ถ้าวางใจให้ถูก ทุกอย่างเป็นคุณกับเราได้เสมอ

20200328c

ในโมงยามนี้ ทั่วโลกมีแต่ความไม่แน่นอน สถานการณ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด อะไรที่เราเคยคิดว่ากะเกณฑ์ได้กลายเป็นอื่นไปเสียหมด

วันนี้จำนวนผู้ป่วยสะสมในอเมริกาแตะแสนไปเรียบร้อยแล้ว และอีกหลายประเทศในยุโรปน่าจะแซงหน้าจีนภายในสัปดาห์หน้า

นักเตะระดับโลกอย่างเมสซี่ต้องเดาะกระดาษทิชชู่อยู่บ้าน  ลิเวอร์พูลที่เคยเตรียมจะคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีอาจกลายเป็นทีมที่อาภัพที่สุดในโลก

ทอมแฮงค์สก็ติดโควิด เจ้าฟ้าชายชาล์สก็ติดโควิด ผ.อ.โรงพยาบาลก็ยังติดโควิด

สถานการณ์ดูเลวร้าย แต่ถ้าวางใจให้ถูกต้อง ทุกอย่างเป็นคุณกับเราได้เสมอ

สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ คือบทเรียนย้ำเตือนให้เราศึกษาชีวิตที่เป็นอนิจจัง (ไม่แน่นอน) ทุกขัง (ตึงเครียด) อนัตตา (กะเกณฑ์ไม่ได้)

โดมิโนจากจีนถึงอเมริกา จากคัมป์นูถึงแอนฟิลด์ จากตระกูลแฮงค์สถึงตระกูลวินด์เซอร์คือเรื่องอิทัปจัยยตา

เพราะสิ่งนั้นเกิดสิ่งนี้จึงเกิด เพราะสิ่งนั้นดับสิ่งนี้จึงดับ เราทุกคนล้วนเชื่อมโยงกัน

เขาเดือดร้อนเราก็เดือดร้อนไปด้วย เขาอยู่ไม่ได้เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน

ท่ามกลางความสูญเสียของมนุษย์ ธรรมชาติกลับได้ชาร์จแบต ภาพประกอบของบทความนี้คือระดับมลภาวะในอากาศของจีนในเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ ค่า AQI ในกรุงเทพเป็นสีเขียวมาหลายวันติดต่อกัน ลำคลองในเวนิซกลับมาไหลเย็นเห็นตัวปลา

เหมือนโควิดถูกออกแบบมาเพื่อกดปุ่ม pause ให้โลกได้พัก เพราะนอกจากมนุษย์แล้วโควิดไม่ทำร้ายใครเลย ต้นไม้ใบหญ้าไม่กระทบ แม่น้ำลำคลองไม่กระเทือน วัวไม่เป็นบ้า ไก่ไม่ล้มตาย มันไม่ทำร้ายแม้กระทั่งลูกเล็กเด็กแดงด้วยซ้ำ

เมื่อโลกใบใหญ่ที่เคยหมุนติ้วๆ ถูกเบรคด้วยไวรัสตัวน้อยๆ จึงเป็นเวลาที่เราควรกลับมาสำรวจตัวเองเช่นกัน

ว่าสิ่งใดที่สำคัญ สิ่งใดที่เราควรให้ค่า ที่ผ่านมาเราเร่งความเร็วเข้าหาอะไร

ถ้าวางใจให้ถูก ทุกอย่างเป็นคุณกับเราได้เสมอ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนวางใจได้เหมาะสม และผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ

—-

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

นิทานนาฬิกาหาย

20200327

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

คุณพ่อไม่รู้เอานาฬิกาข้อมือไปวางไว้ที่ไหน ค้นทั่วบ้านก็ไม่เจอ จึงออกไปยืนดูดบุหรี่หน้าบ้านด้วยความหงุดหงิด

ลูกชายเห็นคุณพ่ออารมณ์บูด เลยเดินเข้าไปหาอีกครั้ง สักพักก็เดินออกมาหาพ่อและยื่นนาฬิกาให้

“ลูกหาเจอได้ไงเนี่ย?”

“ผมเดินเข้าทีละห้องแล้วก็ยืนเงียบๆ ครับ สักพักก็ได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาของพ่อในห้องนั่งเล่นครับ”

เราไม่สามารถละเลยเรื่องอะไรได้นานเกินไป

20200326

ผมเคยได้นั่งคุยกับเจ้าของบริษัทต่อเติมบ้านที่มีลูกชายอายุพอๆ กับลูกสาวของผม เขาเอ่ยปากว่าลูกสาวผมดูพูดจารู้เรื่องกว่าลูกชายของเขาเยอะเลย แล้วเขาก็เปรยว่าเขาไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูกเท่าไหร่ เพราะมีลูกค้าติดต่อเข้ามาทุกวันทุกเวลา เลยกลายเป็นว่าลูกติดไอแพดมากและคงจะเป็นอย่างนี้ไปอีกสักพัก

เพื่อนผมคนหนึ่งมีชีวิตที่ดี หน้าที่การงานรุ่ง แถมตัวเองก็ไม่มีภาระอะไร ติดนิดเดียวตรงที่เขาเป็นคนขี้เหนียว เวลามีเหตุการณ์ให้ต้องช่วยเหลืออะไรเขาก็ไม่เคยร่วมทั้งกำลังกายและกำลังเงิน อยู่มาวันหนึ่งเขาล้มป่วยและมีปัญหากับที่ทำงานจนต้องออกจากงานภายในระยะเวลาอันสั้น อารมณ์ไม่ต่างกับเทวดาตกสวรรค์

ผมเคยได้เข้าทำงานในบริษัทเอเจนซี่ เป็นงานที่ไม่เคยทำและต้องคิดเยอะตลอดเวลา ผมเลยฟิตเป็นพิเศษ นอนห้าทุ่มตื่นตีสามมานั่งทำงานเป็นเวลาหลายสัปดาห์ สุดท้ายผมไม่ผ่านช่วงทดลองงานของที่นั่น เมื่อมองย้อนกลับไป การที่ผมอดนอนติดต่ออกันน่าจะส่งผลกับคุณภาพการทำงานไปไม่น้อย

ละเลยเลี้ยงลูกจนลูกติดไอแพด

ละเลยการให้จนกินบุญเก่าหมดเกลี้ยง

ละเลยการนอนจนทำงานไม่ได้มาตรฐาน

อาจเป็นเพราะว่าลึกๆ แล้วเราเชื่อว่าเราพิเศษกว่าคนอื่น เราสามารถละเลยเรื่องบางอย่างได้โดยไม่เป็นอะไร

คนอื่นสูบบุหรี่แล้วเป็นมะเร็ง แต่เราเชื่อว่าเราสูบบุหรี่แล้วเราจะไม่เป็น

คนอื่นกินเหล้าแล้วขับรถชน แต่เราเชื่อว่าถ้าเรากินแล้วเรายังขับรถไหว

คนอื่นทำงานหามรุ่งหามค่ำแล้วชีวิตพัง แต่เราเชื่อว่าเราจะยังเอาอยู่

ต้องรอให้เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นก่อน เราถึงจะยอมรับได้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้พิเศษไปกว่าใครเลย

เราล้วนตกอยู่ภายใต้หลักการเดียวกัน หลักการที่ว่าเราไม่สามารถละเลยเรื่องอะไรได้นานเกินไป – you can’t get away with it for too long.

ลองสำรวจตัวเองนะครับว่าเรากำลังละเลยเรื่องอะไร และเรากำลังหลอกตัวเองอยู่รึเปล่า

อย่าเล่นเกมนับถอยหลังกับระเบิดเวลาแล้วคิดว่าจะชนะเลยนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

ปุ่มที่ปิดทีวีคือปุ่มที่เปิดทีวี

20200325

สลักที่เอาไว้ลงกลอน คือสลักที่เอาไว้เปิดประตู

สวิทช์ที่ใช้ปิดไฟคือสวิทช์ที่ใช้เปิดไฟ

หลายปัญหา เราคิดไม่ตกเพราะเรามัวแต่สรรหาทางออก

บางทีทางออกอาจอยู่ที่ทางเข้าก็ได้นะครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ สิ่งเดียวที่จัดการได้คือใจของเรา โดยพระไพศาล วิสาโล

ถือก็หนัก ไม่ถือก็ไม่หนัก

20200324

ตอนอยู่ที่ทำงานเก่า เคยมีพี่คนหนึ่งมาบ่นให้ฟังถึงความไม่พอใจในงานที่จัดขึ้นเมื่อคืนวันก่อน

พี่เขาพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ต่อว่าหลายคนที่ทำงานไม่ได้เรื่องอยู่ราวๆ 3-4 นาที

ผมเองได้แต่ฟังอย่างพยายามเข้าใจในความหงุดหงิดของเขา แต่อารมณ์ไม่เสียไปด้วย

แล้วผมก็คิดขึ้นได้ว่า ถ้าผมเป็นเจ้าของงานแล้วมาโดนพี่เค้าว่าอย่างงี้ ผมคงโกรธหรือไม่ก็คงอายน่าดู

คำพูดเหมือนกันเป๊ะๆ คนพูดคนเดียวกันเป๊ะๆ คนนึงฟังแล้วโกรธ คนนึงกลับฟังแล้วเฉยๆ

ความโกรธจึงไม่ได้เกิดมาจากคำพูดหรือคนพูด แต่เกิดจากคนฟัง

ถ้าคนฟังเป็น “เจ้าของ” สิ่งที่โดนต่อว่า เอาตัวตนเข้าไปรองรับคำว่านั้น คนฟังก็จะโกรธ

แต่ถ้าคนฟังไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ไม่ได้เอาตัวตนเข้าไปรองรับคนฟังก็จะไม่โกรธ

เหมือนหินที่วางอยู่ ถ้าเข้าไปแบกก็หนัก แต่ถ้าไม่แบกมันก็ไม่หนัก

แน่นอนว่าในทางทฤษฎีก็ฟังดูง่ายดาย เวลาเจอสถานการณ์จริงเรามักจะเผลอเข้าไปแบกทุกที

แต่ถ้าท่องคาถานี้ไว้ให้ขึ้นใจ “ถือก็หนัก ไม่ถือก็ไม่หนัก”

เมื่อบางครั้งอารมณ์มันหนักเกินจะรับไหว จะได้เตือนตัวเองว่าเราเลิกถือได้เสมอนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59