หมวก 3 ใบของคนทำงาน

20160818_3caps

คือหมวกเจ้านาย หมวกคนทำงาน และหมวกคนว่างงาน

เมื่อเราสวมหมวกเจ้านาย เราจะสนใจเรื่องอนาคต เช่นเป้าหมายประจำปี การวางแผนสำหรับเดือนนี้ จัดลำดับความสำคัญของชิ้นงาน และมองว่าจะแจกจ่ายงานอย่างไรให้ออกมามีประสิทธิภาพที่สุด

เมื่อเราสวมหมวกคนทำงาน เราจะสนใจงานที่อยู่ตรงหน้า มีสมาธิจดจ่อที่จะทำพรีเซนเทชั่น เขียนรีพอร์ต หรือทำเอ๊กเซลไฟล์ให้เสร็จลุล่วงตามที่ได้รับมอบหมายมา

เมื่อเราสวมหมวกคนว่างงาน เราจะสนใจอะไรก็ตามที่ไม่ใช่งาน เช่นเล่นเฟซบุ๊ค เดินไปหาขนมกิน หรือจับกลุ่มเมาธ์กับเพื่อนทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์

เราทุกคนล้วนแล้วแต่เคยสวมหมวกทั้งสามใบนี้ แม้จะไม่เคยเป็นเจ้านายและไม่เคยตกงานก็ตาม

ผมเชื่อว่าพวกเราส่วนใหญ่จะใส่หมวกคนทำงานเสียเยอะ คือขยันขันแข็งสู้งานไม่มีถอย

แต่ถ้าเราไม่สวมหมวกเจ้านายเสียบ้าง เราจะพลาดโอกาสที่จะถอยออกมาเพื่อให้เห็นภาพใหญ่ว่า งานที่เราทำมันมีคุณค่าจริงหรือเปล่า และเราสามารถทำงานชิ้นนี้ให้ต่างออกไปจากเดิมได้หรือไม่

สำหรับคนส่วนน้อยที่ได้สวมหมวกเจ้านายเป็นหลัก ได้แต่วางแผนแล้วก็สั่งๆๆ โดยไม่ได้ลงมาลุยงานเองบ้างเลย ก็อาจจะทำให้เขามองไม่เห็นภาพที่แท้จริงของเนื้องานว่ามันยากง่ายเพียงใด และความคาดหวังที่เขามีต่อลูกน้องนั้นเป็นไปได้แค่ไหน

ส่วนหมวกคนว่างงานนั้น ถ้าใส่นานเกินไปก็คงได้ว่างงานกันจริงๆ เพราะเราไม่ได้สร้างคุณค่าให้คุ้มกับเงินเดือนที่เขาจ่ายเรา

แต่หมวกคนว่างงานก็จำเป็น เพราะเราไม่สามารถทำงานได้ตลอด อย่างน้อยทุกๆ สองสามชั่วโมงเราควรจะพักและออกมาให้ห่างจากโต๊ะทำงานเสียบ้าง ไปเดินเล่น ซื้อขนม จับกลุ่มเมาธ์มอย เพื่อชาร์จแบตให้มีแรงกลับมาสวมหมวกเจ้านายและหมวกคนทำงานกันต่อไปครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

สุขคือสอดคล้อง

20160816_happy

Happiness is when what you think, what you say, and what you do are in harmony.

– Mahatma Gandhi

“ความสุข” เป็นคำที่กว้างขวาง

แต่ละคนคงนิยามความสุขไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็ใช้วิธีการเพื่อจะได้มาเพื่อความสุขไม่เหมือนกัน

ผมเปิดอ่าน a day BULLETIN เล่มล่าสุดแล้วเจอคำพูดประโยคนี้ของคานธี

ผมว่ามันคือนิยามความสุขที่ผมชอบที่สุดนิยามหนึ่ง และคงจะยึดถือเป็นสรณะตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นั่นคือใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราพูด และพูดให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราคิด

คนบางคนแม้จะมีหน้าที่การงานที่ดี มีเงินทองมากมาย แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังไม่มีความสุข อาจเป็นเพราะว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งที่เขาเชื่อหรือสิ่งที่เขารัก

หรือคนบางคนที่พูดมาเยอะแล้ว แต่ไม่ได้ลงมือทำซักที นั่นก็ย่อมนำพาความอึดอัดมาให้เขาเช่นกัน

เมื่อใดก็ตามที่ความคิด คำพูด และการกระทำงสอดประสานกัน ความขัดแย้งภายในย่อมไม่เกิด

เมื่อไม่ขัดแย้งก็ไม่มีปม เมื่อไม่มีปมก็ผ่อนคลายเบาสบาย

ลองสำรวจตัวเองดูนะครับว่า ตอนนี้มีความสุขอยู่รึเปล่า

ถ้าไม่ค่อยสุขเท่าไหร่ ก็เป็นไปได้ว่า ความคิด คำพูด และการกระทำของเราอาจไม่ลงรอยกันอยู่ครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้

20160815_past

แต่เราเปลี่ยนอนาคตได้เสมอ

Nobody can go back and start a new beginning, but anyone can start today and make a new ending.

– Maria Robinson

ผมว่าเราทุกคนที่เคยดูโดเรมอนหรือหนัง Back To The Future น่าจะเคยใฝ่ฝันถึงการนั่งไทม์แมชชีน

เพื่อกลับไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยทำผิดพลาดในอดีต

และแอบไปดูตัวเอง (รวมถึงคนรอบข้าง) ในอนาคต

แต่เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีใครคิดค้นไทม์แมชชีนได้ เราเลยยังต้องอยู่กับปัจจุบันไปก่อน

ผมเคยอ่านหนังสือคนไทยเล่มหนึ่งบอกว่า เชื่อไหม เราสามารถทำนายอนาคตได้

เช่นผมทำนายว่า ภายในสิบนาทีข้างหน้า ผมจะเขียนบล็อกตอนนี้เสร็จ และจะเดินไปดื่มน้ำ

ผมมีความมั่นใจ 99% เลยทีเดียวว่าเรื่องที่ทำนายนี้จะเกิดขึ้นจริง

หรือผมอาจจะทำนายว่า พรุ่งนี้ผมจะไปทำงานตามปกติ

ความมั่นใจอาจจะลดลงนิดหน่อย แต่ก็ยังมากกว่า 90%

ประเด็นก็คือ เรา “ทำนาย” อนาคตได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งอนาคตใกล้เรายิ่งทำนายได้แม่น ถ้าอนาคตไกลหน่อย ความแม่นยำก็อาจจะน้อยลง

และสิ่งเดียวที่จะเป็นตัวบ่งชี้ความแม่นยำของอนาคตที่เราทำนายไว้ ก็คือการกระทำของเราเอง

ถ้าการกระทำของเราสอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการจะให้เป็น เราก็จะสร้างอนาคตสิบนาทีข้างหน้าได้แม่นยำ

อนาคตสิบนาที จะเป็นตัวกำหนดอนาคตหนึ่งชั่วโมง

อนาคตหนึ่งชั่วโมง จะเป็นตัวกำหนดอนาคตหนึ่งวัน

อนาคตหนึ่งวัน จะเป็นตัวกำหนดอนาคตหนึ่งสัปดาห์

เมื่อเราใช้ชีวิตไปตามเงื่อนไขนี้ เราก็สามารถทำนายอนาคตหนึ่ง สิบปี หรือตลอดชีวิตของเราได้

Nobody can go back and start a new beginning, but anyone can start today and make a new ending.

อดีตที่ผ่านไป เราทำอะไรไม่ได้แล้ว

แต่อนาคตที่ยังมาไม่ถึง เรามีสิทธิ์สร้างขึ้นมาใหม่ได้เสมอ

ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้ครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

บางทีเราก็ไม่ควรเป็นตัวของตัวเอง

20160814_benotyourself

“When I let go of what I am, I become what I might be.”

– Lao Tzu

เพราะบางครั้งเราก็ยึดติดกับ “ความเป็นตัวเรา” มากเกินไป

เราจึงสูญเสียโอกาสที่จะได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า “ก็เราเป็นคนอย่างนี้”

คำถามสำคัญที่เรามักจะลืมถามก็คือ “แล้วเราอยากเป็นคนอย่างนี้ตลอดไปรึเปล่า?”

ถ้าคำตอบคือใช่ ก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะแสดงว่าเราคงแฮปปี้กับมันแล้วจริงๆ

แต่ถ้าคำตอบคือไม่ใช่ ก็แสดงว่าลึกๆ แล้วเราก็อยากจะเปลี่ยนเหมือนกัน

เพราะถ้ายัง “เป็นตัวของตัวเอง” แบบนี้ ผลลัพธ์ก็คงจะเหมือนเดิม

เลิกเป็นตัวเองของตัวเองเสียบ้าง

จะได้อัพเกรดเสียทีครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจากPexels.com

วิธีพูดมีสองแบบ

20160814_talk

คือพูดจาดีๆ

กับพูดจาไม่ดี

ปัญหาส่วนใหญ่ในความสัมพันธ์เรานั้นเกิดจากแบบหลัง

ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าแปลก

เพราะไม่น่าจะมีใครอยากมีปัญหา

และไม่น่าจะมีใครที่จะไม่รู้ว่าพูดจาดีๆ ทำกันยังไง

แต่อาจเป็นเพราะความโกรธ ความเคยชิน ความสนุกปาก ความอยากเอาชนะ เลยทำให้พูดจาไม่ดีออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า

แล้วเราก็ต้องมาเหนื่อยแก้ปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะความปากพล่อยของเราเอง

ถ้าเพียงเราตั้งใจ “พูดจาดีๆ” ตั้งแต่วันนี้ไป

ผมว่าชีวิตของเราจะง่ายขึ้นเยอะเลยนะครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com