่เคยกังวลว่าเพื่อนๆ จะมองมันอย่างไร

หมาไม่เคยมานั่งคิดว่า ถ้าไว้ใจนายของมัน มันจะโดนหักหลังรึเปล่า

และนกไม่เคยกลัวว่าถ้ามันร้องเพลงแล้วจะเหนื่อยฟรี

แต่มนุษย์คิด

ความคิดทำให้มนุษย์สร้างอะไรได้มากมาย และความคิดก็ทำให้มนุษย์ทำลายอะไรได้มากมายรวมถึงตัวเองด้วย

เมื่อไหร่ที่กำลังตกอยู่ในห้วงของคนคิดมาก ควรจะดึงสติกลับมาแล้วถามตัวเองว่า เรากำลังตั้งโจทย์ให้ยากเกินไปรึเปล่า

เพราะบางครั้งคำถามก็ซับซ้อน และคำตอบก็ช่างเรียบง่าย

เมื่อซื่อตรงกับตัวเอง และเลิกทำให้สถานการณ์มันยากเกินกว่าที่ควรจะเป็น เราอาจพบว่า ทางออกนั้นจ้องหน้าเรามาตั้งนานแล้วนะครับ


หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 วางแผงแล้วนะครับ รอบนี้ไม่มีหน้าซ้ำครับ! หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S คิโนะคุนิยะ Asia Books และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสั่งตรงกับสำนักพิมพ์ได้ที่ bit.ly/tgimorder2 ครับ

อย่าไปถือโทษโกรธใคร

20171127_noblame

เพราะคนดีจะมอบความสุข
คนแย่ๆ จะมอบประสบการณ์
คนแย่สุดๆ จะมอบบทเรียน
และคนที่ดีที่สุดจะมอบความทรงจำ

Never blame anyone in your life.
Good people give you happiness.
Bad people give you experience.
Worst people give you a lesson.
And best people give you memories.

-Zig Ziglar

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ผมกับแฟนมีเรื่องให้เครียด เพราะเราตัดสินใจจะกั้นห้องทำงานชั้นสองเพื่อให้เปิดแอร์ได้ (เผื่อจะเอาลูกมาอยู่ในห้องนี้) โดยจะทำเป็นชั้นหนังสือปิดด้วยกระจกและติดประตูกระจกบานเฟี้ยม

ตอนแรกแฟนผมถามเพื่อนที่รับเหมาไปว่าเค้ารับทำรึเปล่า ปรากฎว่าเขาไม่สามารถทำงานชั้นหนังสือให้ได้ เขาเลยรีเฟอร์ผู้รับเหมาอีกคนนึงมาชื่อ “พี่อ้อ” ซึ่งเขาเองไม่เคยเห็นผลงานหรอกแต่เห็นว่าเป็นพี่สาวของเพื่อน

แฟนผมคุยกับพี่อ้อแล้วก็ไม่ได้รู้สึกชอบเท่าไหร่ ดูเป็นผู้หญิงเยอะๆ ชิงพูดไปเสียทุกอย่าง แต่เห็นพี่อ้อทำราคามาละเอียดยิบ แล้วพร่ำบอกว่าเขาอยากจะชัดเจนตอนนี้จะได้ไม่ต้องมามีปัญหากันทีหลัง พี่ชายแฟนเลยบอกว่าให้ลองใช้คนนี้ดูแหละ เพราะน่าจะทำงานเนี้ยบ

วันแรก เรานัดให้พี่อ้อและทีมงานเข้างานตอน 10 โมงเช้า พอ 10 โมงผมเห็นพี่อ้อยังมาไม่ถึง เลยโทร.ถามเค้าว่าถึงไหนแล้ว เค้าบอกว่าใกล้ถึงแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่ศรีนครินทร์แล้ว (บ้านผมอยู่อ่อนนุช)

ผ่านไปจนเกือบเที่ยงพี่อ้อก็ยังมาไม่ถึง โทร.ไปหลายครั้งก็ไม่รับสาย สุดท้ายผมต้องออกไปทำธุระก่อน แฟนบอกว่าพี่อ้อมาถึงเกือบบ่ายสอง

พี่อ้อบอกใช้เวลาทำงานนี้ไม่เกิน 3 วัน แต่ 3 วันนี้พี่อ้อ มาอยู่หน้างานแค่ครั้งละแป๊บเดียว จากนั้นก็ขับรถไปไหนต่อไหน (บอกว่าไปกินข้าวเที่ยง หายไป 3 ชั่วโมงเป็นต้น) กว่าจะมาถึงอีกทีก็เย็นๆ

ผลก็คือช่างทำงานได้ไม่เป็นมืออาชีพเลย protect พื้นที่ไม่เรียบร้อย ขนของทำวอลเปเปอร์เสียหายหลายจุด อุปกรณ์ก็เอามาไม่ครบ ต้องวิ่งออกไปซื้อหลายรอบ ช่างต้องนั่งรอเฉยๆ หลายชั่วโมง

หมด 3 วันงานไม่เสร็จ พี่อ้อบอกว่ายังไงวันที่ 4 ต้องเสร็จ พี่สัญญา

แต่วันที่ 4 ก็เหมือนเดิม ทุกคนเข้างานสาย พี่อ้อมาอยู่หน้างานไม่ถึงชั่วโมง จากนั้นก็ขับรถกลับไปเอาของที่ลืมไว้ที่บ้านแถวรามอินทรา ส่วนช่างก็ฉิ่งฉับไปเรื่อยๆ จนเย็นแล้วพี่อ้อก็ยังไม่มา ตกหัวค่ำพี่อ้อถึงโทร.มาบอกว่า ขออีกหนึ่งวัน ยังไงพรุ่งนี้เสร็จแน่นอน ทุกคนจะเข้างานกันตอน 8.30

ผมเลยทำสัญญาเพิ่มเติมส่งไปทางไลน์ไปว่า ถ้าเข้างานสายเกิน 8.30 จะขอปรับนะ ครับ และถ้างานลากยาวเกิน 5 วันก็จะขอปรับมากกว่าอัตราเดิมที่เคยคุยกันไว้ด้วย ปรากฎว่าพี่อ้อเงียบไม่ตอบ รุ่งเช้ามาก็ไม่ตอบ แต่ประมาณสายๆ พี่ชายแฟนก็โทร.มาบอกว่า พี่อ้อโทร.มาคุยกับเขาว่าจะไม่เซ็นสัญญา เพราะให้มาปรับอย่างนี้รับไม่ได้ พี่เขาเองก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน…

สุดท้ายผมเลยต้องบอกยกเลิกสัญญาเดิมไปทางไลน์ ซึ่งเขาก็ไม่ตอบเช่นเคย ยังดีที่วางมัดจำไป 50% ยังเหลืออีก 50% ที่ยังพอเอาไปจ้างช่างคนอื่นมาแก้งานแทนได้

หลังจากคิดอยู่นาน แฟนผมก็นึกออกว่าเรารู้จักน้องคนหนึ่งที่ทำ interior design เขาน่าจะมีช่างที่คุ้นเคยกัน น้องคนนั้นเลยแนะนำให้เรารู้จักกับ “ช่างแหลม” ซึ่งทำได้ทั้งงานไม้และงานสี สุดท้ายก็ได้ช่างแหลมและทีมงานมาเก็บงานไม้ ทำสีใหม่ และติดประตูให้ งานออกมาเรียบร้อยและรวดเร็วตามที่รับปากเอาไว้ทุกประการ

การได้เจอกับ “พี่อ้อ” ผู้รับเหมาที่ทุกคำพูดเป็นโมฆะถือเป็นบทเรียนที่สำคัญยิ่งสำหรับผมและแฟน แต่จากนี้ไปเราก็รู้แล้วว่าคราวหน้าจะต้องทำอย่างไรบ้าง อย่างน้อยที่สุดพี่อ้อก็ทำให้ผมได้พบกับช่างแหลม

Never blame anyone in your life.
Good people give you happiness.
Bad people give you experience.
Worst people give you a lesson.
And best people give you memories.

ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา เขามาเพื่อให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างหรือทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้จดจำเสมอครับ

—–

ป.ล.ใครที่อยากรู้เบอร์พี่อ้อ (ที่ผมไม่แนะนำ) และเบอร์ช่างแหลม (ที่ผมค่อนข้างประทับใจ) รบกวนกรอกแบบฟอร์มนี้เพื่อแชร์ข้อมูลเรื่องช่างหรือผู้รับเหมาที่คุณเคยประสบมา (จะในแง่ดีหรือไม่ดีก็ได้) แล้วผมจะเปิด permission ให้เข้าไปดูข้อมูลได้นะครับ http://bit.ly/2k1AaiY

 

ล่มจมเพราะชมเชย

20171126_praise

“The trouble with most of us is that we would rather be ruined by praise than saved by criticism.”

“ปัญหาของมนุษย์ส่วนใหญ่คือเราอยากได้ยินคำชมที่ทำให้เราเหลิงมากกว่าได้ยินคำตักเตือนที่ทำให้เรารู้ตัว”

– Norman Vincent Peale

เชื่อว่าหลายคนอาจะเคยมีประสบการณ์ได้เป็น “เบอร์หนึ่ง” ในกลุ่มที่เราอยู่

เบอร์หนึ่งในที่นี้อาจได้มาด้วยอายุหรือตำแหน่ง เช่นอาจเป็นคนที่แก่ที่สุดในกลุ่มเพื่อน เป็นพนักงานที่อยู่มานานที่สุดในแผนก หรือเป็นข้าราชการที่ซีสูงที่สุดในกระทรวง

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเป็น “พี่ใหญ่” สิ่งที่จะหายไปคือคำตักเตือนหรือคำวิจารณ์

สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาคือคำชม คำเยินยอ หรือคำที่จะคอยยืนยันว่าเราคิดถูกแล้ว

ดังนั้น ทักษะที่สำคัญมากสำหรับเบอร์หนึ่งคือความสามารถในการสำรวจตัวเอง ว่าเราดีอย่างที่เขาบอกแล้วจริงๆ รึเปล่า

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการรักษาคนที่กล้าวิจารณ์เราตรงๆ เอาไว้ เพราะถ้าเขาพูดสิ่งที่เป็นความจริงและมีเจตนาที่ดี นั่นคือของขวัญล้ำค่าที่น้อยคนนักจะมอบให้เราได้

เป็นการง่ายเหลือเกินที่จะตัดคนที่พูดจาไม่เข้าหูออกไป แล้วเหลือไว้แต่บริวารที่เอาแต่พูดว่า “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน”

“The trouble with most of us is that we would rather be ruined by praise than saved by criticism.”

ในวันที่ไม่เหลือใครคอยเตือน ดาวจากสรวงก็อาจร่วงลงสู่ดินโดยง่ายดาย

นิทานการเดินทางของสายน้ำ

20171124_waterjourney

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีธารน้ำเล็กๆสายหนึ่งไหลมาจากยอดเขาที่ห่างไกลออกไป ผ่านป่าเขาหมู่บ้านและผ่านในเมืองมาหลายแห่ง สุดท้ายมาถึงทะเลทรายแห่งหนึ่งสายน้ำคิดในใจว่า

“เราก็ผ่านอุปสรรคและสิ่งกีดขวางต่างๆนานามานับไม่ถ้วน ครั้งนี้คงจะผ่านทะเลทรายแห่งนี้ไปได้ด้วยดี”

ขณะเมื่อสายน้ำมุ่งมั่นจะผ่านทะเลทรายอยู่นั้น ก็รู้สึกว่าน้ำของตัวเองค่อยๆ ซึมหายไปในทรายเหล่านั้น ยิ่งไหลผ่านไปเรื่อยๆ ยิ่งรู้สึกว่าน้ำก็ยิ่งหายไปเรื่อยๆ จนรู้สึกท้อแท้ “คิดในใจว่า นี่คงจะเป็นชะตาชีวิตของตนเองแล้ว และคงจะไม่มีทางที่จะได้ไหลไปสู่ทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลตามคำที่เขาเล่าลือ

เมื่อสายน้ำรำพึงรำพันด้วยความเสียใจอยู่นั้น ก็มีเสียงแว่วแผ่วกระซิบมาว่า

“ถ้าหากสายลมสามารถพัดผ่านทะเลทรายได้ สายน้ำก็จะไหลผ่านไปได้เหมือนกัน”

ที่แท้เสียงที่เหมือนกับกระซิบมานั้นเป็นเสียงของทะเลทรายเอง

สายน้ำตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจว่า

“นั่นเป็นเพราะลมสามารถบินข้ามทะเลทรายไปได้ แต่ข้าทำไม่ได้”

“เป็นเพราะเจ้ายืนกรานที่จะเป็นสภาพเดิม ลมจึงไม่สามารถพัดพาเจ้าข้ามไปได้ เพียงแต่เจ้ายอมปล่อยวางสภาพที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ ให้ตัวเองกลายเป็นไอน้ำแล้วหลอมรวมไปกับสายลม” ทะเลทรายกล่าวต่อด้วยเสียงอันแผ่วเบา

สายน้ำไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย คิดในใจว่า

“ปล่อยวางสภาพที่เป็นอยู่ขณะนี้ แล้วสลายรวมไปในสายลม? ไม่! ไม่! “

สายน้ำไม่ยอมรับคำเสนอแนะที่ให้เป็นลักษณะนั้น แล้วตัวเองก็ไม่เคยผ่านประสบการณ์ลักษณะอย่างนั้นมาก่อน จะให้ปล่อยวาง ลักษณะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่เท่ากับเป็นการทำลายล้างตัวเองหรือ?

“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า นี่เป็นความจริงหรือเปล่า?” สายน้ำถาม

“สายลมสามารถนำไอน้ำรวมเข้ากับตัวเอง แล้วพัดผ่านทะเลทราย เมื่อไปประจวบกับสภาพที่เหมาะสม ก็จะคายไอน้ำออกมา แล้วกลายเป็นฝน หลังจากนั้นน้ำฝนก็จะกลายเป็นสายน้ำ ไหลไปข้างหน้าเรื่อยๆอีก” ทะเลทรายตอบ

“แล้วข้าจะยังคงเป็นสายน้ำดั้งเดิมหรือเปล่า?”

“จะบอกว่าใช่ก็ได้ จะบอกว่าไม่ใช่ก็ได้ และไม่ว่าเจ้าจะเป็นสายน้ำหรือเป็นไอน้ำที่มองไม่เห็น แต่ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง เจ้ายืนกรานที่จะเป็นสายน้ำ เพราะเจ้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวตนที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร”

ช่วงเวลานั้นสายน้ำคลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับว่า ก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็นสายน้ำ ก็เคยถูกลมนำตนเอง พัดพาผ่านพื้นดินไปยังยอดเขา แล้วกลายเป็นฝน แล้วกลายเป็นสายน้ำอย่างทุกวันนี้

เมื่อคิดได้ดังนั้น สายน้ำจึงรวบรวมแรงใจครั้งสุดท้าย กระโจนเข้าไปในอ้อมแขนที่อ้าออกมารับของสายลม แล้วหายไปในสายลมนั้น ให้สายลมนั้นพัดพาผ่านไป

ทุกขั้นตอนของชีวิตคนเราก็เหมือนกับสายน้ำ หากอยากจะฝ่าฟันให้ผ่านพ้นอุปสรรคขวากหนาม
ก็จำจะต้องปล่อยวางตัวตนที่ยึดมั่นอยู่ พร้อมกับใช้ปัญญา และความกล้ามุ่งหน้าไปสู่จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้

ลองถามตัวเองดูว่า ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร? และสิ่งที่กำลังยึดมั่นถือมั่นอยู่คืออะไร? สิ่งที่ต้องการคืออะไร?

ขอบคุณนิทานจาก นิทานเซ็น @ รวมหลายเรื่องจากเวบไซต์ อกาลิโก